
ปปง.ยึดทรัพย์ คดี ‘นางกาญจนา กับพวก’ หลอกระดมทุน ‘เงินโปร-เงินบุญ’ พันแลกล้าน ที่ดิน รถหรู ปืน บัญชีธนาคาร รวม 10.9 ล้าน แฉพฤติการณ์ตั้งไลน์กลุ่มอ้างช่วยงานผู้ใหญ่ นำเงินกลับมาพัฒนาประเทศ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินสูญกว่า 197 ล.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.180/2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นางกาญจนา กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานฟอกเงิน เป็นทรัพย์สิน รวม 104 รายการ มูลค่าประมาณ 10,978,510.68 บาท ประกอบด้วย ทรัพย์สินที่ยึด 90 รายการ (เช่น รถยนต์ JEEP WRANGLER, FORD EVEREST, BMW, HYUNDAI, อาวุธปืน, โทรศัพท์มือถือ, ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) มูลค่าประมาณ 10,845,110 บาท และทรัพย์สินที่อายัด 14 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 133,500.68 บาท
ที่มาของคดีนี้ เกิดจากกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับ นางกาญจนา, นายณัฐศักดิ์, นายปฐวี, นางพรพรรณ, นางปราณี, นางจิรวดี, นางลำใย, นางสาวศุภากร, นายวรวิทย์, นางธัญมน และนางจิราพร กับพวก ที่ได้ร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันไลน์ อ้างระดมทุน "เงินโปร" หรือ "เงินบุญ" โดยส่งข้อมูลอันเป็นเท็จอ้างอิงบุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐ และเงินทุนจากต่างประเทศ หลอกลวงว่าเงินถูกนำไปฝากไว้ที่ธนาคารต่างประเทศ และอ้างว่า "ท่านติ" หรือ "เฮียติ" ได้รับพินัยกรรมเพื่อติดตามฟ้องร้องต่อศาลโลก นำเงินกลับมาพัฒนาประเทศไทย จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุนจำนวนมาก สร้างความเสียหายรวมประมาณ 197,714,836.81 บาท
คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน มีรายละเอียดดังนี้
ด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้รับรายงานจากกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ตามหนังสือลับ ด่วนที่สุด ลงวันที่ 30 มีนาคม 2569 เรื่อง รายงานการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นางกาญจนา กับพวก
@ อ้าง 'เฮียติ' ได้พินัยกรรมฟ้องศาลโลก หลอกลงทุน 'พันแลกล้าน'
ช่วงระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน นางกาญจนา กับพวก ได้ร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันไลน์ อ้างระดมทุน เงินโปร หรือ เงินบุญ โดยส่งข้อมูลหรือข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับบุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐ และมีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาในแอปพลิเคชันไลน์กลุ่มที่เปิดขึ้นมาเพื่อหลอกลวงสมาชิก เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อระดมทุนช่วยงานผู้ใหญ่ในลักษณะโปรเงินบุญ และให้สมาชิกไปชักชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมระดมทุน โดยอ้างว่านำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารต่างประเทศ และ "ท่านติ" หรือ "เฮียติ" ได้รับพินัยกรรมจากผู้ใหญ่ เพื่อติดตามฟ้องร้องต่อศาลโลกนำเงินดังกล่าวกลับมาพัฒนาประเทศไทย
เป็นเหตุให้ผู้เสียหายจำนวนมากในหลายท้องที่หลงเชื่อร่วมลงทุนซื้อ "โปรเงินบุญพันแลกล้าน" โดยกลุ่มผู้ต้องหาสัญญาว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักพันล้านบาทภายในระยะเวลาอันสั้น (1-3 วัน, 1 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 2 เดือน) ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีการลงทุนตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ยังมีการเปิดกลุ่มไลน์หลากหลายชื่อ เช่น "สายธารแห่งศรัทธา", "อยู่กับผู้ใหญ่", "ท่านประธาน", "ร่วมใจสร้างความดี" เพื่อใช้เป็นพื้นที่สื่อสารเปิดประชุม และแจ้งข่าวระดมทุน โดยมีการเปิดกลุ่มใหม่ เปลี่ยนชื่อกลุ่ม และลบสมาชิกที่ตั้งข้อสงสัยออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 197,714,836.81 บาท
@กองปราบฯ ดำเนินคดีฟอกเงิน-ฉ้อโกงประชาชน
จากพฤติการณ์ดังกล่าว พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) (18) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมมีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ประกอบกับคำสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ลับ ที่ ม.440/2569 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เรื่อง มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นางกาญจนา กับพวก
จากการตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 104 รายการ พร้อมดอกผล ประกอบด้วยสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางทะเบียน (เครื่องประดับคล้ายทอง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ), สังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏหลักฐานทางทะเบียน (อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน รถยนต์ รถจักรยานยนต์), อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดินตามโฉนด ที่ดิน น.ส.3ก สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด) และสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่อาจถูกโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย หากมิได้มีการออกคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว
@เบื้องต้น ยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราว 104 รายการ 10.9 ล้าน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 (3) และมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 104 รายการ พร้อมดอกผล ประกอบด้วย คำสั่งให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 90 รายการ (รายการที่ 1 ถึงรายการที่ 90) มูลค่าประมาณ 10,845,110 บาท และคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินจำนวน 14 รายการ (รายการที่ 91 ถึงรายการที่ 104) มูลค่าประมาณ 133,500.68 บาท รวมราคาประเมินทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 10,978,510.68 บาท มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 โดยมีรายการทรัพย์สินที่ยึดและอายัดปรากฏตามบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายคำสั่ง

















Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา