
'พิพัฒน์' ผ่าทางตันสรรหาผู้บริหารวิทยุการบินฯ ตกลงจ้าง ‘เมฆินทร์ เพ็ชรพลาย’ อดีตผู้บริหารวอยซ์ทีวี ชี้เน้นความสามารถ ไม่มองความสัมพันธ์การเมือง เผยอีก 3 หน่วยงานต้องตามหาผู้บริหารต่อ ‘ท่าเรือ-SRTA-สายสีแดง’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 7 กันยายน 2569 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) หลังจากคณะกรรมการสรรหาฯได้สรุปผล ว่า นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด เป็นผู้ได้รับคัดเลือก และมีการนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) บวท.เห็นชอบไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568
แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2568 และมีประเด็นร้องเรียนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาและคุณสมบัติฯ ทำให้กระบวนการสรรหาฯหยุดชะงัก มาเกือบ 1 ปี ประกอบกับการสรรหาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลและกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันรัฐบาลเปลี่ยนเป็นพรรคภูมิใจไทย แม้พรรคเพื่อไทยจะร่วมรัฐบาลแต่การแต่งตั้งบุคคลในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่อยู่คนละขั้วการเมืองอาจจะเป็นเรื่องที่ตัดสินใจลำบากหรือไม่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า การการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ วิทยุการบินฯ ได้สรุปผลแล้ว ซึ่งขั้นตอนทุกอย่างได้ดำเนินการตามกระบวนการแล้ว ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้ข้อขัดข้องใดๆ และได้เชิญนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เข้ามาพูดคุยหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันแล้ว หลังจากนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนการเจรจาผลตอบแทน และอนุมัติ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคม 2569
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลสรรหาเสร็จนานแล้วแต่หยุดชะงักไปเป็นเพราะประเด็นการเมืองหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การสรรหาฯนั้นเป็นช่วงจังหวะที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล หลังเลือกตั้งจบ ก็ได้เข้ามารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ ก็ใช้เวลาในการหารือเจรจากันเรียบร้อยแล้ว รวมถึงให้นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย นำเสนอวิสัยทัศน์การทำงานเข้ามา ว่ามีแนวทางที่จะพัฒนาขับเคลื่อนวิทยุการบินฯอย่างไร หลังพูดคุยก็เห็นว่า สามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่มีปัญหา
“นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย อาจจะผูกพันกับอีกพรรคการเมือง แต่ในการทำงานผมเน้นเรื่องความสามารถดังนั้นเมื่อหารือกันแล้ว ถ้าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ก็ยินดีทำงานไปด้วยกัน เพื่อให้องค์กรเดินหน้า จากข้อมูลนายเมฆินทร์เคยทำงานที่บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ถือว่ามีแนวทางในการทำงานด้านการบินและอวกาศที่เกี่ยวเนื่องกับบวท. ”นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
@ผู้บริหารท่าเรือฯ-SRTA-สายสีแดง ยังว่าง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อีก 3 แห่งที่ไม่มีผู้บริหารตัวจริงซึ่งให้เร่งการสรรหาฯแล้ว ได้แก่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการสรรหาฯ ผู้อำนวยการ กทท. ยังเหลือ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท.ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ไม่มีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ตัวจริงก็ให้เร่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ และ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด หรือ อทส. (SRTA) ที่จะต้องเดินหน้าสรรหาฯ กรรมการผู้จัดการ เช่นกัน
สำหรับ กรรมการผู้จัดการ SRTA นั้น เนื่องจากต้องเฟ้นหาบุคคลที่เป็นมืออาชีพ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้านการตลาด เป็นงานแบบเฉพาะด้านมากๆ แต่ติดประเด็นที่ระเบียบกำหนดอัตราผลตอบแทนไว้ต่ำมาก เมื่อเทียบกับการทำงานและศักยภาพ ทำให้เกรงว่า จะไม่มีผู้สนใจเข้ามาคัดเลือก ตนได้หารือกับรฟท.ในฐานะบริษัทแม่แล้ว เพื่อหาทางแก้ไขปรับเกณฑ์อัตราผลตอบแทน ซึ่งอาจต้องเสนอเสนอครม.เห็นชอบด้วย
“SRTA เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ของ รฟท.ที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่อัตราค่าจ้างซีอีโอ แค่1.6 แสนบาทสูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท แบบนี้คงยากที่จะได้คนที่มีความเชี่ยวชาญจริงๆ เข้ามา เพราะคนที่มีความเชี่ยาญหรือเก่งจริงๆ อาจจะมีรายได้สูงกว่าผลตอบแทน SRTA ให้ แล้วเขาจะมาทำไม” นายพิพัฒน์ระบุ
ที่มาภาพปก: VOICETV

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา