'ม.บูรพา' ส่งหนังสือถึง 'กมธ.กฎหมายฯ' คุ้มครองผู้ให้ข้อมูล 'ทุจริตสอบท้องถิ่น' สร้างหลักประกันผู้ให้ข้อมูลโดยสุจริต ขอประสาน 'ป.ป.ช.' ออกมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส-พยาน
สืบเนื่องจากกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม ประธาน ได้เชิญมหาวิทยาลัยบูรพาเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการประกวดราคา กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 ที่ห้องกมธ. CA 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพีรพัฒน์ มั่นคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ ปฏิบัติการแทนอธิการมหาวิทยาลัยบูรพา ได้ส่งหนังสือถึง นายรังสิมันต์ ขอให้พิจารณาคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและประสานมาตรการคุ้มครองตามกฎหมาย กรณีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568
หนังสือดังกล่าวระบุบางช่วงว่า เพื่อให้การตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างหลักประกันแก่ผู้ที่ให้ข้อมูลต่อรัฐสภาโดยสุจริต จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากประธานกมธ.การกฎหมาย ฯ พิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1. รับรองสถานะและข้อเท็จจริงว่า ข้าพเจ้าได้เข้าชี้แจงและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการในฐานะผู้แทนมหาวิทยาลัยตามหนังสือเชิญของคณะกรรมาธิการ และเป็นการให้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการสอบหาข้อเท็จจริงของรัฐสภาโดยสุจริต
2. พิจารณามาตรการคุ้มครองข้อมูลและตัวผู้ให้ข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่มีความอ่อนไหวและพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำคลิปหรือข้อมูลจากการประชุมออกเผยแพร่ ตลอดจนกำหนดแนวทางมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ให้ข้อมูลได้รับอันตรายหรือถูกตอบโต้โดยไม่จำเป็น
3. ประสานสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่า ข้าพเจ้าและผู้เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลครั้งนี้สมควรได้รับมาตรการคุ้มครองตามมาตรา 131 และมาตรา 133 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ทั้งนี้ มาตรา 131 ระบุว่า ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าคดีใดสมควรจัดให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือแก่ผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ทำคำร้อง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช..ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ความคุ้มครองช่วยเหลือแก่บุคคลดังกล่าว โดยให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้อำนาจของรัฐมนตรีตามกฎหมายดังกล่าวเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการดำเนินการดังกล่าว ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจกำหนดมาตรการอื่นใดที่สมควรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ที่จะต้องได้รับการคุ้มครองช่วยเหลือ และมีอำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นช่วยดำเนินการตามที่จำเป็นได้
มาตรา 133 ระบุว่า ในกรณีบุคคลตามมาตรา 131 วรรคหนึ่ง เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เมื่อบุคคลนั้นร้องขอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าหากยังคงปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดเดิมต่อไป อาจถูกกลั่นแกล้งหรือได้รับการปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันเนื่องจากการกล่าวหาหรือการให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลนั้นและคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานเบื้องต้นอันควรเชื่อได้ว่าน่าจะมีเหตุดังกล่าวให้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสังการให้ได้รับความคุ้มครองหรือมีมาตรการอื่นใดตามที่เห็นสมควรต่อไปและอาจเสนอให้มีการกำหนดตำแหน่งและสิทธิทธิประโยชน์อื่น เพื่อคุ้มครองบุคคคลนั้นในหน่วยงานของรัฐอื่นที่ไม่ต่ำกว่าระดับและตำแหน่งที่บุคคลดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งอยู่เดิม
4. ในกรณีที่มีเหตุหรือพฤติการณ์บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัย การคุกคาม การติดตาม หรือการตอบโต้ ขอได้โปรดประสานสำนักงานคุ้มครองพยานหรือหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อประเมินความเสี่ยงและดำเนินมาตรการคุ้มครองตามกฎหมายโดยเหมาะสม
5. หากหน่วยงานหรือคณะกรรมาธิการอื่นประสงค์จะขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหรือผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ขอให้พิจารณาสนับสนุนให้ดำเนินการผ่านช่องทางราชการที่สามารถตรวจสอบได้ มีประเด็นคำถามที่ชัดเจน และมีมาตรการรักษาความลับของพยานหลักฐานเพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลบางส่วนถูกนำออกจากบริบทหรือใช้กดดันผู้ให้ข้อมูล
6. หากคณะกรรมาธิการเห็นสมควร ขอได้โปรดบันทึกข้อเท็จจริงและข้อกังวลเรื่องการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานหรือมติของคณะกรรมาธิการ เพื่อเป็นหลักประกันว่าบุคคลที่ให้ข้อมูลต่อรัฐสภาโดยสุจริตจะไม่ถูกตอบโต้หรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
ขอยืนยันอีกครั้งว่า การขอรับการคุ้มครองในครั้งนี้มิใช่การขอหลีกเลียงการตรวจสอบ ตรงกันข้าม ข้าพเจ้าและมหาวิทยาลัยบูรพาพร้อมให้ความร่วมมือ ส่งมอบข้อมูล เอกสาร และพยานหลักฐานต่อคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่มีอำนาจอย่างเต็มที่ แต่การค้นหาความจริงจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อผู้ซึ่งมีข้อมูลสามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อรัฐได้โดยไม่ต้องกังวลว่าการให้ข้อมูลโดยสุจริตนั้นจะย้อนกลับมาเป็นเหตุให้ตนหรือหน่วยงานของตนถูกกดดัน กลั่นแกล้ง หรือตอบโต้ในภายหลัง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา