
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนจำคุก ‘‘อดีตผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติฯ’จ. ยะลา 5 ปี คดีเรียกค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบกิจการค้าไม้รายเดือน นับโทษจำคุกต่อจาก 2 คดีก่อนหน้านี้
..........................................
เมื่อวันที่ 21 ส.ค.สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2568 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 103/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 26956/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสมาน สะแต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ยะลา ในคดีเรียกรับเงินในลักษณะเป็นเงินค่าดูแลหรือค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบกิจการค้าไม้เป็นรายเดือน
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9) ว่า จำเลย (นายสมาน สะแต) มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 148 (เดิม) พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 148 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 5 ปี ให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 56/2563 หมายเลขแดงที่ 6/2565 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 57/2563 หมายเลขแดงที่ 9/2565 ของศาลนี้ตามลำดับ
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 067/2569 เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 126/2563 เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2563 มีมติชี้มูลความผิด นายสมาน สะแต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ยะลา ในคดีเรียกรับเงินในลักษณะเป็นเงินค่าดูแลหรือค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบกิจการค้าไม้เป็นรายเดือน โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 148 มาตรา 157 , พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) มาตรา 1222 มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (3) มาตรา 168 และมาตรา 172)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา