
‘ราชกิจจานุเบกษา’ ประกาศใช้ระเบียบฯตั้ง ‘บอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์’ ชงข้อเสนอนโยบาย-มาตรฐาน-วางกรอบ ‘อนุมัติ-อนุญาต’ ออกบัตรส่งเสริมลงทุน ‘ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์’ ในไทย พร้อมประเมินผลกระทบการประกอบกิจการฯ
..........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ.2569 โดยระเบียบฯดังกล่าว มีเนื้อว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ แม้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมและธุรกิจแห่งอนาคต แต่ก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมากในการประกอบกิจการ ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในกิจกรรมอื่นๆของประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นโดยต่อเนื่อง และประเทศมีข้อจำกัดในการเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้า และการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
การประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ จึงอาจกระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาค่าไฟฟ้า และการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชน ทั้งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศโดยรวม ทั้งกิจการนี้ก่อให้เกิดความร้อนสูง หากไม่มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัย ทั้งต่อสถานประกอบการเอง และต่อผู้อยู่อาศัย และชุมชนบริเวณใกล้เคียง
กับเป็นกิจการที่ต้องใช้ทรัพยากรน้ำปริมาณมากในการทำความเย็น จึงกระทบต่อปริมาณน้ำประปาและน้ำดินสำหรับไปใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน การประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรมอื่น และสิ่งแวดล้อม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้การประกอบกิจการนี้ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประชาชนและประเทศชาติในภาพรวม
มีการจัดสรรการใช้พลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำที่เหมาะสมและเป็นธรรรมแก่ทุกภาคส่วน ประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของชาติ การป้องกันปัญหาอัคคีภัยและมลพิษต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการนี้ ดังที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ.2569”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
“ดาต้าเซ็นเตอร์” หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีและใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวม เก็บ ประมวลผล รับฝาก หรือรับส่งข้อมูลโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทในเครือ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
ข้อ 4 ให้มีคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ประกอบด้วย
(1) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง ประธานกรรมการ
(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองประธานกรรมการคนที่ ที่ 1
(3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการคนที่ 2
(4) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รองประธานกรรมการคนที่ 3
(5) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กรรมการกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรนำแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
(6) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสามคน
ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ข้าราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมอบหมายจำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ 5 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระ
ข้อ 6 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) นายกรัฐมนตรีให้ออก
ข้อ 7 ในกรณีมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มหรือแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งเพิ่มหรือแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น มีวาระเหลืออยู่เท่ากับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหรือผู้ซึ่งตนแทน แล้วแต่กรณี
ข้อ 8 การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทนตามลำดับ
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 9 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการต่างๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักรต่อคณะรัฐมนตรี
(2) ศึกษาวิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบของการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เสนอต่อคณะรัฐมนตรี
(3) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือทำการใดๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
นโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติตาม (1) นอกจากต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมแล้ว ต้องมุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สุด ประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและนำ การผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะจากอัคคีภัย การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ การป้องกันและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนและชุมชน และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศด้วย
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีนั้น และรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการเพื่อทราบทุกสามเดือน
ในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวในเรื่องใด ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องขั้น
ข้อ 10 ค่าใช้จ่ายสำหรับเบี้ยประชุม ค่าตอบแทน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ 11 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติไปตามนั้น

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา