
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 7 พิพากษาจำคุก ‘อดีตรองอธิการบดี’ ม.มหามกุฏราชวิทยาลัย 6 ปี 8 เดือน คดีเอื้อประโยชน์ ‘ผู้เสนอราคา’ บางราย ทำสัญญาจ้างคุมงาน-เสนองานก่อสร้าง ‘หอประชุมฯ’ โดยทุจริต
.....................................
เมื่อวันที่ 6 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดาที่ อท 32/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 29/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) กับพวก ในคดีกำหนดเงื่อนไขการคัดเลือกว่าจ้างผู้ควบคุมงาน และคัดเลือกผู้เสนองานก่อสร้างอาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติสิรินธรโดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางรายเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญาจ้าง
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 (พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ (จำเลยที่ 1) ,นายสงกานต์ หรือสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ (จำเลยที่ 2) ,รองศาสตราจารย์ ศรชัย ท้าวมิตร (จำเลยที่ 3) และนายอมร กล้าแข็ง (จำเลยที่ 4)) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
จำเลยที่ 5 และที่ 6 (ห้างหุ้นส่วนจำกัดศูนย์พัฒนาทักษะการทางาน (จำเลยที่ 5) และนายอนันต์ ถาวรรณา (จำเลยที่ 6)) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 และที่ 6 ตามฟ้องข้อ 3.1 และ 3.2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดแต่ละกระทงความผิดเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริต ทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใด ไม่มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออานวยประโยชน์แก่ผู้เข้าทาการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทาสัญญากับรัฐ
กับลงโทษจำเลยที่ 5 และที่ 6 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐหรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือเพื่ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับรัฐ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว มีอัตราโทษเท่ากัน
ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 (พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ (จำเลยที่ 1)) และที่ 2 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขัน ในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใด ได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม
จำเลยที่ 5 และที่ 6 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม
จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 10 ปี ปรับจำเลยที่ 5 กระทงละ 90,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 18,000 บาท จำคุก จำเลยที่ 6 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 2 กระทง ปรับ 180,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 6 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี 8 เดือน
ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบกำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้สิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม
และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใด เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมีอัตราโทษเท่ากัน
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้สิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม จำคุกคนละ 5 ปี และปรับคนละ 135,000 บาท
ทางไต่สวนของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 และที่ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีการบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 และที่ 6 กระทงละหนึ่งในสาม และลดโทษให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำเลยที่ 1 (พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์) และที่ 2 คงจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน
จำเลยที่ 3 และที่ 4 คงจำคุก คนละ 2 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 67,500 บาท คงปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 120,000 บาท คงจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 4 ปี 5 เดือน 10 วัน
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจ ไม่ปราฏว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน นิสัยและความประพฤติในด้านอื่นไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง จำเลยที่ 3 เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ดังนั้น เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 3 และที่ 4 กลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนดคนละ 2 ปี และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยที่ 4 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนจำเลยที่ 5 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 คำขออื่นให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 083/2569 เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เช่นกัน พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 67/2566 เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2566 มีมติชี้มูลความผิด พระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) กับพวก ในคดีกำหนดเงื่อนไขการคัดเลือกว่าจ้างผู้ควบคุมงานและคัดเลือกผู้เสนองานก่อสร้างอาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติสิรินธรโดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางรายเป็นผู้มีสิทธิทาสัญญาจ้าง โดยมีมูลความผิดทางอาญา ปอ. มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 , 8 และ 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 11 และมาตรา 12









Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา