
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษาคดี ‘อดีตผอ.โรงเรียนพรตพิทยพยัต’ ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ฯ คงโทษจำคุก 28 ปี 224 เดือน แต่ให้ ‘รอลงอาญา’ 2 ปี สั่งปรับ 8.4 หมื่นบาท
........................................
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน มิ.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 421/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 3916/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายเฉลียว พงศาปาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนพรตพิทยพยัต กรุงเทพมหานคร กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีนำเงินระดมทรัพยากรจากผู้ปกครองนักเรียนและเงินค่าเช่าสถานที่จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ไปฝากรวมไว้ในบัญชีสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพรตพิทยพยัต แทนที่จะนำฝากเข้าบัญชีเป็นเงินรายได้ของโรงเรียนพรตพิทยพยัต ซึ่งเป็นการปฏิบัติผิดระเบียบราชการฯ
และเบิกจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าวเพื่อตนเองและบุคคลอื่น โดยเป็นรายจ่ายที่ไม่เหมาะสมหลายรายการ อันเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของผู้เสียหายไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายแก้ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตต่างกรรมต่างวาระกัน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 18 พ.ค.2546 ถึงวันที่ 19 ธ.ค.2549
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่าจำเลย (นายเฉลียว พงศาปาน) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่งปรับกระทงละ 9,000 บาท ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงปรับกระทงละ 6,000 บาท รวม 14 กระทง คงปรับ 84,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 50/2569 วันที่ 2 มิ.ย.2569 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 3/2565 วันที่ 10 ม.ค.2565 ชี้มูลความผิด นายเฉลียว พงศาปาน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนพรตพิทยพยัต กรุงเทพมหานคร กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีมูลความผิดอาญาตาม ป.อ.มาตรา มาตรา 147 (คดีหมายเลขดำที่ 08-1-099/25ถึคดีหมายเลขแดงที่ 023-1-30/2565)
ต่อมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 10/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท 163/2566 วันที่ 22 ส.ค.2566 พิพากษาว่า จำเลย (นายเฉลียว พงศาปาน) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 14 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี
ทางนำสืบของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 6 ปี 16 เดือน รวม 14 กระทง คงจำคุก 28 ปี 224 เดือน (อ่านประกอบ : เปิดคำพิพากษาคุก 28 ปี 224 ด. อดีตผอ.ร.ร.พรตพิทยฯ อ้างความดี มิได้ร่ำรวยผิดปกติฟังไม่ขึ้น)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา