
โรงพยาบาลรามาธิบดี คว้ารางวัล Cancer Care Team Award ระดับโลก ทีมแรกของประเทศไทย และทีมแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่หอประชุมอารี วัลยะเสวี โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้กลุ่มศูนย์เพื่อความเป็นเลิศ จัดงานแถลงข่าว “จากทีมแรกของประเทศไทย…สู่ทีมแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คว้ารางวัล Cancer Care Team Award ระดับโลก” เพื่อเผยแพร่ความรู้และความสำเร็จครั้งสำคัญของการทำงานของ ทีมสหวิชาชีพเพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดอย่างครบวงจร โรงพยาบาลรามาธิบดี Ramathibodi Lung Cancer Consortium (RLC) ซึ่งเป็นทีมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางสหสาขาวิชาชีพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด
ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวแสดงความยินดีกับทีมRamathibodi Lung Cancer Consortium (RLC) ทีมสหสาขาวิชาชีพด้านโรคมะเร็งปอดของโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องมากว่า 12 ปี โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางของการรักษา จนได้รับรางวัล Cancer Care Team Award(Region Asia and the Rest of the World) จาก The International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC) ในการประชุม World Conference on Lung Cancer 2025 ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน นับเป็นทีมแรกของประเทศไทยและทีมแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับรางวัลระดับโลกนี้
รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานระดับสากล และเกิดจากความร่วมมือของบุคลากรทุกสาขาวิชาชีพ ควบคู่กับความไว้วางใจที่ผู้ป่วยและครอบครัวมีต่อทีมรักษา ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงพยาบาลพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

“ทั้งนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดีมีเป้าหมายที่จะต่อยอดความสำเร็จของทีม RLC ให้เป็นต้นแบบของการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดแบบสหสาขาวิชาชีพ และพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบการดำเนินงานสู่เครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลแห่งใด” ผอ.รพ.รามาฯกล่าว
นพ.ณรงค์ฤทธิ์ มัศยาอานนท์ รองคณบดีฝ่ายคุณภาพและศูนย์ความเป็นเลิศ กล่าวว่า ทีมสหวิชาชีพเพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดอย่างครบวงจร โรงพยาบาลรามาธิบดี Ramathibodi Lung Cancer Consortium (RLC) เป็นทีมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางสหสาขาวิชาชีพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอดร่วมกัน โดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และทำระบบให้เป็น one-stop-service ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง และผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็วได้มาตรฐานระดับสากล รูปแบบที่เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด RLC ถือเป็น role model และเป็นทีมแรกของประเทศไทยที่เป็นทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอด และเป็นทีมแรกที่ได้รับ Disease Specific Certification (DSC) ของการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอด ในปี พ.ศ. 2563 จาก สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ RLC ยังได้รับรางวัลคุณภาพจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย เช่น Team Good Practice Award จากมหาวิทยาลัยมหิดล, Kobayashi Award จากประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดได้รับรางวัลระดับโลก คือ Cancer Care Team Award จาก IASLC (Internation Association for the Study of Lung Cancer) จากงาน WCLC (World Conference on Lung Cancer) ที่จัดขึ้นที่ประเทศสเปน ในปี พ.ศ. 2568 ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติมาก และ RLC ถือเป็นที่แรกและที่เดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ของประเทศใน South East Asia อีกด้วย
ภายในงานมีการเสวนาโดยผู้แทนทีม RamathibodiLung Cancer Consortium (RLC) ซึ่งประกอบด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพที่ร่วมดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด โดย รศ. ร.อ. นพ.เอกภพ สิระชัยนันท์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ความสำเร็จของทีม RLC เกิดจากประเด็นสำคัญ 3 อย่างได้แก่

1. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ โดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient-centered Care) และอาศัยความร่วมมือของบุคลากรทุกสาขาวิชาชีพตลอดกระบวนการรักษา การทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการประชุมร่วมกันของแพทย์หลายสาขา แต่เป็นการออกแบบกระบวนการดูแลผู้ป่วยทั้งระบบ ตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนการรักษา การประสานงาน การติดตามผล และการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม รวดเร็ว และลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการบริการ
2. การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมควบคู่กับการดูแลผู้ป่วย โดยโรงพยาบาลมีศักยภาพทั้งด้านการวิจัยทางคลินิก การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)มีธนาคารชีวภาพสำหรับโรคมะเร็งแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัยและต่อยอดสู่การรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายในอนาคต
3. การเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ป่วยและครอบครัว เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งปอดและทุกชนิดของโรคมะเร็งมีความซับซ้อน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็งจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูล การให้ความรู้ในด้านต่างๆ และการพัฒนาสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและการเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความเข้าใจ ในการดูแลตัวเอง สามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจรักษา และเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องตลอดกระบวนการดูแล
ศ.พญ.ธัญนันท์ ใบสมุทร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งปอด กล่าวว่า ศ.พญ.ธัญนันท์ ใบสมุทร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งปอด กล่าวว่า ความสำเร็จของทีม Ramathibodi Lung Cancer Consortium (RLC) เกิดจากการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร โดยไม่ได้มีเพียงแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพยาบาล เภสัชกร นักรังสีวิทยา พยาธิแพทย์ นักวิจัย และบุคลากรทุกสาขาที่มีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนของการดูแลผู้ป่วย
"การรักษามะเร็งปอดที่มีประสิทธิภาพ เริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการระบุระยะของโรคได้อย่างแม่นยำ เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา พยาธิวิทยา และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ทีมสหสาขาวิชาชีพสามารถร่วมกันกำหนดแนวทางการรักษาที่ดีที่สุด"
ด้าน ศ.น.ต.หญิง พญ.ฐิติพร สุวัฒนะพงศ์เชฎ ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยาวินิจฉัย กล่าวว่า สำหรับภาควิชารังสีวิทยาการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดอย่างมีคุณภาพเกิดจากการทำงานร่วมกันของบุคลากรทุกฝ่าย ตั้งแต่เจ้าหน้าที่นัดหมายที่ช่วยประสานให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจตามกำหนดเวลา นักรังสีเทคนิคซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตรวจและสร้างภาพ CT ที่มีคุณภาพ และรังสีแพทย์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการทบทวนและแปลผลภาพทางรังสีเพื่อวินิจฉัยและประเมินระยะของโรค ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้ทีมสหสาขาวิชาชีพใน RLC ร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทั้งนี้ ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน คือให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที
รศ.พญ.อาภากร โฆษิตวัฒนฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ กล่าวว่า การประเมินระยะของโรคมะเร็งปอดจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายสาขา โดยนอกจากการตรวจวินิจฉัยทางรังสีแล้ว การตรวจ PET/CT ยังมีบทบาทสำคัญในการประเมินระยะของโรคก่อนเริ่มการรักษา การประเมินผลการรักษาหลังได้รับยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด รวมถึงการติดตามการกลับเป็นซ้ำของโรค ซึ่งช่วยให้ทีมสหสาขาวิชาชีพสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดีให้บริการตรวจ PET/CT มานานกว่า 15 ปี ทำให้สามารถประเมินการกระจายของโรคได้อย่างละเอียด ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายได้รับการปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่การผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีอื่น นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีแผนติดตั้งเครื่อง PET/CT รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปีหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้ดียิ่งขึ้น
ด้าน นพ.ปิยะ เชิญถนอมวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดทรวงอก กล่าวว่า การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด โดยหุ่นยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ผ่าตัดแทนศัลยแพทย์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถควบคุมการผ่าตัดได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ผ่านภาพขยายความละเอียดสูงแบบสามมิติและเครื่องมือที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถผ่าตัดในตำแหน่งที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม "หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของศัลยแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนการตัดสินใจของศัลยแพทย์"
ด้าน ผศ.นพ.รวี เรืองกาญจนเศรษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด คือการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งมีการประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ผลการตรวจ ประเมินระยะของโรค และพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การให้ยา การฉายรังสี หรือการรักษาแบบผสมผสาน โดยอาศัยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของแต่ละสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ภายในงาน นพ.ปิยะ เชิญถนอมวงศ์ และ ศ.พญ.ธัญนันท์ ใบสมุทร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งปอด ได้นำเสนอเคสตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งปอดที่น่าสนใจให้กับผู้ร่วมงานโดยสรุปดังนี้คือ ผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer) ซึ่งมีประวัติสูบบุหรี่ต่อเนื่องยาวนาน 20–30 ปี และเพิ่งเลิกบุหรี่เมื่อได้รับการวินิจฉัย จากการประเมินเบื้องต้น ผู้ป่วยอยู่ใน ระยะ 3A ซึ่งมีขนาดก้อนเนื้อใหญ่และมีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในทรวงอก ถือเป็นระยะก่ำกึ่งที่ไม่สามารถผ่าตัดตัดออกได้ทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง
“ปกติมะเร็งปอดระยะที่ 1 และ 2 ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดเอาออกได้ชัดเจน แต่ระยะที่ 3 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ หรือมีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง การจะผ่าตัดได้หรือไม่ได้นั้น ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดจากทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด เพื่อการวางแผนรักษาที่ถูกต้อง ทีม RLC ได้ส่งผู้ป่วยเข้ารับการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพทสแกน (PET Scan) ร่วมกับทีมเวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อประเมินการแพร่กระจาย
ผลการตรวจพบก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ 6–7 เซนติเมตร บริเวณปอดข้างขวา และพบเงาบริเวณต่อมน้ำเหลืองฝั่งซ้าย ซึ่งหากมะเร็งข้ามไปต่อมน้ำเหลืองฝั่งซ้ายจริง ผู้ป่วยจะถูกจัดเป็นระยะที่ผ่าตัดไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ด้วยความชำนาญของทีมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ จึงสามารถวินิจฉัยแยกโรคได้ว่า ต่อมน้ำเหลืองดังกล่าวเป็นเพียง "ต่อมน้ำเหลืองอักเสบตอบสนอง" จากการติดเชื้อเดิม ไม่ใช่เซลล์มะเร็งกระจาย ยืนยันว่าผู้ป่วยยังอยู่ในระยะ 3A ที่มีโอกาสรักษาหายได้ให้เคมีบำบัดร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดก่อนผ่าตัด
พญ.ธัญนันท์ อธิบายต่อว่า เนื่องจากก้อนเนื้อเดิมมีขนาดใหญ่ถึง 6–7 เซนติเมตร ไม่สามารถผ่าตัดได้ทันที ทีมแพทย์จึงนำผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการวิจัยทางคลินิกของโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยการใช้ "ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาเสริมภูมิคุ้มกันบำบัด" จำนวน 4 เข็มก่อนการผ่าตัด ผลการรักษาปรากฏว่าก้อนมะเร็งมีการตอบสนองอย่างดีเยี่ยม ก้อนเนื้อฝ่อและยุบตัวลงจากขนาด 6–7 เซนติเมตร เหลือเพียงประมาณ 1 เซนติเมตรกว่า ทำให้สามารถส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ศัลยกรรมยุคใหม่ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ลดเหลือ 3 แผล เทคนิคเฉพาะรามาธิบดี
ด้าน นพ.ปิยะ เชิญถนอมวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดทรวงอก โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้อธิบายถึงขั้นตอนการผ่าตัดว่า เมื่อก้อนมะเร็งยุบลงและจำกัดอยู่เฉพาะที่ ทีมศัลยแพทย์ได้เลือกใช้นวัตกรรม การผ่าตัดผ่านกล้องโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด สนับสนุนโดยมูลนิธิรามาธิบดี
นพ.ปิยะ ระบุว่า การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ศัลยแพทย์จะไม่ได้ยืนข้างตัวผู้ป่วย แต่นั่งควบคุมแขนกลผ่านคอนโซลบังคับ ซึ่งแขนกลของหุ่นยนต์มีข้อต่อที่หมุนได้อย่างอิสระเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามือมนุษย์ และมีกล้องกำลังขยายสูงแบบ 3 มิติ ช่วยให้เห็นเส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาทบริเวณทรวงอกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ทีมศัลยแพทย์รามาธิบดีได้พัฒนาเทคนิคการผ่าตัดเพื่อผู้ป่วยขึ้นไปอีกขั้น
จากการผ่าตัดแบบมาตรฐานเดิม ใช้แผลผ่าตัดประมาณ 5 แผล (แผลแขนกล 4 แผล + แผลผู้ช่วย 1 แผล) และต้องเปิดแผลใหญ่เพิ่มเพื่อนำชิ้นเนื้อออก ขณะที่เทคนิคใหม่ของรามาธิบดี ยุบรวมช่องทางเข้าของอุปกรณ์ ลดเหลือเพียง 3 แผล โดยใช้แผลเดียวกันทั้งการใส่อุปกรณ์และนำชิ้นเนื้อออกจากร่างกาย ช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ฟื้นตัวไว และลดรอยแผลเป็น
ผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด มะเร็งลดเหลือ 0.7 ซม. เลาะต่อมน้ำเหลืองได้มากถึง 35 ต่อม หลังการผ่าตัด ผลการตรวจทางพยาธิวิทยาพบความสำเร็จที่น่าทึ่ง
1. ก้อนมะเร็งหลัก ยุบตัวลงเหลือเพียง 0.7 เซนติเมตร เท่านั้น
2. การเลาะต่อมน้ำเหลือง แขนกลหุ่นยนต์สามารถเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณซอกหลอดเลือดและหลอดลมได้อย่างละเอียดถึง 35 ต่อม ซึ่งพบเซลล์มะเร็งหลงเหลือเพียง 2 ต่อมเท่านั้น
3. สามารถลดระยะมะเร็งของผู้ป่วยลงเหลือเพียงระยะที่ 2 และผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาเสริมต่อในโครงการวิจัยเพื่อป้องกันการย้อนกลับมาเป็นซ้ำ

12 ปี RLC รามาธิบดี ผลงานวิจัยกว่า 76 เรื่อง อัตรารอดชีวิตแซงหน้าอเมริกา
พญ.ธัญนันท์ กล่าวสรุปว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ RLC โรงพยาบาลรามาธิบดี ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการรักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูงจาก มูลนิธิรามาธิบดีฯ
ปัจจุบันทีม RLC มีผลงานวิจัยทางคลินิกที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติมากกว่า 76 เรื่อง และจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเปรียบเทียบเชิงสถิติพบว่า อัตรารอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดในทุกระยะ (ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น, ระยะลุกลามปานกลาง 3A, ไปจนถึงระยะแพร่กระจาย 4) ของโรงพยาบาลรามาธิบดี สูงกว่าสถิติเฉลี่ยของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society: ACS) อย่างชัดเจน ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นความหวังใหม่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดในประเทศไทย
รศ. ร.อ. นพ.เอกภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า จุดเด่นของ RLC ไม่ได้อยู่ที่บุคลากรหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบการดูแลที่เชื่อมโยงทุกวิชาชีพเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคุณภาพการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด
ศ.พญ.อติพร กล่าวสรุปว่า โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ต้องการก้าวเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำระดับประเทศและระดับนานาชาติ รางวัลนี้มาจากความคิดเห็นของผู้ป่วยที่มีต่อการบริการของรพ. ซึ่งมีความเชื่อมั่นการรักษา จึงนำมาสู่คำว่า นึกถือมะเร็งปอดให้นึกถึงรามาธิบดี แต่เราไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด เราจึงวางนโยบายว่า โรงพยาบาลรามาธิบดี อยากเป็นต้นแบบในการเผยแพร่ โมเดล RLC เพราะเราคงไม่สามารถรับเคสมะเร็งปอดทั่วประเทศได้ทั้งหมด แต่เราพร้อมเป็นต้นแบบให้ทุกเครือข่าย เพื่อก้าวสู่ประโยคว่า คิดถึงต้นแบบการดูแลรักษามะเร็งปอด ให้คิดถึงรามาธิบดี”

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา