
'กสถ.' ชง 'ก.กลาง' เพิกถอนบรรจุ 'ทุจริตข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น' 5,814 ราย 23 ก.ค.69 - 'อนุทิน' นั่งเป็นประธานเอง ลั่น ไม่มีมวยล้มต้มคนดู - 'อรรษิษฐ์-ปลัดมท.' แจกแจง 5,814 ราย 3 กลุ่ม คะแนนเพิ่มขึ้นมาก 3,621 คน - คะแนนดีอยู่แล้วแต่ถูกเพิ่มคะแนนขึ้นมาอีก คาดช่วยให้อยู่ในอันดับต้นๆ 1,713 คน - คะแนนห่างกัน 1 คะแนน/เอกสารสแกนไม่ชัด 480 คน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังรับฟังสรุปการดำเนินคดีกรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น 2568 โดยมีขั้นตอนการสืบสวน สอบสวนและการจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ 1.นายพิชิต (สงวนนามสกุล) 2.นายวิน (สงวนนามสกุล) และ 3. น.ส.ศตพร (สงวนนามสกุล) ในข้อหากระทำผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันเปิดเผยความลับ
นายอนุทินกล่าวว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและรมว.มหาดไทย ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันสืบสวนสอบสวนคดี รับทราบถึงการกระทำอันอุกอาจ ผิดกฎหมาย และน่ารังเกลียดเช่นนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นตนเองไม่มีความสบายใจ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ภายในกำกับดูแลของรัฐบาลทั้งสิ้น หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ก็จะทำให้ความเคลือบแคลงใจ ตลอดจนความไม่มั่นใจของประชาชนต่อคดีนี้เป็นที่สงสัย ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้อง ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก เบียดบังคดีความต่างๆ เหล่านี้เป็นอันขาด
“ประชาชนไม่ต้องกังวล มีคำถามว่า เดี๋ยวกระทรวงมหาดไทยทำ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กำกับดูแลเรื่องสอบจะไว้ใจได้อย่างไร แต่มีหน่วยงานนอกเหนือจากการกำกับดูแลของรัฐบาล เป็นองค์กรอิสระ จึงขอให้มั่นใจว่า จะไม่มีทางบิดเบือนคดีเป็นอื่นได้เป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีอยู่ ทุกคนสามารถไว้วางใจได้ว่าคดีนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีบุญคุณใดที่ต้องตอบแทน หรือ มีความเกรงกลัวใดๆ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ไม่ว่าจะเคยมีตำแหน่งข้าราชการใดก็ตาม ทั้งดำเนินคดี มีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หลายคน แต่ยังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะทุกอย่างต้องผ่านการสืบสวนสอบสวนและมีพยานหลักฐานชัดเจน”นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งว่า จะมีการนำผลการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในวันนี้ (15 ก.ค.69) เข้าสู่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งตนเองจะเป็นประธานด้วยตัวเอง ในวันที่ 23 ก.ค.2569 จากเดิมที่มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยเป็นประธาน
“ในส่วนของคณะกรรมการของผมเอง (ก.กลาง) ผมก็ต้องนำเรื่องเข้าไปว่า แล้วจะทำอย่างไรต่อ สำหรับผม ผมเห็นว่า ควรจะต้องยกเลิก ถ้าทุกคนเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ก็ยกเลิก แต่ถ้ายังไม่กรรมการหลายคน ซึ่งเป็นตัวแทนจากท้องถิ่น เป็นผู้ที่ต้องการข้าราชการเหล่านี้เข้าไปทำงาน ถ้าเขาบอกว่า ควรดำเนินการต่อไป (ไม่ยกเลิก) ก็โหวต (ลงมติ) กัน แต่ส่วนตัวผมเอง กระทรวงมหาดไทย รัฐบาล เราก็จะมีความเห็นของเรา”นายอนุทินกล่าว
ด้านนายอรรษิษฐ์กล่าวถึงผลการประชุม กสถ. ว่า ภายหลังพิจารณาความผิดปกติของผู้ได้รับการบรรจุไปแล้วจำนวน 3 รอบ รอบแรกและรอบที่สอง จำนวน 12,000 คน รอบที่สามราว 3 พันคน รวม 15,520 คน ในจำนวนรวมดังกล่าว มีผู้มารายงานตัว 14,988 คน หรือ มีผู้สอบได้แต่ไม่มารายงานตัว 520 คน
นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ที่ประชุมกสถ.ที่มี นายวันชัย จันทร์พร เป็นประธาน มีมติเห็นชอบร่วมกันให้นำคะแนนผิดปกติ จำนวน 5,814 คน ส่งต่อไปให้ผู้มีอำนาจ คือ ก.กลาง ซึ่งประกอบด้วย 3 ก. ได้แก่ คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.)
นายอรรษิษฐ์กล่าวลงรายละเอียดของผลการลงมติเห็นชอบร่วมกันดังกล่าวว่า โดยที่ประชุมกสถ. ได้นำคะแนนของผู้ที่มารายงานตัว 14,988 คน มาตรวจสอบเทียบกับคะแนนที่อยู่ในตู้นิรภัย ซึ่งเป็นคะแนนดิบจากคะแนนคำตอบของผู้มารายงานตัวกับรายชื่อที่ประกาศผลเข้ารับการบรรจุด
“ทั้งสองส่วนนี้ พอมาประกบกันแล้ว คะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน ซึ่งที่ประชุมกสถ. จำแนกออกเป็น กลุ่มแรก คือ คนที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นมามาก จากที่ควรจะสอบตกไปแล้ว เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้สอบได้ เพื่อให้เข้ารอบต่อไป 3,621 คน กลุ่มที่สอง ทำข้อสอบได้ คะแนนดีอยู่แล้ว แต่ถูกเพิ่มคะแนนขึ้นมาอีก สันนิษฐานว่า เพื่อช่วยให้อยู่ในอันดับต้นๆ 1,713 คน และกลุ่มที่สาม คือ กลุ่มที่มีคะแนนห่างกันเพียง 1 คะแนน และแผ่นเอกสารสแกนไม่ชัด 480 คน โดยกลุ่มที่สามเราจะนำไปตรวจสอบกับกระดาษคำตอบที่ป.ป.ช. อายัดไว้ เพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนมากขึ้น โดยจะส่งให้ ก.กลาง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาสิ่งที่มีความผิดปกติขึ้น เพื่อพิจารณาเพิกถอนการบรรจุต่อไป”นายอรรษิษฐ์กล่าว
นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า เชื่อว่า ก.กลางจะพิจารณาด้วยความเป็นธรรมที่สุด ซึ่งถ้าคณะกรรมการเห็นชอบร่วมกันก็ไม่ต้องลงมติ แต่ถ้าไม่ก็ต้องมีการลงมติ


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา