
‘อนุทิน’ นำข้าราชการกระทรวงมหาดไทยแถลงผลสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังคณะกรรมการสอบสวนเร่งดำเนินการภายในกรอบเวลา 7 วันพบฟันข้าราชการฐานผิดวินัยแล้ว 5 คน อายัดกระดาษคำตอบ 800,000 แผ่น สอบต่ออีก 3-6 เดือน พบพิรุธแก้ไขคะแนนสอบ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังคณะกรรมการสอบสวนเร่งดำเนินการภายในกรอบเวลา 7 วัน จนพบพฤติการณ์ผิดปกติชัดเจน ทั้งการแก้ไขคะแนน การจัดส่งข้อมูลล่าช้า และความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชน รวมถึงบุคคลภายนอก
@จับมือ ตร.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ปปง. รุมสอบ
นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดทั่วไป แต่เป็นการกระทำที่ไม่โปร่งใส มีลักษณะทุจริต เพื่อเปิดทางให้บุคคลบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์และเข้าสู่ระบบราชการท้องถิ่นโดยมิชอบ รัฐบาลจึงบูรณาการร่วมกับ 7 หน่วยงาน ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น
นายอนุทินย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้เกี่ยวข้อง และหากตรวจพบว่าผู้สอบรายใดทุจริต แม้จะได้รับการบรรจุไปแล้ว การบรรจุดังกล่าวก็ถือเป็นโมฆะ เพราะการได้ตำแหน่งจากการโกงไม่อาจมีผลทางกฎหมายได้ พร้อมระบุว่า ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ และรัฐบาลจะเดินหน้าขยายผลเอาผิดให้ถึงต้นตอของขบวนการ
นายอนุทินยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อทราบเบาะแสการทุจริต ได้สั่งการให้ชะลอหรือยกเลิกการบรรจุไว้ก่อน แต่การตัดสินใจดังกล่าวอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ซึ่งเสียงส่วนใหญ่มีมติให้เดินหน้าบรรจุต่อไป ดังนั้น หากภายหลังพบว่าการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้มีอำนาจตัดสินใจและผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบตามพยานหลักฐาน
@อายัดกระดาษคำตอบ 800,000 แผ่น กางกรอบเวลาสอบ 3-6 เดือน
ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ป.ป.ช. ได้อายัดกระดาษคำตอบกว่า 800,000 แผ่น และกำหนดกรอบเวลาดำเนินการภายใน 3-6 เดือน โดยย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการโกงข้อสอบ แต่ยังเกี่ยวพันถึงเส้นทางการเงินและผู้บงการเบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งจะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
@ฟันข้าราชการกรมส่งเสริมฯผิดวินัย 5 ราย
ขณะที่นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลตรวจสอบเบื้องต้นว่า จากการสุ่มตรวจผู้เข้าสอบ 79 ราย พบคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนถึง 48 ราย หรือมากกว่าครึ่ง โดยพบการแก้ไขคะแนนทั้งภาค ก และภาค ข ให้สูงขึ้นผิดปกติ บางรายคะแนนภาค ก สูงเกินร้อยละ 60 และภาค ข สูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
นอกจากนี้ยังพบว่า หลัง กสถ. เห็นชอบและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค แล้ว ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลก่อนนำขึ้นระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก และบุคคลที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ขณะที่การดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น พบข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย
นายอนุทินย้ำทิ้งท้ายว่า การทุจริตครั้งนี้มีลักษณะเป็นขบวนการขนาดใหญ่ ไม่ใช่ความผิดของคนไม่กี่คน หากผลสอบชี้ชัดว่าระบบมีช่องโหว่ ก็ต้องสังคายนากฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการสอบทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนโกงแทรกตัวเข้าสู่ระบบราชการ และเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการท้องถิ่นให้กลับคืนมา

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หลังการแถลงข่าวเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการท้าทายและไม่เกรงกลัวต่ออำนาจนายกฯและรมว.มหาดไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่มีใครที่จะกระทำการทุจริตได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจ ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกฯแต่เป็นการท้าทายอำนาจประชาชน เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเป็นข้าราชการรับใช้พี่น้องประชาชน และต้องเป็นคนทำงานรับใช้ชาติ เข้ามาวันแรกก็โกงแล้ว อย่างนี้อนาคตประเทศจะมีปัญหา
เมื่อถามว่าจะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แค่ 3 หน่วยงานนี้ฟังก็เหนื่อยแล้ว และยังมีตำรวจอีก รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่ต้องไปสอบสวนหน่วยงานตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือมีความพยายามที่จะแก้ไขข้อมูลคะแนน กระดาษคำตอบ ที่ในตัวกระดาษคะแนนหนึ่งแต่ในคอมพิวเตอร์อีกคะแนนหนึ่ง แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว เช่นทำได้ 37 คะแนน ตอนนี้ในคอมพิวเตอร์ 74 คะแนน อย่างนี้จะต้องไปตรวจสอบอะไรอีก
เมื่อถามว่า เป็นการประมาท “หนู 1” เกินไปหรือไม่ นายกฯตอบว่า หากจะมองอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา เมืองไทยก็อย่างนี้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา