
‘อนุชา’ลั่นพร้อมเป็นผู้ว่าฯกทม. ไม่มีขายฝัน มีประสบการณ์พร้อม ชูตั๋วร่วม ปรับปรุงโครงข่ายรถเมล์ เมืองสะอาด สร้างชีวิตสบาย ด้าน ‘อภิสิทธิ์’ ประทับตราการันตีอนุชาสุจริตโปร่งใส
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่เวทีปราศรัยใหญ่ “ไปให้สุดหยุดที่ เจมส์ อนุชา” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 กล่าวปราศรัยว่า ตลอด 6 สัปดาห์ในการลงพื้นที่สัมผัสชีวิตจริงของคนกรุง ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ถูกเบียดบังพื้นที่ทำกิน พ่อแม่ที่เร่งรีบรับส่งลูกไปโรงเรียน ผู้สูงอายุที่เข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ยาก รวมถึงวินมอเตอร์ไซค์ที่ต้องการการยอมรับจากสังคม
“ผมไม่ได้มาเพื่อขายฝัน แต่มาด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมทั้งจากภาคเอกชน ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ซึ่งทำให้ผมพร้อมที่สุดในการเข้ามาแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของเมือง ผมมีคติประจำใจคือ คำพูดไม่กระจ่างเท่าการกระทำ ผมจึงขอพิสูจน์ด้วยการลงมือทำทันที โดยมีเป้าหมายหลักคือการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น ซึ่งผมมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากแพลตฟอร์มส่องรัฐของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในมือแล้ว” นายอนุชา กล่าว
@ชูตั๋วร่วม ปรับรถเมล์-สร้างเมืองสะอาด
นายอนุชา กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาเมืองอย่างเป็นระบบ จะมุ่งเน้นการปฏิรูปด้านคมนาคมด้วยการผลักดันระบบตั๋วร่วมและปรับปรุงโครงข่ายรถเมล์ให้เข้าถึงตรอกซอกซอยเพื่อลดระยะเวลาการรอรถที่นานนับชั่วโมง ควบคู่ไปกับการสร้าง “เมืองสะอาด” ผ่านการแก้ปัญหาขยะและกลิ่นเหม็นที่ศูนย์กำจัดขยะด้วยการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกและประสานงานกับภาคเอกชนโดยตรง ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ โดยเตรียมนำระบบ AI มาใช้จัดการประตูระบายน้ำและวางแผนการลอกท่อคูคลองเชิงระบบแทนการทำงานแบบตั้งรับเช่นที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้าง “ชีวิตสบาย” ให้กับคนเมืองด้วยการพัฒนาระบบสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุ ตลอดจนการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเพื่อให้คนตัวเล็กตัวน้อยสามารถทำมาหากินได้อย่างถูกต้องและไม่เสียความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง
นายอนุชา ยังเน้นย้ำว่า KPI ที่ตั้งใจไว้ไม่ใช่เพียงการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก แต่ต้องเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง โดยมีทีม ส.ก. ทั้ง 50 เขตของพรรคประชาธิปัตย์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนร่วมกัน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายอนุชา ทำให้เห็นถึงปัญหาที่ย่ำอยู่กับที่ แม้กรุงเทพฯ จะเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากวิถีชีวิตผู้คนและอาหารการกินที่ทั่วโลกหลงใหล แต่กลับมีความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันของคนกรุง ซึ่งสะท้อนผ่านเรื่องร้องเรียนจำนวนมหาศาลตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมเปรียบเทียบความสำเร็จในอดีตยุคพรรคประชาธิปัตย์บริหารเมือง ทั้งการผลักดันรถไฟฟ้าไปฝั่งธน การสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร การบริหารจัดการขยะระบบปิดแห่งแรกที่หนองแขม และการสร้างโรงพยาบาลผู้สูงอายุที่บางขุนเทียน เพื่อยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์คือทีมงานที่มีความรับผิดชอบร่วมกันและมีอุดมการณ์ที่ชัดเจน
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า นายอนุชาเมื่อครั้งแรกๆ ที่เจอกันว่า เป็นบุคคลที่ร่วมงานกันมาเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่การชักชวนของนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอนุชาเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาโดยไม่โวยวาย อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ยังฝากถึงความสำคัญของทีมงาน ส.ก. ทั้ง 50 เขต ว่าเป็นองคาพยพที่สำคัญที่จะมาช่วยตรวจสอบและขับเคลื่อนนโยบาย 5 ด้าน ทั้งการเดินทางที่สะดวกขึ้น การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม การดูแลกลุ่มเปราะบาง และการพัฒนาเศรษฐกิจรายได้คนเมือง โดยระบุว่าแม้บางพื้นที่จะเป็นรอง แต่ทีมงานประชาธิปัตย์ทุกคนได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทุจริตและการบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส โดยเชื่อมั่นว่านายอนุชาคือผู้ที่นำข้อมูลมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และจะเป็นผู้นำที่ทำให้กรุงเทพฯ ก้าวไปข้างหน้าด้วยความสุจริต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา