
'อนุทิน' เผย บิน 'คาซาน' ประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย 17-18 มิ.ย. ถก ทวิภาคี 'ปูติน' เจรจาซื้อขายสินค้า - 'ครม.' เห็นชอบเอกสารผลลัพธ์ประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ 4 ฉบับ ด้านความร่วมมือพลังงาน วัฒนธรรม ความมั่นคง เศรษฐกิจในทุกมิติ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีโอกาสออกเดินทางไปเยือนสหพันธรัฐรัสเซียในช่วงเย็นวันนี้ (16 มิ.ย.69) เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - รัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 17 - 18 มิ.ย. ว่า มีหลายหมวดที่เกี่ยวกับรัสเซีย ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การลงทุน และเราได้ซื้อสินค้า สินค้าของทางการรัสเซียมากมาย ขณะเดียวกันก็อยากให้ขอเพิ่มคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีโดยวันที่ 18 มิ.ย.นี้ในช่วงเย็นจะมีโอกาสหารือทวิภาคีกับนายวลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัสเซีย ที่เมืองคาซานด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีประเด็นน้ำมันด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีทุกเรื่อง เพราะรัสเซียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตแหล่งพลังงานหลายประเภท ขณะเดียวกันเรื่องพลังงานเราก็พยายามหาจากหลายๆแห่ง ส่วนการเดินทางไปรัสเซียครั้งนี้ จะไปขายหรือจะไปซื้อสินค้าจากรัสเซียนั้น ทุกอย่างต้องมีทั้งซื้อและขาย ซึ่งจะมีการหารือในหลายเรื่อง
เมื่อถามว่า สินค้าอะไรที่รัสเซียสนใจ นายอนุทิน กล่าวว่า สินค้าเกษตรอาหาร อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม วีเนียร์ อะไรทั้งหลาย
เมื่อถามว่า จะมีการดึงการลงทุนจากรัสเซียมาไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประธานหอการค้าของรัสเซียเคยมาพบที่ไทยแล้ว ในเรื่องของการท่องเที่ยว
ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งผู้นำอาเซียนจะร่วมรับรองในการประชุมที่เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย วันที่ 18 มิ.ย.69 เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและรัสเซียในระยะยาว ทั้งนี้ เอกสารทั้ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย
1. ร่างปฏิญญาคาซาน ค.ศ. 2026 อาเซียน–รัสเซีย: เอกภาพในความหลากหลาย – 35 ปี ร่วมกัน ซึ่งยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางชีวภาพ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน พลังงาน อาหาร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์
2. ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การรับมือวิกฤตพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค
3. ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี และการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้านวัฒนธรรม
4. ร่างแผนดำเนินการที่ครอบคลุมเพื่อปฏิบัติตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน–สหพันธรัฐรัสเซีย ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งกำหนดกรอบความร่วมมือใน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม–วัฒนธรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การคมนาคม การเกษตร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสาธารณสุข การจัดการภัยพิบัติ การย้ายถิ่นฐาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ร่างเอกสารทั้ง 4 ฉบับไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับรัสเซียในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านพลังงาน วัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และเสริมบทบาทของไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศต่อไป
นางสาวลลิดากลาวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569–2573 เพื่อเป็นกรอบการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะ 5 ปี
นางสาวลลิดากล่าวว่า แผนการหารือฉบับนี้เป็นกลไกต่อเนื่องจากแผนฉบับที่ผ่านมา โดยกำหนดการหารือทั้งในระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และระดับกรมของกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือภูมิภาคและพหุภาคีในเอเชีย–แปซิฟิก การประสานงานในกรอบสหประชาชาติ กิจการเกี่ยวกับยุโรป การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล การต่อต้านข้อมูลเท็จและข่าวปลอม ความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และประเด็นอื่นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน
นางสาวลลิดดากล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานกับฝ่ายรัสเซียเพื่อจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–รัสเซีย ครั้งที่ 9 ณ กรุงมอสโก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 และหากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ จะมีการลงนามแผนการหารือฉบับดังกล่าวในโอกาสเดียวกัน
นางสาวลลิดากล่าวว่า ร่างแผนการหารือนี้ไม่เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นกรอบการทำงานที่ช่วยส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ ยกระดับความสัมพันธ์ และสนับสนุนการหารือระหว่างไทยกับรัสเซียให้มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา