
'อนุทิน' เตรียมตั้ง 5 คณะอนุฯ เดินหน้าแก้ปัญหาสแกมเมอร์ – นอมินีต่างชาติ 'โฆษกรัฐบาล' เผย คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลดลงจาก 34,478 คดี เหลือ 16,920 คดี มูลค่าความเสียหายจาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสด 57 ล้านบาท ช่วยเหลือเหยื่อ 808 ราย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 5 คณะ ก่อนนายอนุทิน ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาลงนามในคำสั่งต่อไป ประกอบด้วย
1. คณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
2. คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการ
3. คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการ
4. คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานอนุกรรมการ
5. คณะอนุกรรมการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ในหลายด้าน ผลงานสำคัญคือ ลดจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือเพียง 16,920 คดี ลดลงกว่า 50.9 % และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน จาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลงกว่า 63.2 % (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 68 - พ.ค. 69) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 - 26 พ.ค. 69)
น.ส.รัชดากล่าวว่า นายอนุทินกล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักและเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน แต่ยังมีปัจจัยและปัญหาบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
“รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม”น.ส.รัชดากล่าว
น.ส.รัชดากล่าวว่า นายอนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา