
‘ธปท.’ เตรียมออกหลักเกณฑ์คุมความเสี่ยงธุรกรรม ‘เงินสด’ เพิ่มเติม หากฝากเงินสด ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป 'ลูกค้า' ต้องแจ้ง ‘เงินมาจากไหน’ ให้แบงก์ทราบ หวังลดปัญหา ‘คอร์รัปชัน’ ระยะยาว
......................................
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน ‘GovernorConnect ผู้ว่าการพบสื่อมวลชน’ ว่า หลังจากในช่วงต้นเดือน เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์บริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมเบิกถอนเงินสดฯ โดยมีสาะสำคัญว่า ในกรณีที่ลูกค้าทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน สถาบันการเงินต้องสอบถามวัตถุประสงค์หรือขอเอกสารการใช้เงินประกอบการพิจารณา นั้น
จากข้อมูลล่าสุดพบว่า จำนวนรายการเบิกถอนและมูลค่าการเบิกถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยในเดือน เม.ย.2569 จำนวนรายการเบิกถอนเงินสดมีจำนวน 6,481 รายการ ลดลง 28% จากค่าเฉลี่ยไตรมาสที่ 1/2569 (8,946 รายการ) โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 73,083 ล้านบาท ลดลง 25% จากค่าเฉลี่ยไตรมาสที่ 1/2569 (97,209 ล้านบาท) ขณะที่ในช่วงวันที่ 1-15 พ.ค.2569 จำนวนรายการเบิกถอนเงินสดและมูลค่า ยังคงมีแนวโน้มลดลง

อย่างไรก็ดี ในอีก 2-3 เดือนหลังจากนี้ ธปท. จะมีการออกหลักเกณฑ์เพิ่มเติม โดยกำหนดให้ลูกค้าที่นำเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ไปฝากกับสถาบันการเงิน หรือนำเงินสดมาแลกเปลี่ยนเป็นแบงก์ชนิดอื่นๆ สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องสอบถามลูกค้าว่า เงินสดดังกล่าวมาจากไหน หรือกรณีการแลกเปลี่ยนธนบัตร ก็จะมีการสอบถามวัตถุประสงค์เช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อลดธุรกรรมที่น่าสงสัย และจะมีส่วนช่วยทำให้ปัญหาการคอร์รัปชันน้อยลงในระยะยาว
“เรื่องถอนเงินสด 5 ล้านบาท เราเริ่มมาตรการนี้ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. ผมโดนด่า โดนสรรเสริญจำนวนมาก บางส่วนก็ชอบ แต่บางท่านที่นิยมถอนเงินสดๆ เยอะๆ ไม่รู้จะถอนไปทำไม ก็สรรเสริญผมเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ถ้าดูยอดในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนรายการถอนเงินสดลดลงประมาณ 28% และมูลค่าลดลงประมาณ 25% จากที่ไปไกลมากในช่วง ม.ค. ก.พ. และมี.ค. ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งด้วย อันนี้ต้องยอมรับก่อน แต่พอมาเดือน พ.ค. ก็ลดลงต่ออีกประมาณ 25-30% แปลว่า มีแนวโน้มที่ดีแล้ว มันลดลงต่อเนื่อง
ถ้าเราสามารถผลักคนให้เข้าไปอยู่ในระบบได้ ไม่ใช้เงินสดในธุรกรรมที่น่าสงสัยว่า จะเบิกเงินสด 5 ล้าน ไปทำอะไร ทุกอย่างโอนได้ หรือใช้เชียร์เช็คได้ ประเทศจะดีขึ้น เนื่องจากทุกๆธุรกรรมที่น่าสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการซื้อเสียงอะไรต่างๆ มันมาจากเงินสดทั้งนั้น ไม่มีใครจะคอร์รัปชันหรือการทำอะไรแล้วใช้เงินโอน เพราะมันติดตามได้ วันนี้เราจะบังคับทุกคนให้เข้าไปอยู่ตรงนั้น ซึ่งดูเหมือนง่าย แต่ในทางปฏิบัติ แบงก์พาณิชย์กับสถาบันการเงินก็มีภาระเหมือนกัน ต้องยอมรับ แต่ก็ต้องถือว่าอันนี้ได้ผล
เดี๋ยวอีก 2-3 เดือนหลังจากนี้ เราก็จะขึ้นว่า ฝากเงินสด 5 ล้านบาท ใครเอาเงินสดมาฝาก ถือเงินเป็นก้อนๆมาฝาก 5 ล้านบาท ท่านคงต้องบอกว่า เอาเงินมาจากไหนให้ได้ หรือถ้าใครจะฝากและแลกเงินด้วย เช่น เอาแบงก์พัน 10 ล้าน มาแลกแบงก์ห้าร้อย 10 ล้านบาท ท่านคงจะต้องบอกให้ได้ว่า อะไรในประเทศที่ต้องใช้แต่แบงก์ห้าร้อยเท่านั้น แล้วแบงก์ก็มีหน้าที่ต้องทำตรงนี้ด้วย ซึ่งมันก็ช่วยทำให้การคอร์รัปชันหรือธุรกิจพวกนี้น่าจะน้อยลงในระยะยาว” นายวิทัย กล่าว
อ่านประกอบ :
ธปท.ออกเกณฑ์คุมความเสี่ยง‘ธุรกรรมเงินสด’-‘ลูกค้า’ถอน 5 ล./วัน‘แบงก์’ต้องถามวัตถุประสงค์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา