
‘อนุทิน’ เมินฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความออก พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ชี้มีแผนเดียวคือแผนช่วยเหลือประชาชน และการยื่นศาลฯของ สส. เป็นคนละซอยกับฝ่ายบริหาร โวไม่มั่นใจ ไม่ออก ด้าน ‘เอกนิติ’ ย้ำมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะกู้เงิน เพื่อหยุดวิกฤตลากยาว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องและรายชื่อ สส. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 จำนวน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ยืนยันว่าฝ่ายบริหารที่บริหารราชการแผ่นดินเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและมีประโยชน์ ส่วนจะทำให้โครงการสะดุดหรือไม่ ยืนยันว่าไม่ เพราะพ.ร.ก.มีผลบังคับใช้แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพียงแต่ว่าจะล่าช้าไปบ้าง เมื่อสมาชิกรัฐสภาได้ส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้การบรรจุวาระพิจารณาวาระแรกยังทำไม่ได้ แต่มันก็เป็นคนละซอยกัน เพราะการทำงานให้ประชาชนเอาเงินไปช่วยก็ยังเดินต่อไป
เมื่อถามว่า ได้เตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือ กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้การออก พ.ร.ก.ขัดกับรัฐธรรมนูญ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลทำหน้าที่ที่ต้องทำ นั่นคือช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้มีแผนเดียวคือแผนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มาถึงจุดนี้ ถ้าไม่มั่นใจ อย่าออก พ.ร.ก.
@'เอกนิติ' ยันมีความจำเป็นเร่งด่วน
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรณนี้คือสิ่งที่ฝ่ายค้านเห็นความจำเป็นด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ในความเห็นของตนเองนั้นมองว่า ตอนนี้เป็นเรื่องวิกฤตปากท้องประชาชน เพราะฉะนั้นทุกประเทศที่เจอปัญหานี้ก็มีความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลปัญหาให้กับประชาชน
ส่วนที่หลายคนเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตเช่น วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 นายเอกนิติกล่าวว่า ครั้งนั้นเป็นวิกฤตด้านค่าเงินและธนาคารล้มละลาย ซึ่งไม่เหมือนกับตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องประชาชนและค่าครองชีพ ซึ่งพุ่งขึ้นทั้งโลกไม่ใช่แค่ประเทศไทย เพราะฉะนั้น รัฐบาลยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและพิจารณากันใน ครม.อย่างรอบคอบ ไม่ทำวันนี้ วิกฤตจะมาหลายนะลอก ซึ่งทั้งตนเองและผู้นำหลายประเทศก็พูดตรงกันว่า วิกฤตครั้งนี้เริ่มจากสงคราม ระลอกที่ 2 วิกฤตพลังงานราคาน้ำมัน วิกฤตที่ 3 คือต้นทุน วันนี้เงินเฟ้อสูง และวิกฤตต่อมาคือ ค่าครองชีพ ถ้าไม่หยุดวันนี้ ค่าครองชีพจะสูงขึ้น รายได้หดตัว ธุรกิจรายเล็กกระทบรุนแรง จะกลายเป็นวิกฤตคนตกงาน และธุรกิจรายเล้กรายย่อยจะถูกกระทบก่อน นี่จึงเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ถ้าปล่อยให้วิกฤตเกิดขึ้น นานขึ้นจะยิ่งแก้ยาก
นายเอกนิติกล่าวว่า กับคำถามที่ง่าจะต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่นั้น วันนี้ พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลจะยังคงเดินหน้า ส่วนจำนวนเงิน 400,000 ล้านบาที่แบ่งออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกจะเอาไว้ช่วยเรื่องค่าครองชีพ และก้อนหลังไว้สำหรับแก้วิกฤติพลังงาน การใช้งบประมาณปกติทำได้ใช่หรือไม่ สำหรับก้อนหลังนั้นนั้น คิดว่าทั้ง 2 ก้อนแยกกัน ตอนนี้วิกฤตการเยียวยา โดย พ.ร.ก.มีวัตถุปรสงค์ชัดเจนคือ 1. ไว้เยียวยาและเปลี่ยนผ่านผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้หลังวิกฤตเข้มแข็งขึ้นไม่ดีกว่าหรือ? เป็นการยิงนกทีเดียวได้ 2 ตัว บรรเทาผลกระทบและทำให้กลับมาแข็งแรงขึ้น คิดว่าเป็นการช่วยประชาชนให้กลับมาเข้มแข็งขึ้น อีกทั้งทุกประเทศก็บอกตรงกันว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงด้านวิกฤตพลังงาน เพราะนำเข้าพลังงานสูง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่าน ลดผลกระทบประชาชน เพราะการพึ่งพาน้ำมันมากมายขนาดนี้ ส่วนใหญ่ประเทศไทยนำเข้า แล้ววิกฤตสงครามก็ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ ถ้ากระแทกอีกหลายระลอก คิดว่าประชาชนจะเดือดร้อน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา