'ปกรณ์ นิลประพันธ์' รองนายกฯ แจง 'พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน' เดินหน้า เว้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งชะลอ ร่ายยาว รัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ - กู้เงิน 4 อดีตนายกฯ 'ชวน-ทักษิณ-อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์' เงื่อนไขกู้เงินแตกต่างกัน ชี้ รธน.ปี 60 ให้กระทรวงการคลัง ดูเรื่องความจำเป็น-เร่งด่วน ยืนยัน ถ้าไม่เร่งด่วนไม่ทำ มีปัญหารัฐบาลลาออก-ทุกคนต้องรับผิดชอบ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) และ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ยื่นคำร้องถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ว่า สภาฯ คงต้องรอการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินฯ ไว้ก่อน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายใน 60 วัน ว่า จะรับหรือไม่รับคำร้อง และถ้ารับคำร้องแล้ว ผลการพิจารณาจะออกมาอย่างไร ซึ่งกระบวนการแยกออกจากกัน เนื่องจากพ.ร.ก.กู้เงินฯ มีผลใช้บังคับแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการจะเดินหน้าต่อไป เว้นแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลต้องมั่นใจว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงินฯ ต้องรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและมีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ
นายปกรณ์กล่าวว่า แนบท้ายพ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกอบด้วย 2 วัตถุประสงค์ “เงินดูเหมือนเป็นสองก้อน แต่เงินสองก้อนโยกสลับด้วยกันได้ ในกฎหมายจะบอกอย่างนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำ คือ ทำ 2 เรื่องไปพร้อมกัน หนึ่ง เยียวยาประชาชน สอง การเปลี่ยนผ่าน ถามว่า เรื่องเดียวกันไหม มันคือเรื่องเดียวกัน รันคู่ขนานกันไป เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายเงินจึงไม่ได้แยกก้อน”
นายปกรณ์กล่าวว่า เรายิงนกสองตัว คือ หนึ่ง ลดค่าครองชีพ และ สอง ลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าไฟ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้เปลี่ยนเป็นโซลาร์ลูฟ การใช้รถไฟฟ้า (EV) ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ หรือ การพัฒนาทักษะคน ต้องทำไปพร้อมกัน
นายปกรณ์กล่าวว่า ประเด็นข้อกฎหมายของคำว่า ความจำเป็นเร่งด่วนนั้น รัฐธรรมนูญ ปี 40 ให้ตรวจสอบการกู้เงินได้เฉพาะเป็นไปเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ ไม่มีเงื่อนไขของเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ในยุครัฐธรรมนูญปี 40 มีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ฯ สมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ถัดมาสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประมาณ 7 แสนล้านบาท เกิดประเด็นปัญหาขึ้นมาว่า จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่
นายปกรณ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ปี 50 ได้นำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาเขียนใหม่ โดยให้ตรวจสอบได้ทั้ง 2 เงื่อนไข หนึ่ง เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ และ สอง จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีก็เคยกู้เงิน อีกครั้งหนึ่งพยามกู้ แต่ติดเงื่อนไขเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กู้เงินแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ครั้งที่สอง กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่ง (ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ) และเกิดมีประเด็นปัญหาเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน
“รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่เอาแล้ว กลับไปเป็นตามหลักที่เดิม (รัฐธรรมนูญ ปี 40 ) คือ รัฐบาลรู้ความจำเป็นเร่งด่วนดีที่สุด เพราะกระทรวงการคลังเป็นแม่บ้าน ถือกระเป๋าตังค์อยู่ รู้ว่ามีเงินเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น เรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ตังค์ขาดไม่ขาด พ่อบ้านไม่ค่อยรู้ แต่แม่บ้านจะรู้ก่อน ต้องเชื่อแม่บ้าน”นายปกรณ์กล่าว
นายปกรณ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ปี 60 มาตรา 173 ให้ร้องได้เฉพาะกรณีเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ไม่ได้ดูเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน เพราะฉะนั้น การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่า เป็นไปเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่
“ส่วนเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ถ้าไม่ด่วนรัฐบาลไม่ทำหรอกครับ เพราะมันเป็นการบายพาสสภา ผลของมันร้ายแรง ถ้าไม่ผ่านหรือมีปัญหาขึ้นมารัฐบาลลาออกนะ ทุกคนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว”นายปกรณ์กล่าว
นายปกรณ์กล่าวว่า ส่วน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ปี 61 มาตรา 53 ถ้าดูในกระเป๋าเงินตัวเองทั้งหมดแล้ว ไม่มี เงินไม่พอ ก็ต้องกู้ เพราะมีเงินไม่พอแน่นอนกับความจำเป็นเร่งด่วนที่จะเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูจากข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า รัฐบาลมั่นใจว่าไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า “ผมเห็นอย่างนั้น”
เมื่อถามว่า ไม่ใช่เป็นการตีเช็กเปล่าใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า “มันมีที่ไหนให้เช็กเปล่ากับคุณ ไม่มีหรอก โลกนี้ไม่มีตีเช็กเปล่า ยืนยัน คำว่าตีเช็กเปล่าเป็นวาทะกรรมที่ผมคิดว่าไม่ควรใช้ ชีวิตคุณจะตีเช็กเปล่าไหมล่ะ กล้าไหมล่ะ ติดคุกนะ รัฐบาลไม่ทำหรอกครับ”
นายปกรณ์กล่าวว่า ตนเองคิดว่า สิ่งที่ควรดู คือ ใช้เงินตรงปกหรือไม่ และบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ สร้างสรรค์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา