
‘อนุทิน’บอกโปรเจ็กต์ ‘แลนด์บริดจ์’ เป็นแผนยาวรับโลกเปลี่ยน ยันไทยจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพของประเทศให้รองรับความผันผวนของโลก ชี้จะยึดผลการศึกษาชุด ‘เอกนิติ’ เป็นหลัก
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางโครงการแลนด์บริดจ์ของไทยว่า ขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่บริบทภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ ทำให้ทุกโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องปรับแนวคิดและการศึกษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่โครงการที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่เป็นโครงการยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่ต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เส้นทางการค้า และความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากช่วงเวลาที่มีการศึกษาโครงการในอดีต
“บริบทโลกเปลี่ยนไปแล้ว การศึกษาที่เคยมีมาอยู่บนภูมิรัฐศาสตร์อีกแบบหนึ่ง วันนี้เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และการขนส่งสินค้า” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพของประเทศให้รองรับความผันผวนของโลก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้ง สงคราม หรือปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มั่นคง ปลอดภัย และได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ
สำหรับแนวทางการพัฒนาแลนด์บริดจ์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะใช้ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบันเป็นตัวกำหนดทิศทาง โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ
นายอนุทิน ย้ำว่า ทุกขั้นตอนจะต้องอยู่บนข้อมูลและผลการศึกษาที่รอบด้าน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมในคณะกรรมการศึกษา เพื่อให้โครงการเกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลกระทบต่อชุมชน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา