‘กรมควบคุมโรค’ เปิดรับฟังร่างประกาศฯ เปิดทาง ‘ร้านค้าปลีก-ซูเปอร์มาร์เก็ต’ พื้นที่ตั้งแต่ 1 หมื่นตรม.ขึ้นไป สามารถขาย ‘เครื่องดื่มแอลกแอลกอฮอล์’ ใกล้สถานศึกษาฯได้
.......................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง แนวทางการกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา พ.ศ. .... เพื่อนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาพิจารณาประกอบการแก้ไขปรับปรุงร่างประกาศกรมควบคุมโรคดังกล่าว โดยกรมฯจะเปิดรับฟังความคิดเห็นฯถึงวันที่ 2 พ.ค.2569
สำหรับร่างประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง แนวทางการกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ ได้แก่
1.การกำหนดข้อยกเว้นให้ร้านค้าปลีกหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดให้บริการภายในอาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาได้
2.การกำหนดให้สถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับใบอนุญาตขายสุราตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2568 ให้ยังคงขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปได้จนกว่าใบอนุญาตขายสุราจะสิ้นอายุ หรือจนกว่าผู้ได้รับใบอนุญาตจะถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
“เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งในระดับบุคคล สังคมโดยรวม และเศรษฐกิจของประเทศ รัฐจึงกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดขนาดของปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ มาตรการกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา เนื่องจากร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษามีผลกระทบต่อสถานศึกษาในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมรอบสถานศึกษาให้ปลอดภัย มีผลต่อชุมชนใกล้เคียงในด้านความสงบสุขของที่พักอาศัย และมีผลต่อทัศนคติของนักเรียนนักศึกษาว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งปกติของสังคมไทย ทำให้เกิดการบริโภคมากยิ่งขึ้น
ผลจากการศึกษาวิจัยสถานการณ์และการติดตามการเปลี่ยนแปลงหลังการบังคับใช้กฎหมาย โดยการสำรวจพฤติกรรมกลุ่มตัวอย่างระดับอุดมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงสำรวจพื้นที่สถานศึกษาในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาค แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายในด้านการควบคุมแหล่งจำหน่ายได้ผลสำเร็จในด้านจำนวนร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ร้อยละ 20-50 ในหลายพื้นที่ ร้านย้ายออกไปไกลสถานศึกษามากขึ้นในทุกพื้นที่เฉลี่ยย้ายออกไปไกล 1 กิโลเมตรจากสถานศึกษา แต่ยังคงมี 2 ร้านในรัศมี 300 เมตรอยู่ในบางพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 31
นอกจากนี้ พบการกระทำความผิดฐานขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการส่งเสริมการขาย การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันห้ามขาย
ผลสำรวจด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริโภคที่ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รอบสถานศึกษาในกลุ่มเสี่ยง พบว่า กลุ่มตัวอย่างระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 67 มีพฤติกรรมการดื่ม กลุ่มตัวอย่าง ระดับมัธยมศึกษาร้อยละ 37.9 มีพฤติกรรมการดื่ม กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด ร้อยละ 93 บอกว่าตนเองดื่มกับเพื่อนตลอดเวลา เหตุผล คือ ชวนกันไป สถานที่ดื่มบ่อยที่สุด คือ ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้ สถานศึกษา ผับบาร์ในเมือง (ยกเว้นกลุ่มตัวอย่างชั้นปีที่ 1) และบ้านหรือหอเพื่อน โดยร้อยละ 68 ไปร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แถวสถานศึกษาครั้งแรกตอนปี 1
จากสถานการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชน ต้องการการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างจริงจัง นานาประเทศรวมถึงประเทศไทยได้ให้ความสำคัญในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาจากการดื่มสุราในกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดมาตรการควบคุมสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา เพื่อเป็นการปกป้องกลุ่มเสี่ยงมิให้เข้าถึงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ได้โดยง่าย รัฐจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรา 3 (2) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 บัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถาน ประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ลงวันที่ 22 ก.ค.2558 เฉพาะข้อ 6
ประกอบกับมีการออกกฎหมายตามมาตรา 27 (8) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ. 2551 ได้แก่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ.2558 ลงวันที่ 12 ต.ค.2558
แต่เมื่อมีการยกเลิกข้อ 6 แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจออกกฎหมาย จากนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมาย โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ แก้ไขเป็นอำนาจของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขประกาศสำนัก นายกรัฐมนตรีดังกล่าว
โดยร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา พ.ศ. .... ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการประชุม ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2568 และมีการกำหนดให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้ประกาศกำหนดแนวทางดำเนินการตามร่างประกาศฉบับดังกล่าว” กรมควบคุมโรค ระบุถึงเหตุผลในการเปิดรับฟังความคิดเห็นฯต่อร่างประกาศฯ
อ่านเพิ่มเติม : ร่างประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง แนวทางการกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา พ.ศ. ....

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา