
BEM เผยความคืบหน้าแผนงานต่างๆ สั่งซื้อขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินใหม่ 21 ขบวนรับการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าสายสีส้ม เผยคืบหน้าแล้ว 36% คาดเริ่มทยอยรับมอบปี 70 ครบในปี 71 ลุ้นนโยบายทางด่วน 2 ชั้นผ่านครม.ใหม่ หลังกทพ.ศึกษา EIA เสร็จแล้ว
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 23 มีนาคม 2569 นางสาวภัทราภรณ์ วงศาวณิชย์กิจ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของโครงการต่างๆที่บริษัทเข้าไปมีส่วนร่วม เริ่มจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ก่อน ปัจจุบันงานก่อสร้างฝั่งตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรีเสร็จแล้ว 100% ส่วนระบบอาณัติสัญญาณ และงานระบบรถไฟฟ้า (M&E) ความคืบหน้า ฯ สิ้นเดือน ม.ค. 2569 คืบหน้าไปแล้ว 39% ส่วนฝั่งตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม - บางขุนนนท์ งานโยธาคืบหน้าไปแล้ว 25% ขณะที่งานระบบคืบหน้าไปประมาณ 7% โดยแผนงานจะเปิดให้บริการฝั่งตะวันออกได้ภายในเดือน ม.ค. 2571 และจะมีแผนเปิดทดลองเดินรถในช่วงปลายปี 2570 ส่วนฝั่งตะวันตกมีแผนเปิดในกลางปี 2573
นางสาวภัทราภรณ์กล่าวต่อไปว่า ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิม บริษัทก็มีแผนจะจัดซื้อขบวนรถเพิ่มเติมอีก 21 ขบวนและแผนปรับปรุงระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มเติมจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก และเพื่อเพิ่มความถี่ในการให้บริการรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยความคืบหน้าการสั่งผลิตอยู่ที่ 36% คาดว่าขบวนรถจะเริ่มทยอยรับมอบช่วงปลายปี 2570 จนคาดว่าจะรับมอบครบทั้ง 21 ขบวนในปี 2571
ทั้งนี้ ในปี 2568 ธุรกิจรถไฟฟ้า นางสาวภัทราภรณ์เปิดเผยว่า ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง - หลักสอง มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 425,000 เที่ยวคน/วัน ส่วนในวันทำการปกติจะอยู่ที่ 500,000 เที่ยวคน/วัน ซึ่งจำนวนผู้โดยสารนี้ไม่ได้รวมจำนวนผู้โดยสารช่วงที่รัฐบาลทำมาตรการโดยสารฟรีลดฝุ่น PM2.5 เมื่อช่วงต้นปี 2568 เป็นระยะเวลา 7 วัน ซึ่งถ้าหากว่ากันเฉพาะช่วงที่เปิดให้โดยสารฟรี จะมีจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 700,000 เที่ยวคน/วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 600,000 เที่ยวคน/วัน โดยมีรายได้จากค่าโดยสารอยู่ที่ 12.7 ล้านบาท/วัน เพิ่มขึ้น 4.7% เป็นผลมาจากการปรับค่าโดยสารเมื่อเดือน ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา
@คนใช้ทางด่วนยังลด แต่แนวโน้มดี
ด้านธุรกิจทางด่วน นายธนาวัฒน์ วรรณดิษฐ์ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ BEM เปิดเผยว่า ในปี 2568 ปริมาณผู้ใช้ทางพิเศษอยู่ที่ 1.017 ล้านเที่ยว/วัน ลดลง 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงและสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้สายทางที่เชื่อมต่อกับสนามบินสุวรรณภูมิและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมีผู้มาใช้บริการลดลง ประกอบกับช่วงต้นปี 2568 มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและเหตุการณ์คานก่อสร้างโครงการทางด่วนพระราม 3 - ดาวคะนองทรุดตัวลง จึงยิ่งกระทบกับการใช้ทางพิเศษมากขึ้น เพราะมีบางด่านเก็บค่าผ่านทางต้องปิดให้บริการชั่วคราว อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา แนวโน้มการใช้ทางเริ่มกลับมาดีขึ้น โดยมีรายได้จากค่าผ่านทางอยู่ที่ 25.3 ล้านบาท/วัน ลดลง 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
จากการวิเคราะห์พบว่า จำนวนผู้ใช้ทางยังทรงตัวยนับตั้งแตาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง ประกอบกับไลฟ์สไตล์คนทำงานเปลี่ยนไป จากการที่ช่วงโควิดมีนโยบายให้คนทำงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) ทำให้คนใช้ทางลดลงไปบ้าง แต่ในช่วง 1-2 ปีที่หลายบริษัทมีนโยบายให้กลับมาทำงานที่ออฟฟิศมากขึ้น ก็ทำให้ปริมาณการใช้ทางกลับมาเติบโตอีกครั้งในสัดส่วน 1-2% อีกทั้ง นักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ผ่านมามีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้น โดยตอนนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศประมาณ 6 ล้านคน ซึ่งก็คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จะมีเพิ่มเข้ามาอีก
@ลุ้น Double Deck ผ่านครม.ปีนี้
อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของทางด่วนในปัจจุบันถือว่า เต็มประสิทธิภาพแล้วจนปัจจุบันมีปัญหาการจราจรติดขัดบนทางด่วนหลายสายในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยช่วงเช้าการจราจรติดขัดตั้งแต่ 07.00-10.00 น. บาววันเลยไปถึงช่วง 12.00 น.ด้วยซ้ำ ขณะที่ช่วงเย็นก็เริ่มติดขัดตั้งแต่ 14.30-20.00 น. ดังนั้น แผนงานโครงการทางด่วน 2 ชั้น หรือ Double Deck ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ระยะทาง 17 กม. จะเป็นแผนงานที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ เพราะเป็นการบายพาสจากจุดเอไปจุดบี ซึ่งศึกษาไว้นานแล้ว และทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ในฐานะเจ้าของโครงการก็ศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสร็จแล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบเท่านั้น คาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในปี 2569 นี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 20,000 ล้านบาท ก่อสร้างประมาณ 4 ปี จะแล้วเสร็จประมาณปี 2573
ทั้งนี้ ในปี 2568 BEM มีรายได้รวม 17,591 ล้านบาท ลดลง 1% จากปีที่แล้ว สัดส่วนรายได้มาจากทางพิเศษอยู่ที่ 8,833 ล้านบาท (50%), รถไฟฟ้าอยู่ที่ 6,906 ล้านบาท (39%) การพัฒนาเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 1,177 ล้านบาท (7%) และอื่นๆ 4% โดยมีกำไรสุทธิ 3,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากปีที่แล้ว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา