
ที่ประชุม สมช.สั่งเฝ้าระวังสถานทูตประเทศคู่ขัดแย้งจากภัยสงคราม ชี้นักท่องเที่ยวทั้งอิรัก-อิสราเอลในประเทศยังอยู่ดี ‘สีหศักดิ์’เผยคนไทยในอิหร่านมี 200 คน ส่วนอิสราเอลอื้อกว่า 65,000 คน เผยมีคนขอกลับเพียง 1,000 คน ยอมรับผู้เกี่ยวข้องมองสถานการณ์ยังยืดเยื้อ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม สมช.มีมติมอบหมายให้ทางตำรวจและหน่วยงานด้านการข่าวไปติดตามเฝ้าระวังสถานที่คู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตของบุคคลที่เกี่ยวข้องของกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทางตำรวจได้มีการเตรียมการรองรับไว้แล้ว และมีแผนรองรับที่ชัดเจน
พร้อมสั่งการให้ติดตามบุคคลที่เข้าออกประเทศไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะนำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งตรงนี้จะมีมาตรการในการติดตามเพิ่มเติม ส่วนประเด็นสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีการบิดเบือนสร้างความแตกแยก สร้างความขัดแย้ง ก็จะมีการติดตามตรวจสอบให้ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงมิติทางด้านเศรษฐกิจโดยเบื้องต้นได้ให้กระทรวงพลังงานไปประเมินในเรื่องของน้ำมัน พลังงาน และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ ไปดูผลกระทบในเรื่องของการส่งออกและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นักท่องเที่ยวทั้งอิหร่านและอิสราเอลที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจะมีการดูแลอย่างไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังใช้ชีวิตปกติอยู่ ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะมีการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เราจะ ดูแลความปลอดภัยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติประเทศไหนก็ตาม
เมื่อถามว่า จะมีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างไร เลขาฯ สมช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านการข่าวและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปดำเนินการในเรื่องนี้ ยืนยันว่าเราให้ความสำคัญ เพราะโซเชียลมีเดียมีการบิดเบือนสร้างความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มคนต่างๆที่มีความเห็นไม่ตรงกัน
เมื่อถามว่า จะมีความเข้มงวดในสถานที่ท่องเที่ยวใดในประเทศไทยหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทางฝ่ายตำรวจได้มีการดำเนินการ ดูแลอย่างเข้มงวดแล้ว ทั้งสถานทูตสหรัฐอเมริกา สถาทูตอิหร่าน และสถานทูตอิสราเอล รวมถึงประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ประเด็นหลักที่มีการหารือกันคือ สถานการณ์ สืบเนื่องจากการปฎิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่านและมีการตอบโต้กัน ซึ่งท่าทีของไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ อาจมีผลกระทบต่อสันติภาพความมั่นคงภูมิภาคโลก จึงอยากให้มีการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีด้วยการเจรจาทางการทูต และช่องทางทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีความห่วงใยความปลอดภัยคนไทยที่อยู่ในแถบภูมิภาคและพื้นที่และที่ห่วงใยเป็นพิเศษคือที่อิหร่าน ซึ่งที่ประเทศอิหร่านมีคนไทยประมาณ 200 กว่าคน ทางสถานทูตได้ติดต่อกับชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ความระมัดระวังให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย หากในกรณีที่คนไทยต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ ในการเดินทางกลับประเทศไทยก็มีการเตรียมพร้อม โดยขณะนี้น่านฟ้าแถวนั้นปิด ในกรณีของอิหร่านคงต้องมีการเดินทาง บกและรถยนต์มาชายแดนทางตุรกีจากนั้นก็เดินทางโดยเครื่องบิน ในชั้นนี้คนไทยที่แสดงความประสงค์จะกลับยังไม่เยอะ แต่หากจะกลับก็จะอำนวยความสะดวก การเดินทางโดยรถยนต์ทางบกมาชายแดนตุรกีและจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกเดินทางกลับ ทั้งนี้ถ้าจำนวนไม่เยอะ ก็สามารถที่จะบริหารจัดการโดยใช้เครื่องบินพาณิชย์ได้ นี่เป็นในส่วนอิหร่าน ที่ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ในส่วนของอิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คนโดยประมาณ ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ทางอิสราเอล ควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่บินมายังอิสราเอลได้และยังไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบและไม่มีความประสงค์อยากจะกลับ ซึ่งทางสถานทูตได้มีการประสานอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน
@ขอเดินทางกลับแล้ว 1,000 คน
นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญต่อแรงงานไทยและดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยเป็นอย่างดี ทั้งนี้ยังมีความกังวล ที่ยูเออี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ อาบูดาบี โดยเฉพาะดูไบ ที่มีคนไทยอยู่เยอะ ทั้งนี้มีคนไทยที่แสดงความจำนงอยากจะกลับ ประมาณ 1000 กว่าคน ซึ่งเราคิดว่าสามารถประสานไปที่ใกล้โอมาน สนามบินยังเปิดอยู่ ชั้นนี้ยังมีเครื่องบินพาณิชย์ หากผู้ที่อยากจะกลับทั้งดูไบและอาบูดาบี เราก็อำนวยความสะดวกในการเดินประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งจะอำนวนความสะดวกในการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสะดวก ขณะที่บาห์เรนมีคนไทยประมาณ 6500 คนเราก็ได้ประสาน หากจะเดินทางกลับ ซึ่งสถานทูตทุกแห่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้ติดต่อคนไทยว่าอยากกลับหรือไม่ กรณีบาห์เรน กาตาร์ คูเวต จะประสานให้เขาสามารถเดินทางกลับโดยผ่านที่ซาอุดิอาระเบียที่สนามบินยังเปิดอยู่ โดยการบริการสายการบินพาณิชย์ซึ่งขณะนี้ได้การเตรียมการแล้ว
ส่วนในอิหร่านที่คนไทยจะกลับ 100 กว่าคน เรื่องการเดินทางทั้งหมดเราก็จะส่งเครื่องบินไปรับ ซึ่งจะต้องมีการประสานกองทัพอากาศด้วย ฉะนั้นในทุกฉากทัศน์เรามีความพร้อมอยู่แล้ว สำหรับญาติของคนไทยที่อยู่แถวนั้น ถ้ามีความห่วงใย ทางกระทรวงการต่างประเทศมีส่วนที่จะตอบข้อมูลข่าวสารต่างๆเพื่อความมั่นใจและสบายใจ
เมื่อถามว่า คนไทยที่อิหร่านที่จะเดินทางกลับต้องใช้เวลากี่วัน นายสีหศัดดิ์ กล่าวว่าตอนนี้ 20 กว่าคน จะต้องเดินทางโดยรถยนต์ ซึ่งที่ผ่านมาตอนเกิดสงคราม 12 วันการเดินทางโดยรถยนต์ 1000 กว่ากิโลค่อนข้างจะลำบากและมีด่านต่างๆตรงนี้เราได้ประสานอิหร่านให้อำนวยความสะดวกในการเดินทางอยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะ 1000 กิโลถือว่าไกล
@ประเมินสถานการณ์ยืดเยื้อ
เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงได้มีการประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์จะยืดหรือไม่อย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องประเมินว่าคงจะยืดเยื้อ เพราะจากการดูสถานการณ์เป้าหมายของฝ่ายสหรัฐและอิสราเอลไม่ใช่แค่เรื่องการขจัดภัยนิวเคลียร์อย่างเดียว ตรงนี้อาจจะทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อและทางฝ่ายอิหร่านมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติการโต้ตอบและก็มีหลายประเทศที่เป็นฐานทัพอเมริกันและไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ภายในอิหร่าน จะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งบางครั้งไม่ได้ยุติง่ายๆฝ่ายไทยเราก็ต้องเตรียมพร้อมไม่ใช่เรื่องการดูแลการอพยพคนไทยอย่างเดียว แต่ต้องเตรียมความพร้อมในแง่ภายในประเทศด้วย ที่จะต้องรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้ต่างๆ
เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะต้องมีการการแจ้งเตือนประชาชนที่จะเดินทางไปประเทศต่างๆอย่างไรหรือไม่นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเลยและไม่ควรไปเลย แม้มีความจำเป็นก็ควรจะหลีกเลี่ยงอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในอิหร่านเรายังสามารถติดต่อคนไทยได้แต่อาจจะได้บ้าง ขาดบ้าง เป็นช่วงๆแต่เราก็ติดต่ออย่างสม่ำเสมอและทางสถานทูตได้มีการติดต่อกับชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด ที่ต้องเป็นห่วงคือต้องเตรียมเสบียงน้ำอาหารแห้งทั้งหลายไว้ด้วย ซึ่งทางร้านค้าก็ยังเปิดขายอาหารอยู่ส่วนการเดินทางไป ยังประเทศตุรกีนั้นในเรื่องความปลอดภัยเราต้องคุยกับฝ่ายอิหร่านเพราะถือเป็นเรื่องมนุษยธรรมซึ่งต้องขอให้เขาอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่และดูแลให้หลักประกันในเรื่องความปลอดภัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา