
‘ธปท.’ แจง GULF ถือหุ้น ‘แบงก์กสิกรไทย’ ยังไม่ข้าม 10% ไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตฯ ระบุเกณฑ์คำนวณการถือหุ้น ‘ธปท.-ก.ล.ต.’ แตกต่างกัน
..................................
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. น.ส.วิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ได้เข้าถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBank) ที่ 10.03% นั้น การนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน
กล่าวคือ ก.ล.ต. จะหักหุ้นที่ KBank จำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ ขณะที่หลักเกณฑ์ของ ธปท. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งการถือหุ้นใน KBank ของบริษัทกัลฟ์ฯ ยังไม่ถึง 10% ภายใต้เกณฑ์ของ ธปท. และบริษัทได้เคยรายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. แล้วตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินกำหนดว่า การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท.อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป
วันเดียวกัน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 เกี่ยวกับการได้มาซึ่งหุ้นในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 12 ก.พ.2569 ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ถึงหรือข้ามร้อยละ 10 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคาร นั้น
บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า การยื่นรายงานดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.28/2554 เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม) โดยการคำนวณสัดส่วนสิทธิออกเสียงดังกล่าว ได้คำนวณจากจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคารภายหลังหักสิทธิออกเสียงของหุ้นที่ธนาคารซื้อคืน (Treasury Stock) ที่ยังคงค้าง ณ สิ้นเดือน ม.ค.2569
อย่างไรก็ดี การได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวยังไม่เป็นผลให้บริษัทฯถือหุ้น หรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของสถาบันการเงิน ซึ่งคำนวณโดยไม่หักจำนวนหุ้นซื้อคืนตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 41/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ดังนั้น การได้มาซึ่งหุ้นในครั้งนี้จึงยังไม่เข้าข่ายเป็นกรณีที่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา