
'ปชป.' แถลงการณ์ถึง 'ปปง.' ชง 3 ข้อเสนอ ก่อน ปปง. ประชุมบ่ายนี้ จี้ ส่งอัยการ ฟ้องศาล ยึดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์-ทุนเทา 9.2 พันล้าน ตกเป็นของแผนดิน ชี้ เป้า ทรัพย์ที่ยังไม่ถูกยึดอายัด เร่ง ขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. แถลงผลการประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และ ว่าที่ สส. ปชป. ว่า นับจากวันนี้ (11 ก.พ.69) เหลือระยะเวลาอีกเพียง 17 วัน ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกมาตรการยึดอายัดทรัพย์ไว้ เพราะว่าตามกฎหมายนั้น จะมีเวลา 90 วัน ในการดำเนินการในเรื่องนี้
“สิ่งที่เราอยากจะเรียกร้องคือว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งรัดเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้ระยะเวลา 90 วัน มันผ่านพ้นไป จนสุดท้าย มาตรการที่เป็นการยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราวไม่ได้ส่งผลอะไร”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ยังเห็นบุคคล หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ เช่น สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมด้วย และไปเกี่ยวข้องกับโครงการอื่น เช่น การสแกนม่านตา ซึ่งเรามองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินการเท่าที่ควรในการที่จะยึดอายัดทรัพย์ หรือป้องกันไม่ให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ไปจนถึงเรื่องของการที่จะทำให้สามารถขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ปชป. ได้ แถลงการณ์ถึงเลขาธิการ ปปง. ว่า ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องธุรกรรมผิดปรกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และขอชื่นชม การปฏิบัติการของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ นายไชยชนก ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท
โดยมีระยะเวลาในการยึดอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้
1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง
เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบ การเมืองสุจริต ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆอย่างจริงจัง
2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 รายไปแล้วด้วยจึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง
3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯได้นำเสนอตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป
การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และ ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ โปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา