
'พัฒนา'รมว.สธ. แจง ปม อ.ก.พ. มีมติ 4:3 ชี้ ‘นพ.สุภัทร’ ผิดวินัยร้ายแรง กรณีจัดซื้อ ATK ลงโทษพ้นราชการ เป็นวาระขั้นตอนปกติ ขณะที่ เจ้าตัวอ้างเป็นเกมการเมือง เตะตัดขา ไม่ให้เข้าสภา ย้ำยังไม่ถูกตัดสิทธิ์ลง สส. เผย ก.พ. ยับยั้งคำสั่งชงบอร์ดใหญ่พิจารณา
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ปลัดกระทรวงฯ เป็นรองประธาน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 โดยมีการแทรกวาระพิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย และโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา จากกรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ชนิด ATK ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุงช่วยโควิด-19 โดยให้ปลดออกจากราชการ มีการลงมติ 4 ต่อ 3 ให้ นพ.สุภัทร มีความผิดวินัยร้ายแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน นพ.สุภัทร ได้ลาออกจากราชการมาลงสมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน และจากมติของที่ประชุมฯ ว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง กรณีการจัดซื้อ ATK อาจจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.
ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้มีอำนาจจงใจกลั่นแกล้งหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการดำเนินการทางวินัยมีความผิดเพี้ยนตลอด โดยเรื่องนี้ใช้เวลาสอบสวนมาเกือบ 2 ปี ตั้งแต่มีคำสั่งย้ายเมื่อเดือน ก.พ.2566 และเพิ่งจะมาเร่งสรุปในโค้งสุดท้ายก่อนจะเลือกตั้ง
@'พัฒนา' ปัดเกมการเมือง ยันฟันวินัยตามขั้นตอน-ไม่เกี่ยว 'อนุทิน'
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการลงคะแนนเห็นชอบต่อมติของคณะกรรมการสอบสวนวินัย นพ.สุภัทร ว่า เรื่องนี้กำลังฮอตเลย ซึ่งมีการประชุม อ.ก.พ.สธ. ไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 ซึ่งเป็นวาระประจำเดือน โดยมีเรื่องของ นพ.สุภัทรและมีอีกหลายเรื่อง เป็นไปตามปกติ
ส่วนมติที่ให้ นพ.สุภัทร มีความผิดวินัยร้านแรง และลงโทษออกจากราชการ นายพัฒนา กล่าวว่า เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการสอบสวนฯ ได้ทำการสอบสวนแล้วเป็นมติออกมา ขั้นตอนต่อจากนี้เป็นขั้นตอนของกรรมการและขั้นตอนของกฎหมาย ตอนนี้รอคำสั่งอยู่ ป็นขั้นตอนลงนาม เพราะเพิ่งประชุมเสร็จ ซึ่งโดยปกติแล้ว ไม่สามารถระบุเรื่องเวลาได้ ส่วนเหตุผลที่มาที่ไป น่าจะทราบกันอยู่แล้ว ในการจัดซื้ออย่างไร การตรวจสอบ การตรวจสอบ ก็เป็นไปตามคณะกรรมสอบสวนฯ อย่างไรก็ตาม นพ.สุภัทร สามารถอุทรณ์ได้ตามกฎหมาย ส่วนเรื่องเวลาขอให้ยึดตามกฎหมาย
ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าไทม์ไลน์ของการลงคะแนนในการออกคำสั่งในที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. ที่เป็นช่วงเดียวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นั้น นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่ได้มีไทม์ไลน์อะไร เป็นขั้นตอนตามปกติของคณะกรรมการสอบสวนฯ แล้วส่งเรื่องเข้ามาตามขั้นตอน ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่จะกลั่นกรองเรื่องแต่ละวาระก่อนจะนำเข้าที่ประชุม ก็นำส่งขึ้นมาตามขั้นตอน ตามเวลาปกติ
นายพัฒนา กล่าวถึงการลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้ยึดตามมติของคณะกรรมการสอบสวนฯ เป็น 3:3 จากนั้นก็มีการลงคะแนนเสียงโดย รมว.สาธารณสุข เป็นเสียงชี้ขาดหรือไม่ ว่า เป็นไปตามคณะกรรมการสอบสวนฯ เป็นการลงคะแนนทุกท่าน
นายพัฒนา กล่าวว่า ส่วนการลงคะแนนชี้ขาดบทลงโทษทางการเมือง มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น ตนมองว่าเป็นไปตามคณะกรรมการสอบสวนฯ ที่ทำข้อมูลและแสวงหาข้อเท็จจริงออกมา
ส่วนข้อสังเกตในการพิจารณาวาระดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการเมืองที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ในฐานะ รมว.สาธารณสุข มองว่าอย่างไรและได้มีการพูดคุยกับ นายอนุทิน หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า “ใครเป็นคนเชื่อมโยงก็ไม่รู้” พร้อมยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนปกติ และไม่ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนของเวลา ที่คณะกรรมการสอบสวนฯ ทำไว้ ส่วนการเชื่อมโยงในการเมือง ตนเพิ่งทราบว่าคุณหมอไปเป็นผู้สมัคร (ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 จ.สงขลา)
“ยืนยันว่ากระบวนการของกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินตามขั้นตอนเวลาตามกฎหมายเป็นเรื่องปกติ” นายพัฒนา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการตอบโต้ทางการเมืองหรือไม่ เพราะมีการโจมตีเรื่องตึก SKYY9 ของสำนักงานประกันสังคม ที่ได้มีการลงทุนต่อจาก นายพัฒนา ในสมัยที่ยังเป็นนักธุรกิจ นายพัฒนา กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะเรื่องนั้นตนได้ชี้แจงกับสภาแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่ตนบริหารงานอยู่ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ มีการขายตึกให้กับผู้ซื้อรายอื่น เป็นการขายตามสภาพ เพราะตึกเก่ามาก ไม่สามารถเข้าทำงานได้ หลังจากนั้น ได้ทราบว่านักลงทุนมีการลงทุนปรับปรุงตึกไปหลายพันล้านบาท แล้วตนก็เพิ่งมาทราบว่า ประกันสังคมเป็นผู้มาซื้อตึกต่อไปอีกที จึงยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับตนเพราะไม่ได้เป็นคนขายให้กับประกันสังคม

@'หมอสุภัทร' แจงยังไม่ได้รับหนังสือทางการ เผย ก.พ.ขอดึงเรื่องเข้าชุดใหญ่
ทางด้าน นพ.สุภัทร กล่าวกับสำนักข่าวอิศรา ว่า ในขณะนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือหรือเอกสารแจ้งมติอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
นพ.สุภัทร กล่าวว่า ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่ามีการประชุมและมีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ให้ปลดออกจากราชการจริง แต่กระบวนการยังไม่สิ้นสุดและยังไม่มีการลงนามคำสั่ง เนื่องจากมีกรรมการท่านหนึ่งซึ่งเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ขอนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในคณะกรรมการชุดใหญ่ของ ก.พ. ก่อน เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอาจเข้าข่ายการกลั่นแกล้งกัน
"การมาชี้ขาดในช่วง 15 วันก่อนการเลือกตั้ง ชัดเจนว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงคะแนน หรืออาจหวังผลถึงขั้นตัดสิทธิ์การเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่เหตุการณ์ในคดีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564 หรือผ่านมา 5 ปีแล้ว แต่กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในช่วงที่มีการขับเคี่ยวทางการเมืองอย่างดุเดือดในพื้นที่หาดใหญ่" นพ.สุภัทร กล่าว
สำหรับผลกระทบต่อฐานคะแนนเสียงนั้น นพ.สุภัทร ประเมินว่าอาจส่งผลใน 2 ทิศทาง ด้านหนึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนถูกตัดสิทธิ์แล้วจนหันไปเลือกพรรคอื่นหรือโหวตโน แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงและมองเห็นความไม่เป็นธรรม ก็อาจเกิดกระแสโต้กลับ เป็นคะแนนความเห็นใจและเทคะแนนให้ตนและพรรคประชาชนมากขึ้น ซึ่งต้องรอวัดผลจากการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
@เชื่อเป็นเกมการเมือง สกัดไม่ให้เข้าสภา คาดปม 'ทวงเงินน้ำท่วม' ทำผู้มีอำนาจของขึ้น
นอกจากนี้ นพ.สุภัทร ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ระบุว่า เมื่อวานเดินหาเสียงอยู่เช่นทุกวัน มีโทรศัพท์เข้ามาถี่ๆ บอกว่าหมอรู้ข่าวยัง “กระทรวงฟันหมอแล้ว” ผมเดินหาเสียงจนเสร็จตามแผน แล้วมาอ่านข่าว “ผมก็รู้จากข่าวนี่แหละ” “ค่ำๆจึงได้เช็คข่าว ถึงชัดว่า ถูกจัดเต็ม”
พอผมกับธนาธรทวงเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมหลังละ 49,500 บาท ให้คนหาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครได้เลยแม้แต่หลังเดียว จากที่เคยบอกว่า “รักผมจะตาย” เกิดหงุดหงิดอย่างหนัก
เริ่มต้นด้วยการแทรกวาระประชุม 22 มกราคม 2569 เข้ามาวาระแทรกนี่แหละ คือ ความไม่เป็นธรรม เอกสารแจกในที่ประชุมมีเพียงเอกสารสรุปผลโดยย่อที่กรรมการสอบวินัยสรุปมา โดยที่คณะกรรมการทั้ง 7 คนไม่มีใครได้เห็นเอกสารฉบับเต็ม ทั้งข้อกล่าวหา เอกสารตอบชี้แจงของผม และเอกสารประกอบอื่นใด
ในที่สุดที่ประชุมมีมติ 3:3 โดยมีกรรมการที่ยังเป็นข้าราชการ สธ. 3 ท่าน จำต้องลงมติว่าให้ปลดออก แต่กรรมการอีก 3 ท่านที่เป็นคนนอก สธ. คือ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก กพ. ผู้ทรงด้านบริหารจัดการ และผู้ทรงด้านกำลังคน ลงมติ ไม่เห็นด้วยกับการปลดออก ประธาน คือ รัฐมนตรีจากภูมิใจไทย จึงยกมือให้ปลดออกด้วย มติจึงเป็น 4:3 ในที่สุด
ถ้าถูกปลดออกจากราชการ จะทำให้ผมเข้าข่ายอาจขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (8) คุณสมบัติต้องห้าม เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ แปลว่า ถ้าทำสำเร็จ ผมก็ล้มคะมำ จะถูกตัดสิทธิการเป็นผู้สมัครผู้แทน (แม้จะยังไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายขั้นตอนตามกระบวนการตามกฎหมาย)
แต่ในบรรดากรรมการฝั่งข้าราชการที่ยกมือให้ปลดผมจากราชการนั้น มีท่านหนึ่งที่ไปราชการที่ตรัง ได้เข้าประชุมทางออนไลน์ เหมือนจำใจต้องเข้าประชุม เพราะมิเช่นนั้น มติปลดจะไม่สำเร็จ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก กพ. ทนดูความอยุติธรรมไม่ไหว จึงแจ้งที่ประชุมว่า ขอนำเรื่องนี้ไปพิจารณาในคณะกรรมการของ กพ.ใหญ่แทน ทำให้ที่ประชุม อกพ.สธ. ไม่สามารถมีข้อสรุปได้
โดยสรุป ตอนนี้ผมยังเป็นผู้สมัคร สส.เช่นเดิม ยุทธการเตะตัดขาเกือบสำเร็จ แม้ที่ประชุมมีมติ 4:3 ปลดผมออกจากราชการจริง แต่สุดท้ายยังไม่สามารถปลดผมออกจากราชการได้ เพราะ ผู้แทน กพ.ขอนำเรื่องไปพิจารณาในกรรมการใหญ่อีกชุดที่เป็นธรรมกว่า
สำหรับผม นี่คือ แผนสกัดไม่ให้ผมเข้าสภาอย่างแน่นอน เพราะกระแสผมมาแรงมาก และตัดโอกาสผมในการเข้าไปปัดกวาดการเมืองสีเทาใน สธ. จึงจัดยุทธการเตะตัดขา หวังทำให้ผมขาดคุณสมบัติลง สส.
ผมยืนยัน คนเปิดเกมส์นี้คิดผิดแน่นอน ผมยิ่งมุ่งมั่น ยิ่งเดินเต็มที่เพื่อหาเสียง พี่น้องชาวหาดใหญ่ล้วนมีความรู้ เข้าใจความจริง คนหาดใหญ่และคนไทยทั้งประเทศรักความเป็นธรรม การใช้วิชามารแบบนี้ ทำให้กระแสสีส้มยิ่งแรงขึ้นทั้งพรรคและผู้สมัคร
ผมเปิดปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ช่วงโควิดระบาดหนักในปี 2564 มาถูกสอบวินัยในปี 2566 หลังผมค้านนโยบายกัญชาเสรี แล้วมาชี้ขาดในปี 2569 เพียง 15 วันก่อนเลือกตั้ง ช่างประจวบเหมาะเกินไปไหม?
ผมขอไปเดินหาเสียงต่อก่อนนะครับพี่น้อง พลิกวิกฤตเป็นโอกาส กาส้มไปล้มเทา ผมยิ่งมั่นใจ คนเขต 2 สงขลา เลือกกาหมอสุภัทรเบอร์ 5 และพรรคประชาชนเบอร์ 46 กาเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเลือกผู้สมัครพรรคประชาชนในเขตของท่าน ช่วยกันให้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายนะครับ


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา