
นายกฯสั่งการที่ประชุมครม. หารือกลาโหม สมช.ติดตามสถานการณ์ระเบิด 11 จุดภาคใต้ ประสานปตท.ช่วยเหลือเจ้าของปั๊มด้วย มอบ ‘สีหศักดิ์’ สแกนสถานการณ์โลกที่จะกระทบไทย พร้อมสั่งมหาดไทย-ปภ.เร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาสถานการณ์ไทย-เขมร
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 13 มกราคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อที่ประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมว่า จากเหตุระเบิดขึ้นหลายจุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา ซึ่งสถานที่เกิดเหตุทั้ง 11 จุดเป็นสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และฝ่ายมั่นคงมาหารือ เพื่อติดตามสถานการณ์ และได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เร่งเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ประสานไปยัง ปตท. เพื่อให้ช่วยดูแลผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบ โดยฝากให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งอาจรวมถึงผู้ประกอบการทั่วไปด้วย เพื่อให้สามารถมีการลงทุนซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลยังกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก นายกรัฐมนตรีได้ให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง รวมทั้งแนวทางการรับมือของไทยด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด จากการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางฯ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งจากสถานการณ์ไทย - กัมพูชา ซึ่งขณะนี้ ประชาชนได้กลับไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากการที่ต้องอพยพ รวมไปถึงเงินช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา