
ทั่วโลกเฉลิมฉลองเข้าสู่ปี 2569 ออสเตรเลียไว้อาลัยเหตุกราดยิง ก่อนจุดพลุสะพานฮาร์เบอร์ ผู้นำจีนประกาศความมั่นใจในความสำเร็จด้านเทคโนโลยี AI ยืนยันรวมชาติไต้หวันเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ฝรั่งเศสชูปีแห่งการลงมือทำพร้อมเตรียมมาตรการคุมเข้มการใช้โซเชียลมีเดียในเยาวชน, นายกฯเยอรมนีเตือนยุโรปให้พึ่งพาตนเองรับมือความเปลี่ยนแปลงของนโยบายสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่สงครามยูเครนกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 5,, ด้านกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษทรงแจ้งข่าวดีเรื่องพระอาการประชวรที่เริ่มดีขึ้นจากการรักษามะเร็ง เลขาฯ UN เรียกร้องปี 69 เป็นปีแห่งสันติภาพ หลังพบปี 68 ทั่วโลกใช้งบไปกับการทหารถึง 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ -สหรัฐฯ ฉลองเข้าสู่ปีที่ 250 ประกาศอิสรภาพ -'ทรัมป์' ยันจะทำให้สหรัฐฯ เป็นที่อิจฉาคนทั้งโลก
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวบรรยากาศการเฉลิมฉลองทีใหม่ทั่วโลกในต่างประเทศ เริ่มกัน โดยประเทศแรกที่เข้าสู่ปี 2569 ได้แก่ เกาะคิริสมาส (Kiritimati) ในประเทศ คิริบาส เป็นที่แรกในโลกที่เริ่มปีใหม่ โดยฉลองอย่างเรียบง่าย มีการทำพิธีขอบพระคุณและสวดมนต์ต้อนรับปีใหม่ตามมาด้วยนิวซีแลนด์ที่จุดพลุจาก Sky Tower ในเมืองโอ๊คแลนด์
ส่วนที่ประเทศออสเตรเลีย นครซิดนีย์จัดการแสดงพลุที่สะพานฮาร์เบอร์อย่างยิ่งใหญ่ แต่มีช่วงเวลาที่ลดความรื่นเริงลงเพื่อ ยืนสงบนิ่ง 1 นาที ไว้อาลัยให้กับเหยื่อจากเหตุการณ์กราดยิงและก่อการร้ายที่หาดบอนได (Bondi Beach) เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
ที่ประเทศจีนจีน มีการจัดการแสดงพลุที่ถูกระบุว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในหลายเมือง และมีการจัดงานเคาท์ดาวน์ที่กำแพงเมืองจีนด่านจูยงกวน
โดยนายสี จิ้นผิง (ประธานาธิบดีจีน)
ได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ มีเนื้อหาที่ "มั่นใจ" กว่าปีก่อนๆ โดยกล่าวว่าจีนบรรลุความสำเร็จทางเทคโนโลยี ในด้านเป้าหมายสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการเปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่ "ฝูเจี้ยน"
และคาดว่า GDP ของจีนในปี 2568 จะแตะ 140 ล้านล้านหยวน ( 630 ล้านล้านบาท) และจะใช้นโยบายเชิงรุกมากขึ้นในปี 2569 โดยเป้าหมายสำคัญคือการรวมชาติกับไต้หวันนั้นถือเป็น "กระแสที่หยุดยั้งไม่ได้
สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (อ้างอิงวิดีโอจาก ShanghaiEye)
ส่วนที่เกาหลีใต้ มีการจุดพลุเหนือตึก Lotte World Tower และพิธีตีระฆังที่โพซินกักในกรุงโซล ที่ญี่ป่นมีพิธีตีระฆัง 108 ครั้ง (Joya no Kane): ในช่วงเที่ยงคืน วัดพุทธทั่วญี่ปุ่น เช่น วัดโซโจจิ (Zojoji Temple) ในโตเกียว และ วัดโทกุไดจิ (Tokudai-ji) ได้จัดพิธีตีระฆังยักษ์ 108 ครั้ง เพื่อชำระล้างกิเลสและต้อนรับปีใหม่อย่างบริสุทธิ์
สำหรับบรรยากาศการเฉลิมฉลองในประเทศอื่นๆในอาเซียน
ที่ประเทศสิงคโปร์ มีการการแสดงพลุและโดรน ที่อ่าวมารีนาเบย์ โดยเป็นการแสดงพลุที่ยิงจากกลางอ่าวประกอบกับการแปรอักษรด้วยโดรนหลายพันตัว
พลุที่อ่าวมารีนา เบย์ (อ้างอิงวิดีโอจาก BDW)
มีการฉาย Light Projection บนอาคารสำคัญอย่างโรงแรม The Fullerton และ ArtScience Museum ภายใต้ธีมความยั่งยืนและการก้าวสู่อนาคต
ที่เวียดนาม โดยเฉพาะที่กรุงฮานอย และโฮจิมินห์ มีการจัดงานเคาท์ดาวน์ใจกลางเมือง มีการปิดถนนเพื่อให้ประชาชนออกมารวมตัวกันดูการแสดงดนตรีสดและจุดพลุ
ที่อินโดนีเซีย กรุงจาการ์ตา ในปีนี้ทางการรณรงค์ให้ใช้ พลุเสียงเบา ในบางพื้นที่เพื่อลดมลภาวะทางเสียง ที่บาหลี ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีการจัดปาร์ตี้ริมหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน
ที่ประเทศรัสเซีย นายวลาดิเมียร์ ปูติน นายประธานาธิบดีรัสเซียได้กล่าวสุนทรพจน์ในช่วงเข้าปี 2569 ยกย่องทหารในฐานะ "วีรบุรุษ" โดยเฉพาะทหารที่กำลังรบอยู่ในยูเครน ซึ่งซึ่งถือเป็นวีรบุรุษของชาติ เขาเน้นย้ำว่ากองทัพรัสเซียได้รับความสนับสนุนจากประชาชนทั้งประเทศอย่างเป็นเอกภาพ
นายปูตินกล่าวว่าไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางการพัฒนาของรัสเซียหรือแบ่งแยกชาวรัสเซียออกจากกันได้
"เราได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาที่ยากที่สุดได้ และเราจะไม่ถอยหลัง" นายปูตินกล่าวและย้ำว่ารัสเซียจะดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความมั่นคงของตนต่อไปจนกว่าจะบรรลุผลสำเร็จ
ประธานาธิบดีรัสเซียยังได้เน้นเรื่องการให้ความสำคัญกับครอบครัว โดยระบุว่า "ครอบครัวที่มั่นคงคือรากฐานของความแข็งแกร่งของมาตุภูมิ"
อ้างอิงวิดีโอจาก Russia News
ที่ยูเครน นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมากล่าว สุนทรพจน์ในวันขึ้นปีใหม่ 2569 โดยเน้นไปที่การขอบคุณความกล้าหาญของประชาชนและทหาร เขากล่าวว่า "ทุกนาทีที่เรายังมีอิสรภาพ คือชัยชนะที่เราสร้างร่วมกัน"
ประธานาธิบดียูเครนแสดงความหวังว่าปี 2026 จะเป็นปีที่นำไปสู่ "สันติภาพที่ยุติธรรม"และย้ำว่ายูเครนจะไม่ยอมแลกอธิปไตยเพื่อจบสงคราม
อ้างอิงวิดีโอจาก Ukraine Today
ส่วนที่ฝรั่งเศส นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. (ตรงกับ 02.00 น. วันที่ 1 ม.ค. ตามเวลาไทย) เน้นย้ำว่าปี 2569 จะเป็น "ปีแห่งการลงมือทำ" (Year of Action) แม้ฝรั่งเศสจะเผชิญกับความแตกแยกทางการเมือง
โดยเขาประกาศแผนการ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย และห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนมัธยมปลาย โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายน 2569 ส่วนเรื่องสงครามยูเครน ปีนี้จะเป็นปีที่สงครามกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 5 ถือเป็นความท้าทายหลักที่ยุโรปต้องเผชิญ
สำหรับบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่ฝรั่งเศส มีการการแสดงแสงสี โดยประชาชนนับแสนรวมตัวกันที่ถนน Champs-Élysées เพื่อชมการแสดง Projection Mapping บนประตูชัย (Arc de Triomphe) ซึ่งเน้นเรื่องราวความสามัคคีและเสรีภาพ
ที่เยอรมนนีนายฟริดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้ออกมากล่าวเตือนประชาชนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา กำลังเปลี่ยนไปและเขาเรียกร้องให้เยอรมนีและยุโรปต้องหันมาพึ่งพาตนเองและปกป้องผลประโยชน์ของตนให้แข็งแกร่งขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
ส่วนบรรยากาศการเฉลิมฉลอง เยอรมนีจัดงานฉลองที่ประตูบรันเดินบวร์ค มีการจัดงานปาร์ตี้กลางแจ้งขนาดใหญ่ มีศิลปินระดับโลกหมุนเวียนขึ้นเวทีท่ามกลางระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
ที่สหราชอาณาจักร สำนักพระราชวังบักกิงแฮมเผยแพร่วิดีโอข้อความในช่วงค่ำวันที่ 31 ธ.ค. โดยเป็นวิดีโอเผยแพร่พระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 โดยพระองค์ทรงส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรให้ทุกคนมีความสุขในปี 2569
และพระองค์ทรงใช้โอกาสนี้แจ้งข่าวดีว่าพระองค์ทรงมีอาการดีขึ้นจากการรักษาโรคมะเร็ง และจะทรงสามารถลดตารางการรักษาลงได้ในปีใหม่นี้
ส่วนบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่ประเทศอังฤษ มีการแสดงพลุกว่า 12,000 นัด หนือแม่น้ำเทมส์ โดยมี London Eye เป็นศูนย์กลางการยิงพลุประกอบดนตรีที่รวมเพลงฮิตจากปี 2568 และเมื่อเข็มนาฬิกาแตะเที่ยงคืน เสียงระฆังจากหอนาฬิกาบิ๊กเบนดังกังวานไปทั่วเมืองเพื่อส่งสัญญาณการเข้าสู่ปี 2569 อย่างเป็นทางการ
ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้กล่าวประณามงบสงคราม ระบุว่าการที่โลกทุ่มงบประมาณทหารสูงถึง 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องน่าเศร้า และเขาได้เรียกร้องสันติภาพ โดยขอให้ปี 2569 เป็นปีที่ผู้นำโลกเปลี่ยนงบประมาณจากการสร้างอาวุธ มาเป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และสิ่งแวดล้อมแทน
อ้างอิงวิดีโอจาก ABN TV
ส่วนที่สหรัฐอเมริกา มีการเฉลิมฉลองปีใหม่ในโอกาสที่สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ปี 2569 โดยปีนี้จะเป็นปีที่สหรัฐฯจะฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ
ที่ย่านไทม์สแควร์ นิวยอร์ก การเคานต์ดาวน์ปี 2569 มีผู้เข้าร่วมกว่าล้านคนท่ามกลางอากาศหนาวจัด ไฮไลต์คือ "ลูกบอลคริสตัล (Ball Drop)" ดีไซน์ใหม่ชื่อ Constellation Ball ที่ประดับด้วยคริสตัลวงกลมกว่า 5,000 ชิ้น ใน ธีม America250 โดยหลังเที่ยงคืนวันที่ 1 มกราคม 2569 ลูกบอลได้ถูกเปิดไฟเป็นสีแดง ขาว และน้ำเงิน พร้อมการโปรยกระดาษสี (confetti) กว่า 2,000 ปอนด์ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 250 ปีของประเทศ
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถ้อยคำและโพสต์ข้อความผ่านสื่อในประเด็นสำคัญ ดังนี้:
1. ปณิธานปีใหม่: "สันติภาพทั่วโลก" (Peace on Earth)
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ขณะเดินทางถึงงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่คฤหาสน์มาร์-อา-ลาโก (Mar-a-Lago) นายทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าปณิธานปีใหม่ (New Year's Resolution) ของเขาคือ "ความสงบสุข หรือสันติภาพทั่วโลก"
2. ข้อความอวยพรและ "การเอาคืน" ทางการเมือง
นายทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ในคืนส่งท้ายปีเก่าตามสไตล์ดั้งเดิม โดยผสมผสานคำอวยพรเข้ากับการโจมตีคู่แข่งทางการเมือง
โดยเขากล่าวสวัสดีปีใหม่แก่ "ทุกคน" รวมถึงผู้ที่เกลียดชังเขาและสื่อที่เขาเรียกว่า "Fake News" และกล่าวโจมตีพรรคเดโมแครตและฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นพวก "ขี้โกงและหัวขโมย"
โดยเน้นย้ำประเด็นการตรวจสอบการเลือกตั้งและการเรียกคืนงบประมาณที่เขากล่าวอ้างว่ามีการทุจริตในรัฐที่พรรคเดโมแครตคุมอำนาจ
นายทรัมป์ได้โพสต์แซะ จอร์จ คลูนีย์ หลังจากมีข่าวว่าดาราดังได้รับสัญชาติฝรั่งเศส โดยกล่าวว่าฝรั่งเศสกำลังเผชิญปัญหาอาชญากรรมและการจัดการผู้อพยพที่แย่มาก
3. การเฉลิมฉลอง "America250"
นายทรัมป์ระบุว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดปีหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เนื่องจากครบรอบ 250 ปีของการก่อตั้งประเทศ โดยเขาตั้งเป้าจะทำให้สหรัฐฯ เป็น "ที่อิจฉาของคนทั้งโลก" และได้เริ่มโครงการไฟประดับฉลองที่อนุสาวรีย์วอชิงตันตั้งแต่คืนวันสิ้นปี
การนับถอยหลังที่ย่านไทม์สแควร์ (อ้างอิงวิดีโอจาก CNBC)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา