ข้อมูลใหม่ ผู้ร้องเรียน ร้องอิศราตรวจสอบ บ.ไชน่าเรลเวย์ฯ 10 รับงานสร้างตึกศูนย์ฝึกมวยให้ กกท.ด้วย ด้าน 'ก้องศักด' ผู้ว่า กกท.ยืนยันประสานกรมโยธาฯตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างยังปกติ ยืนยันการตรวจสอบบริษัทไม่กระทบงานกับ กกท.ล่าสุดแจงเพิ่มยันสร้างตึกเสร็จปีนี้แน่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีการตรวจสอบบริษัทไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ 10 ซึ่งเป็นบริษัทที่มีส่วนเข้าไปร่วมในการก่อสร้างตึกอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่สวนจตุจักรมูลค่า 2 พันล้านบาท ซึ่งอาคารแห่งนี้ได้ถล่มลงจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าสิบราย สูญหายอีกมากกว่า 70 ราย
จากกรณีดังกล่าวได้มีผู้ร้องเรียนมายังสำนักข่าวอิศราว่าบริษัทไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ 10 ได้มีการไปรับงานจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ด้วย โดยผู้ร้องเรียนได้ส่งข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารซึ่งมีมูลค่า 608 ล้านบาทพร้อมกับรูปภาพโพสต์เฟซบุ๊กของฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ Elite Sports Development Department ลงวันที่โพสต์ 12 เม.ย.2565 ระบุถ้อยคำโพสต์ว่า นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. และนายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เข้าสำรวจโครงการก่อสร้าง อาคารศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานระดับสากล สนามกีฬาหัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
โดยในภาพเฟซบุ๊กพบว่ามีภาพของพนักงานซึ่งสวมเสื้อ CREC10 ซึ่งเป็นตัวย่อบริษัทไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ 10 เดินตรวจและหารืองานกับนายก้องศักดอยู่
ผู้ร้องเรียนแจ้งข้อมูลมาว่าต้องการให้สำนักข่าวอิศราตรวจสอบเพราะมีความไม่สบายใจจากเหตุกรณีตึกถล่มดังกล่าวซึ่งอาจส่งผลกระทบกับความปลอดภัย
จากกรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราได้ติดต่อไปยังนายก้องศักดเพื่อสอบถามข้อมูล โดยนายก้องศักดกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีประเด็นอะไร หลังจากเหตุแผ่นดินไหว ทาง กกท.ได้มีการประสานงานกับกรมโยธาธิการให้เข้ามาตรวจสอบความแข็งแรงโครงสร้างของอาคารแล้ว ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างโครงการก่อสร้าง อาคารศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานระดับสากล ก็ไม่พบว่ามีปัญหาอะไร ซึ่งการตรวจสอบนั้นต้องตรวจเหมือนกัน ให้ได้มาตรฐานเหมือนกันหมด ถูกต้องตามหลักวิชาการ
“เราตรวจสอบทั้งเรื่องของอาคารที่เป็นปัจจุบันอยู่ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ต้องตรวจอยู่ ก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ” นายก้องศักดกล่าว
เมื่อถามเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบว่าอาจจะส่งผลทำให้มีทั้งการบานปลายของงบประมาณและระยะเวลาของการก่อสร้างหรือไม่ นายก้องศักดกล่าวย้ำว่ายังไม่มีประเด็นอะไร พอมีอะไรเราก็ต้องมีการประสานกรมโยธาธิการตรวจสอบในทุกตึกทั้งสนามกีฬาราชมังคลาสถาน สนามกีฬาต่างๆ ก็มีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเรียบร้อย ก็ตรวจหมด ซึ่งตึกที่ทำการ กกท.ก็พบว่ามีรอยร้าว แต่ก็ไม่ได้กระทบโครงสร้างอะไร
“ถ้ามันไม่ถูกต้องเราก็ต้องดำเนินการ เราไม่ได้มองว่าจะต้องเป็นไชน่าเรลเวย์แล้วมันจะต้องผิดหรือว่าต้องถูกอะไร เรามองไปที่หลักวิชาการว่าทุกตึกตรวจเข้ม และตึกที่กำลังก่อสร้างอยู่ก็ต้องตรวจเข้มเหมือนกัน” นายก้องศักดกล่าว
เมื่อถามว่าบริษัทไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ 10 กำลังถูกตรวจสอบโดยหลายหน่วยงาน จะต้องรออะไรหรือไม่ นายก้องศักดกล่าวว่าไม่ต้องอะไร ไม่มีอะไร เราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับคนอื่น กกท.ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินการตรวจให้ถูกต้องก่อนที่จะใช้งานไม่ได้เกี่ยวกับที่อื่น ซึ่งเราก็มีทั้งนักวิชาการ ฝ่ายวิศของเราที่ดูแลงานอยู่แล้ว และก็ขอความร่วมมือกรมโยธาธิการมาตรวจสอบด้วย ซึ่งกรมโยธาธิการก็ได้เข้ามาตรวจสอบตึกต่างๆของ กกท.ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.หรือก็คือหนึ่งวันหลังจากวันที่เกิดแผ่นดินไหว
เมื่อถามต่อว่าถ้าหากมีการดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทเอกชน จะกระทบกับสัญญาที่ดำเนินอยู่หรือไม่ นายก้องศักดกล่าวว่าก็ต้องไปว่ากันตามกฎหมาย แต่เราตอนนี้ก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักก่อน
สำนักข่าวอิศรารายงานข่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากที่สำนักข่าวอิศราได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณี กกท.จัดซื้อจัดจ้างบริษัทไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ 10 ไปได้ไม่นาน ทางเฟซบุ๊กของกองประชาสัมพันธ์ กกท.ได้มีการลงข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่มเติม โดยมีรายละเอียดดังนี้
นายก้องศักดกล่าวถึงกรณีข่าวการก่อสร้างศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลของ กกท. ซึ่งกำลังก่อสร้าง อาจจะมีปัญหาโครงสร้าง เนื่องจากได้ว่าจ้าง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งตกเป็นประเด็นหลัง ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่จตุจักร ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า
“บริษัทดังกล่าวเข้ามาร่วมก่อสร้างจริง แต่เป็นการร่วมทุนกับ บริษัท ที่ กกท.ว่าจ้าง ในรูปแบบกิจการร่วมค้า ซึ่งการก่อสร้างแล้วเสร็จไปราว 80% คาดว่าจะเสร็จสิ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม กกท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงเพราะชื่อของบริษัทใด แต่ได้สั่งการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกๆอาคารตั้งแต่ เกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อ 28 มี.ค. แล้ว โดยร่วมกับ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และ ฝ่ายวิศวกรรม กกท. ได้เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างหลักซ้ำอีกครั้งไปแล้วในวันนี้ ผลสรุปว่าโครงสร้างหลักแข็งแรง สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อได้
“เรื่องดังกล่าว เราเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก โดยยึดตามหลักวิศวกรรม ได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียด หากมีจุดใดที่น่าสงสัย จะต้องมีการรายงานเข้ามาให้ทราบโดยด่วน รวมทั้งยังมีการตรวจสอบสนามฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทย ทั่วประเทศร่วมด้วย เนื่องจากขณะนี้มีนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ กำลังเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ทั่วประเทศ เราได้มอบหมายให้ กกท. ภูมิภาคทำการตรวจสอบร่วมกับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เพื่อให้นักกีฬาทีมชาติที่เก็บตัวฝึกซ้อมได้มั่นใจในความปลอดภัย เพื่อลดความกังวล และตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเป้าหมาย และ กกท. จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องโครงสร้างหลักของอาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ต่อไป.