
"...เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในความเป็นจริง การเลิกบุหรี่ของผู้นำประเทศมีความหมายต่อสังคมมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะผู้นำไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารประเทศ หากยังเป็นแบบอย่างที่ทรงอิทธิพลต่อพฤติกรรมของประชาชน..."
การตัดสินใจของผู้นำ ย่อมส่งผลต่อสุขภาพของสังคม โดยเฉพาะ ผู้นำในประเทศมหาอำนาจระดับโลก
ในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ข่าวหนึ่งจากการประชุม G7 ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก เมื่อ Giorgia Meloni นายกรัฐมนตรีอิตาลี เปิดเผยว่าเธอสามารถเลิกบุหรี่ได้อีกครั้ง หลังกลับมาสูบในช่วงที่ต้องเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก
เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจาก Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ พร้อมกล่าวชื่นชมว่าเป็น “การตัดสินใจที่สำคัญ” และใช้โอกาสนี้รณรงค์ให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกหันมาเลิกสูบ โดยเผยแพร่คู่มือช่วยเลิกบุหรี่ของ WHO ด้วย
เรื่องนี้ทำให้หลายคนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ในการประชุมที่เมืองชาร์มเอลชีค ประเทศอียิปต์ เมื่อประธานาธิบดี เออร์โดกัน หรือ Recep Tayyip Erdoğan แห่งตุรกี พยายามชักชวน Meloni ให้เลิกสูบบุหรี่ ขณะที่ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ของฝรั่งเศส แซวอย่างอารมณ์ดีว่าเป็นภารกิจ “ที่เป็นไปไม่ได้”
Erdoğan เป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรการควบคุมยาสูบในตุรกีมาอย่างต่อเนื่อง เขาเคยกล่าวว่าการต่อสู้กับยาสูบเป็น “หน้าที่ด้านสาธารณสุข” และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้นำที่แสดงบทบาทส่วนตัวในการรณรงค์ให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่อย่างจริงจัง
ท้ายที่สุด สิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้นจริง เมื่อ Meloni สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จอีกครั้ง
เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในความเป็นจริง การเลิกบุหรี่ของผู้นำประเทศมีความหมายต่อสังคมมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะผู้นำไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารประเทศ หากยังเป็นแบบอย่างที่ทรงอิทธิพลต่อพฤติกรรมของประชาชน
Meloni ไม่ใช่ผู้นำโลกคนแรกที่เอาชนะการพึ่งพานิโคตินได้ ก่อนหน้านี้ Barack Obama อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคยเป็นนักสูบที่มีชื่อเสียง และพยายามเลิกบุหรี่มาหลายครั้ง จนสามารถเลิกได้สำเร็จระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ขณะที่ Friedrich Merz นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ก็เปิดเผยว่าเคยเป็นนักสูบหนักมาก่อน แต่สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จเช่นกัน
เมื่อรวมกับ Erdoğan ซึ่งเป็นผู้นำที่รณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่อย่างแข็งขัน จึงเกิดภาพของ “สี่ผู้นำโลก” ที่สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลเพียงใด มนุษย์ก็สามารถเอาชนะการพึ่งพานิโคตินได้
การเลิกบุหรี่ของผู้นำมีความสำคัญต่อสังคมอย่างน้อยสามประการ
ประการแรก เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ให้สังคม เมื่อผู้นำแสดงให้เห็นว่าการไม่สูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติ ภาพลักษณ์ของการสูบบุหรี่ก็จะค่อย ๆ ลดความยอมรับลง
ประการที่สอง เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของนโยบายควบคุมยาสูบ เพราะผู้นำไม่ได้เพียงออกนโยบาย แต่ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
ประการที่สาม เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่กำลังพยายามเลิกบุหรี่เห็นว่า การเลิกเป็นสิ่งที่ทำได้จริง แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเครียด
ในทางสุขภาพ ประโยชน์ของการเลิกบุหรี่เกิดขึ้นแทบจะทันที หลังหยุดสูบเพียง 20 นาที ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจจะเริ่มกลับสู่ระดับปกติ ภายในไม่กี่เดือน สมรรถภาพปอดและการไหลเวียนโลหิตจะดีขึ้น และในระยะยาวความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งหลายชนิดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บทเรียนจากบุหรี่ในอดีตกำลังมีความสำคัญมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เมื่อผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินถุง และผลิตภัณฑ์นิโคตินสังเคราะห์ กำลังพยายามขยายตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
แม้รูปแบบผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายเดิมยังคงอยู่ นั่นคือการสร้างผู้เสพนิโคตินรายใหม่ และทำให้เกิดการพึ่งพานิโคตินในระยะยาว
ปัจจุบันในสังคมไทย เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของธุรกิจบุหรี่และนิโคติน ดังที่ปรากฏเหตุการณ์มากมาย ถือว่าืเป็นความรุนแรงที่ ผู้นำในทุกภาคส่วนของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กร บุคลากรทางการแพทย์ ครู อาจารย์ นักวิชาการ ศิลปิน นักกีฬา หรือผู้มีอิทธิพลทางสังคม จะร่วมกันส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า “การไม่เสพนิโคติน คือค่านิยมใหม่ของสังคมไทย”
WHO เตือนว่า ยาสูบคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 8 ล้านคนต่อปีทั่วโลก รวมทั้งผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองประมาณ 1.3 ล้านคน ทำให้การเลิกสูบบุหรี่ยังคงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
หากผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลกยังสามารถเลิกบุหรี่ได้ ผู้นำในสังคมไทยก็สามารถทำได้เช่นกัน
เพราะการเลิกบุหรี่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงชีวิตของคนคนหนึ่ง แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอีกนับล้านคนได้
วิทยา กุลสมบูรณ์
22 มิ.ย. 2569

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา