
"...ผืนทรายใต้ท้องทะเลที่ยังไม่ถูกรบกวน ทำให้สัตว์หน้าดินยังคงมาตามฤดูกาล ปฏิทินธรรมชาติยังตรงกับปฏิทินที่ปู่ย่าตายายจำจดไว้ นั่นคือสัญญาณว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ถูกทาง ชาวประมงพื้นบ้านไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน ใช้เครื่องมือที่เป็นมิตรต่อทะเล และเคารพขีดจำกัดของธรรมชาติอย่างเคร่งครัด..."
เพียงก้าวออกจากประตูบ้าน เดินไปไม่ถึงห้าร้อยเมตร คุณก็จะได้ยินเสียงคลื่นกระทบชายฝั่ง และได้กลิ่นทะเลที่ยังคงพัดมาอย่างสะอาด — นี่คือชีวิตประจำวันของชาวประมงพื้นบ้านบ้านคลองหก ผู้สืบทอดวิถีแห่งท้องทะเลจันทบุรีมาแล้วกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบปี
เกาะเปริด — หมู่บ้านที่ทะเลคือบ้าน
ถ้าจะพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลฝั่งตะวันออกของไทย ชื่อของตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ต้องถูกเอ่ยถึงเสมอ ที่นี่ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลสำคัญของจังหวัด แต่ยังเป็นเมืองแห่งโสตประสาทการกิน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยสโลแกนที่ว่า "มากินปู ดูเหยี่ยว"
ปูดำ ปูทะเล กุ้งแชบ๊วย หมึกกล้วย และปลานานาชนิด — อาหารทะเลเหล่านี้ไม่ได้มาจากเรือลากขนาดใหญ่ แต่มาจากน้ำมือของชาวประมงเรือเล็กที่ออกทะเลตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ใช้เครื่องมือที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และรู้จักเคารพวงจรชีวิตของสัตว์น้ำด้วยความเข้าใจที่สั่งสมมาตลอดหลายชั่วคน
ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่นี้ทำงานต่อเนื่องแทบไม่มีวันหยุด ออกทะเลตามฤดูกาล จึงมีอาหารทะเลจำหน่ายออกสู่ตลาดและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นกระดูกสันหลังที่แท้จริงของห่วงโซ่อาหารทะเลจันทบุรี

บ้านคลองหก — ชุมชนสุดท้ายที่ยังไม่ลืมทะเล
ในบรรดากลุ่มประมงพื้นบ้านทั้ง ๑๕ กลุ่มที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐในอำเภอแหลมสิงห์ มีกลุ่มที่กำลังรอการรับรองเป็นลำดับที่ ๑๖ นั่นคือ "กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านคลองหก" ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๗ หมู่บ้านสุดท้ายของตำบลเกาะเปริด บริเวณรอยต่อระหว่างอำเภอแหลมสิงห์และอำเภอขลุง
แม้ตำแหน่งที่ตั้งจะซ้อนทับกันในเชิงการปกครอง ทำให้บางครั้งอาจถูกหลงลืมจากสายตาของหน่วยงาน แต่ชาวบ้านที่นี่กลับไม่เคยหลงลืมทะเล พวกเขาปักหลักสืบทอดวิถีประมงพื้นบ้านมาถึงรุ่นที่ ๔ หรือกว่า ๑๕๐ ปีแล้ว ถ่ายทอดความรู้การออกทะเลจากรุ่นสู่รุ่นอย่างอบอุ่น
"ทะเล ทรัพยากรที่มอบให้มนุษย์ ให้อาหาร สร้างอาชีพ สร้างรายได้ — ทะเลคือผู้ให้ที่ให้กับพวกเราอย่างเท่าเทียมกัน" — เสียงจากชาวประมงพื้นบ้าน บ้านคลองหก

ของดีจากพื้นทะเล — สัตว์น้ำตามฤดูกาล
เพียงเริ่มสตาร์ทเครื่องเรือออกจากท่าไม้ไผ่ไปไม่เกินสองกิโลเมตร คุณจะพบปลากระบอกตัวใหญ่เป็นฝูง ถ้าออกไปอีกหน่อยถึงจุดที่ชาวประมงช่วยกันสร้าง "ซั้งกอ บ้านปลา" รอต้อนรับอยู่ คือ กุ้งแชบ๊วย หมึกกล้วย กั้งกระดาน ปลากุเลา และปลาทะเลอีกหลากหลายชนิด
สัตว์น้ำที่พบในเขตทะเลเกาะเปริด ยังคงปริมาณสม่ำเสมอและมาตามฤดูกาล สะท้อนให้เห็นว่าธรรมชาติยังคงสมดุล เมื่อมนุษย์รู้จักประมาณและไม่โลภ

ราคาเหล่านี้คือราคาหน้าเรือจากชาวประมงโดยตรง ต่ำกว่าตลาดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เพจ "ทะเลเย็นจันทบุรี" ทาง Facebook
ป่าชายเลน — รากฐานที่ทุกชีวิตพึ่งพา
ปะทะกับภาพชายฝั่งที่ถูกถมทะเลสร้างรีสอร์ทในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ บ้านคลองหกเลือกเดินอีกทาง — พวกเขาอยู่กับป่าชายเลนและป่าชายหาด ไม่ใช่แค่เพราะจำเป็น แต่เพราะรู้ดีว่านิเวศชายฝั่งที่สมบูรณ์คือหัวใจของทุกชีวิตในชุมชน
ผืนทรายใต้ท้องทะเลที่ยังไม่ถูกรบกวน ทำให้สัตว์หน้าดินยังคงมาตามฤดูกาล ปฏิทินธรรมชาติยังตรงกับปฏิทินที่ปู่ย่าตายายจำจดไว้ นั่นคือสัญญาณว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ถูกทาง ชาวประมงพื้นบ้านไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน ใช้เครื่องมือที่เป็นมิตรต่อทะเล และเคารพขีดจำกัดของธรรมชาติอย่างเคร่งครัด

ทะเลของทุกคน — The Sea For All
แต่ความสมบูรณ์ที่ว่านั้นกำลังถูกคุกคาม — จากเรืออวนลากขนาดใหญ่ที่ล้ำเข้ามาในเขตชายฝั่ง จากการครอบครองน่านน้ำเพื่อประโยชน์ส่วนตน และจากระบบที่ให้น้ำหนักกับทุนขนาดใหญ่มากกว่าคนเล็กคนน้อยที่อาศัยทะเลเพื่อดำรงชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไม่ควรถูกเอาเปรียบจากกลุ่มคนที่หวังประโยชน์อย่างกอบโกย
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านคลองหกจึงรวมตัวกันประกาศเจตนารมณ์สามข้อ: รักษานิเวศชายฝั่ง — มั่นคงวิถีประมงพื้นบ้าน — สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เท่าเทียม เพื่อให้ทะเลจันท์ยังคงเป็นของทุกคน ส่งต่อให้ลูกหลานรุ่นที่ ๕ รุ่นที่ ๖ ต่อไป
"ผู้ใช้คือผู้ปกป้อง — ปกป้องทะเลหน้าบ้านของตนเองเท่าชีวิต เพราะทะเลคือชีวิต" — เจตนารมณ์กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านคลองหก

สนับสนุนชาวประมงพื้นบ้านบ้านคลองหก สั่งซื้ออาหารทะเลสดตรงจากชาวประมง เพจ Facebook: ทะเลเย็นจันทบุรี
เขียนโดย : กระวาน หอม (นางสาวกฤตวรรณ ทิพย์ไชย)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา