
"...การสร้างรากฐานที่บิดเบี้ยว ย่อมนำมาซึ่งโครงสร้างที่พังทลายในอนาคต หากเราไม่ยึดมั่นในความสุจริต เที่ยงธรรม และความถูกต้องตั้งแต่วันนี้ ประโยชน์ระยะยาวของประเทศชาติจะถูกทำลายด้วยมือของนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว..."
ขณะนี้สังคมไทยกำลังตกอยู่ในวงล้อมของ "บุรีรัมย์บ้านใหญ่โมเดล" เกมรุกทางการเมืองที่เน้นความเร็วเพื่อสร้าง "สภาวะจำยอม"
หลังจากที่ยึดวุฒิสภา และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้แล้ว กลยุทธ์ที่กำลังถูกใช้คือการเร่งรับรองผลการเลือกตั้ง เปิดประชุมสภา รีบเลือก ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และรีบจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด
ทั้งที่เบื้องหลังยังมีมลทินก้อนใหญ่ที่รอการพิสูจน์ ทั้งเรื่องการทุจริต และปม "เลือกตั้งไม่ลับ" ที่เรื่องถึงศาลเรียบร้อยแล้ว
กับดัก "นักปฏิบัตินิยม" (Pragmatism) ที่กัดเซาะหลักการ
เรามักจะได้ยินวาทกรรมที่ว่า "เลือกใหม่ก็เหมือนเดิม" "เปลืองงบประมาณ" "เดินหน้าต่อไปดีกว่า" “ เนี่คือความคิดแบบคนที่นิยมแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ละเลยความถูกต้องชอบธรรมในระยะยาว
ทำไมกระบวนการที่เร่งรีบนี้ถึงอันตราย?
- กดดันดุลพินิจศาล : การรีบสร้างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติให้เป็นรูปร่าง คือการโยนภาระความหนักใจไปที่ศาล หากศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็น "โมฆะ" ในภายหลัง ก็อาจเป็นการ บีบองค์คณะของศาล ให้เกรงว่า จะเกิดความเสียหายมหาศาลจนยากจะเยียวยา
- สร้างสภาวะจำยอม : บีบให้สังคมต้องยอมรับผลการเลือกตั้งที่มีข้อกังขา อ้างเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อได้ โดยทิ้งความถูกต้อง โปร่งใสไว้ข้างหลัง
แผลเป็นที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม
ในขณะที่สื่อและสังคมถูกดึงความสนใจไปที่การชิงเก้าอี้ "ประธานสภา" หรือ "โผคณะรัฐมนตรี" แต่อย่าลืมว่ายังมีข้อเท็จจริงที่น่ากังวลรอคำตอบ:
1. บัตรเขย่ง : พบส่วนต่างของบัตรเลือกตั้งสีเขียวและสีชมพูที่เหลื่อมล้ำกันกว่า 300,000 ใบ แต่กกต. รายงานว่ามี 60,000 กว่าใบ
กลโกงสถิติ: "บัตรเขย่ง" ที่มากกว่าแค่ความคลาดเคลื่อน
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือความผิดปกติของจำนวนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถูกพยายามทำให้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยด้วยการ "นับรวมทั้งประเทศ"
แต่หากเจาะลึกจะพบความจริงที่น่าตกใจ :
- มายากลการหักลบ: ในบางเขตเลือกตั้ง มีบัตรสีชมพูมากกว่าสีเขียว และในบางเขตเลือกตั้ง ก็มีบัตรสีเขียวมากกว่าสีชมพู ดังนั้นทุกเขตที่มีความต่างจึงมีความผิดปกติ
- ยอดสะสมที่แท้จริง: เมื่อนำจำนวนส่วนต่าง (Gap) ของ "ทุกเขต" ที่ผิดปกติมาบวกกันแบบสัมบูรณ์ (Absolute Value) จะพบว่ามีบัตรที่ผิดปกติรวมกัน มากกว่า 300,000 ใบ!
- การอำพรางตัวเลข: การที่หน่วยงานรัฐรายงานว่ามีบัตรเขย่งเพียง 60,000 กว่าใบนั้น เป็นเพราะการนำตัวเลขส่วนเกินของแต่ละสี "หักลบกันเอง" ข้ามเขต เพื่อให้ยอดสุทธิเหลือน้อยที่สุด
ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหน้างานจริง
จินตนาการง่ายๆ :
- เขตที่ 1: บัตรสีชมพูเกินบัตรสีเขียว มา 1,000 ใบ
- เขตที่ 2: บัตรสีเขียวเกินบัตรสีชมพู มา 1,000 ใบ
- ความจริง: มีความผิดปกติเกิดขึ้นถึง 2,000 ใบ ที่ต้องตรวจสอบ!
- แต่เกมการเมือง: บอกว่า เมื่อเอาเขต 1 รวมกับเขต 2 จำนวนบัตรสีชมพูกับสีเขียวจะเท่ากัน ความแตกต่าง ของบัตรสองสีก็เท่ากับ 0 แล้วรายงานสังคมว่า "ไม่มีความผิดปกติ"
นี่คือวิธีที่ใช้ "คณิตศาสตร์" มาฟอกขาวให้กับ "การทุจริต" เพื่อเร่งรับรองผลการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด โดยไม่สนว่าหัวใจสำคัญ ใช่หรือไม่?
2. การเลือกตั้งที่ไม่ลับ: การใช้ระบบ Barcode หรือ QR Code ที่อาจทำให้สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อหลักการประชาธิปไตยสากล ดังที่มีผู้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ชัดเจนแล้ว
3. อิทธิพลทุนสีเทา: การใช้เม็ดเงินมหาศาลจากนายทุนผูกขาดเข้าแทรกแซงเจตนารมณ์ของประชาชน
บทสรุป : ความรวดเร็ว หรือ ความถูกต้อง?
บ้านเมืองจะเสียหายอย่างยับเยิน หากเรายอมรับ "ชัยชนะที่ได้มาจากการโกง" เพียงเพราะอยากให้เรื่องจบๆ ไป
การสร้างรากฐานที่บิดเบี้ยว ย่อมนำมาซึ่งโครงสร้างที่พังทลายในอนาคต หากเราไม่ยึดมั่นในความสุจริต เที่ยงธรรม และความถูกต้องตั้งแต่วันนี้ ประโยชน์ระยะยาวของประเทศชาติจะถูกทำลายด้วยมือของนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว
เราจะยอมให้ "กลเกมรุกเร็ว" มาอยู่เหนือ "ความถูกต้อง" จริงหรือ?
ที่มา : เฟซบุ๊ก เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา