
"...ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างนั้นจีนคงจะต้องเข้ามาสวมบทบาทผู้นำระเบียบโลกที่ยึดการเมืองพหุภาคีนิยม(multilateralism) กฏหมายและกฏระเบียบระหว่างประเทศ และขั้วการเมืองโลกก็จะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เป็น 2 ขั้วใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศ อื่นๆ ทั้งหมด (the rest of the world) แต่สิ่งนี้คงไม่เกิดขึ้นจริง เพราะรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุก 4 ปี และโอกาสที่ประธานาธิบดีคนใหม่แทนนาย ทรัมป์ จะเลือกเส้นทางเดิมที่นำโลกไปสู่ภาวะไร้ระเบียบน่าจะไม่มี..."
หลังเหตุการณ์ลักพาตัวผู้นำเวเนซูเอลาและภรรยา(เป็นคำที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้)ประชาคมโลกต่างพบความสับสนไม่แน่นอนว่า สิ่งที่ทรัมป์จะทำต่อไปคืออะไรและเป้าหมายคืออะไรกันแน่ สิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนขณะนี้ คือ นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ล้วนนำไปสู่ความไร้ระเบียบมากว่าความพยายามสร้างระเบียบใหม่ของโลกที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำเพียงผู้เดียวตามที่เข้าใจมาแต่เดิม
@พัฒนาการหลังจากประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยาถูกนำขึ้นศาลที่นิวยอร์ก
1.ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งให้นำน้ำมันที่โดนห้ามส่งออก 30-50 ล้านบาเรลไปยังสหรัฐฯ เพื่อขายและนำเงินมาส่งเสริมสวัสดิการประชาชนและเพื่อการสร้างประเทศใหม่ของเวเนซุเอลา โดยน้ำมันดังกล่าวถูกอ้างจากรัฐบาลจีนว่า เป็นทรัพย์สินประกันเงินกู้เวเนซุเอลาที่ติดค้างจีนอยู่กว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่สามารถส่งไปจีนได้เพราะมาตรการคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ
2.สหรัฐแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่ใส่ใจกับกฏหมายระหว่างประเทศ กฏบัตรสหประชาชาติ หรือท่าทีจากประเทศอื่น เพราะยึดถือแนวทาง ”อเมริกามาก่อน“ หรือ America First
3.มีการประกาศว่า เป้าหมายต่อไปของสหรัฐฯ ต่อประเทศที่ส่งออกยาเสพติดมาบ่อนทำลายสหรัฐฯ คือ โคลอมเบีย คิวบา และเม็กซิโก โดยกรณีคิวบานั้น สหรัฐฯ มองว่าจะค่อยๆล่มสลายไปเอง เพราะขาดน้ำมันจากเวเนซุเอลา และสำหรับโคลอมเบีย ทรัมป์ได้คุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี กุสตาโว เพ็ทโทร แล้วและผู้นำโคลอมเบียมีกำหนดการเยือนอเมริกาเร็วๆนี้
4.ประเด็นที่ฮือฮากันมากคือ การที่ทรัมป์ยืนยันความตั้งใจที่จะยึดครองกรีนแลนด์ โดยสหรัฐฯ พร้อมจะเจรจาขอซื้อในราคาที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจต้องยึดโดยกำลังทหาร
ทั้งนี้ กรีนแลนด์อยู่ใต้การดูแลของเดนมาร์ค ซึ่งเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ ดังนั้น สมาชิกหลักของนาโต้โดยเฉพาะอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ต่างก็ออกมาคัดค้านท่าทีดังกล่าวของสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน พร้อมทั้งยืนยันที่จะร่วมปกป้องกรีนแลนด์จากการยึดครองด้วยกำลังทหาร
กรีนแลนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ สืบเนื่องจากการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ ทำให้เกิดเส้นทางขนทางเรือเส้นใหม่ ที่สั้นกว่าเดิม และที่ตั้งของกรีนแลนด์ก็เป็นเสมือนประตูจากเส้นทางขั้วโลกเหนือมายังยุโรปและอเมริกา ซึ่งสหรัฐฯ กลัวว่าจีนและรัสเซียจะเจ้ามายึดครองเส้นทางนี้ นอกจากนี้ตามภูมิศาสตร์ยังถือว่า กรีนแลนด์อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งตามลัทธิมอนโร (Monroe Doctrine)ถือเป็นเขตอิทธิพลสหรัฐฯ ดังนั้น การประกาศจะยึดกรีนแลนด์ก็ไม่ต่างอะไรจากการประกาศนำแคนาดาเข้ามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ นั่นเอง
5.ทรัมป์สั่งการให้กระทรวงต่างประเทศเร่งถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจและไม่สอดคล้องกับนโยบายสหรัฐฯ เบื้องต้นเป็นจำนวน 66 แห่ง เป็นองค์กรสังกัดสหประชาชาติ 31 แห่งและองค์กรอิสระ 35 แห่ง ทั้งนี้ เป็นไปตามผลการศึกษาที่ทรัมป์สั่งการกระทรวงการต่างประเทศไว้ ตั้งแต่รับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อต้นปี 2568
องค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้รับผิดชอบดูแลเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือหลายๆประเทศ อาทิ สิ่งแวดล้อม โลกร้อน ประชาธิปไตย สิทธิสตรี ความหลากหลาย/เท่าเทียมในสังคม สาธารณสุข ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก โดยองค์กรที่มีความสำคัญทางสัญญลักษณ์อย่างมากต่อประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการทูตพหุภาคีของสหประชาชาติในภูมิภาคคือ องค์กร UN ESCAP ก็อยู่ในรายการนี้ด้วย
@ สถานะการณ์ภายในประเทศสหรัฐฯ
• ในเบื้องต้น ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาที่หน่วยรบพิเศษ Delta Force สามารถนำตัวประธานาธิบดีมาดูโรและภรรยาออกมาขึ้นศาลที่สหรัฐฯ อย่างรวดเร็วและปราศจากการสูญเสีย ได้รับการยอมรับในหมู่ประชาชนสหรัฐฯ ด้วยดี แม้จะมีเสียงคัดค้านเรื่องความผิดกฏหมายระหว่างประเทศ
อยู่บ้าง เนื่องจากนาย มาดูโร มีภาพลักษณ์ของเผด็จการณ์ ที่มีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรง และรัฐบาลสหรัฐฯ มีการสร้างการรับรู้ในสาธารณะล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้วว่าจะมีปฏิบัติการใหญ่ในอนาคตอันใกล้ เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าจะออกมาแบบไหน
• อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการทำความเข้าใจกับรัฐสภา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาจำนวนมากมองว่า การใช้กำลังทหารในปฏิบัติการนอกประเทศเทียบเท่ากับการทำสงคราม ซึ่งต้องผ่านการเห็นชอบโดยรัฐสภา แม้ว่ารัฐบาลยืนกรานมาตลอดว่าปฏิบัติครั้งนี้เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฏหมาย (law enforcement) เพราะประธานาธิบดี มาดูโร และภรรยามีหมายจับคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติอยู่ที่ศาลนิวยอร์กอยู่ตั้งแต่ปี 2020
• เพื่อคงไว้ซึ่งหลักการเรื่องการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร วุฒิสภาจึงเริ่มกระบวนการ
ร่างกฏหมายเพื่อบังคับให้ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาครั้งต่อๆไป ไม่ว่ารูปแบบใดต้องนำเรื่องมาผ่านรัฐสภาก่อนเสมอ โดยคาดว่าจะมีการลงคะแนนใน 2 สภาเร็วๆ นี้ และหากกฏหมายนี้มีผลใช้บังคับก็จะเป็นบรรทัด ฐานในปฏิบัติการทางทหารในประเทศอื่นๆ ต่อไปด้วย
@ อนาคตของโลกที่ไร้ระเบียบ
• หากสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าดำเนินนโยบายที่ยึดผลประโยชน์ตนเองเป็นหลัก กฏหมายมีไว้เพื่อเลี่ยงและใช้อ้างบังคับผู้อื่น และไม่ให้ความสำคัญใดๆต่อการเมืองในกรอบพหุภาคี ก็อาจจะถึงวันที่สหรัฐฯ ต้องถอนตัวออกจากสหประชาชาติ เพราะไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของตน และโลกก็คงจะเข้าสู่ภาวะไร้ระเบียบอย่างสมบูรณ์
ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างนั้นจีนคงจะต้องเข้ามาสวมบทบาทผู้นำระเบียบโลกที่ยึดการเมืองพหุภาคีนิยม(multilateralism) กฏหมายและกฏระเบียบระหว่างประเทศ และขั้วการเมืองโลกก็จะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เป็น 2 ขั้วใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศ อื่นๆ ทั้งหมด (the rest of the world) แต่สิ่งนี้คงไม่เกิดขึ้นจริง เพราะรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุก 4 ปี และโอกาสที่ประธานาธิบดีคนใหม่แทนนาย ทรัมป์ จะเลือกเส้นทางเดิมที่นำโลกไปสู่ภาวะไร้ระเบียบน่าจะไม่มี
• อย่างไรก็ตาม ระบบการเมืองสหรัฐฯ มีโหมดแก้ไขความผิดปรกติของผู้นำตนเองอยู่อย่างน้อย 2 วิธี
วิธีที่ 1 คือ Impeachment หรือมาตรการปลดประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับรมต. โดยรัฐสภา ที่อาศัยเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทน และเสียง 2 ใน 3 ของวุฒิสภา
วิธีที่ 2 คือ การเปลี่ยนประธานาธิบดีตามบทแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ 25 (25 th Amendment) ที่ระบุสถานะการณ์และขั้นตอนการแต่งตั้งรองประธานาธิบดีมารับตำแหน่งแทนประธานาธิบดีในกรณี เสียชีวิต ลาออก หรือไร้ความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ การปลดประธานาธิบดีโดยมาตรการ Impeachment (วิธีที่ 1) มีความเป็นไปได้สูงหากพรรคฝ่ายตรงข้ามคุมเสียงข้างมากในสภาฯ และประธานาธิบดีทรัมป์ก็กลัวสิ่งนี้อนู่ไม่น้อย ถึงกับกล่าวว่า ถ้าการเลือกตั้งกลางเทอม (mid-term elections)ในเดือนพ.ย. ปีนี้ พรรคเดโมแครตได้เสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ สิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งแรกคือการเริ่มมาตรการปลดประธานาธิบดี
หมายเหตุ : ภาพประกอบจาก : bangkokbiznews.com , news.kapook.com , th.wikipedia.org

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา