"...พระองค์ท่านทรงเห็นกาสิโนที่มอนติกาโล และทรงชี้ว่า “ข้อที่เข้าใจกันว่าเล่นไม่สนุกนั้น ไม่จริงเลย สนุกยิ่งกว่าอะไรๆ หมด ถ้าชาวบางกอกรู้ ได้ไปเล่นแล้ว ฉิบหายกันไม่เหลือ ถ้าหากไปถึงเมืองเราเข้าเมื่อไร จะรอช้าสักวันเดียวก็ไม่ควร ต้องห้ามทันที”..."
นี้เป็นพระราชหัตถเลขาของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ที่มีถึง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อร้อยกว่าปีล่วงมาแล้ว
พระองค์ท่านทรงเห็นกาสิโนที่มอนติกาโล และทรงชี้ว่า “ข้อที่เข้าใจกันว่าเล่นไม่สนุกนั้น ไม่จริงเลย สนุกยิ่งกว่าอะไรๆ หมด ถ้าชาวบางกอกรู้ ได้ไปเล่นแล้ว ฉิบหายกันไม่เหลือ ถ้าหากไปถึงเมืองเราเข้าเมื่อไร จะรอช้าสักวันเดียวก็ไม่ควร ต้องห้ามทันที”
ต่อมารัชกาลที่ 6 ในปี 2456 ทรงชักนำให้ประชาชนเลิกอบายมุข ยกเลิกบ่อนเบี้ย
ปี 2481 ยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการเปิดกาสิโนถึง 5 แห่ง และขยายเพิ่มเป็น 11 แห่ง ทั้งหัวหิน เชียงราย นครพนม ไปจนถึงสุไหงโกลก แต่แล้วในที่สุดก็ยกเลิกไป เพราะความวิบัติที่เกิดกับประชาชนที่ติดการพนัน
มาวันนี้รัฐบาลสวมหัวใจผีพนัน ผลักดันจน พรบ. สถานบันเทิงครบวงจรผ่าน ครม. แล้ว และเร่งนำเข้าสภาผู้แทนราษฎรให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 10 เมย. 68 เพื่อผ่านการรับรองรับรองในวาระแรก โดยมีความรีบร้อนอย่างผิดปกติเพราะ หนึ่ง ไม่ได้เป็นนโยบายตามที่หาเสียงไว้ สอง ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรเลย
รัฐบาล ทั้งนายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน พ่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง อ้างว่า ในเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ “มีพื้นที่กาสิโนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”
ฟังดูเหมือนมีเหตุผลว่า เพียง 10 % มันน้อยนิด ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ที่จริงเป็นเหตุผลที่ย้อนแย้งในตัวเอง ก็รัฐบาลบอกว่ากาสิโนมันช่วยให้ “เศรษฐกิจเติบโต คนมีงานทำ” ถ้าเป็นเรื่องดี ก็ทำให้เต็มพื้นที่ไปเลยดีไหม เศรษฐกิจจะได้เติบโตมากๆ คนก็จะมีงานทำจำนวนมาก
ไม้ขีดก้านเดียว
อย่ามาอ้างเลยว่าใช้พื้นที่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น มีแต่คนด้อยปัญญาเท่านั้นที่คล้อยตาม
ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ขีดเต็มโกดัง มีไม้ขีดก้านเดียวก็แรงร้ายทำให้ไฟไหม้อาคารทั้งหลังได้ ใช่หรือไม่
การพนันออนไลน์ ที่ทำลายเยาวชนทั่วประเทศ สร้างคนไทยเป็นนักพนันให้จนลงอย่างเสมอหน้า ในปีหนึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ไม่ได้ใช้พื้นที่ทางกายภาพแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
ก๋วยเตี๋ยวน้ำหนึ่งชาม ถ้าเอาน้ำปลาเต็มช้อนเทลงไปในชามนั้น ปริมาณน้ำปลานิดเดียวเมื่อเทียบกับน้ำก๋วยเตี๋ยวเกือบเต็มชาม แล้วคนสั่งจะกินก๋วยเตี๋ยวเค็มปี๋หรือจะเททิ้ง
มะเร็งร้ายที่ปอด เริ่มต้นขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว แต่ก็ลุกลามทำลายไปทั่วร่างกาย ถึงป่วยหนัก ถึงตายได้
กาสิโน จึงเป็นทั้งหัวใจและเส้นเลือดที่จะขยายและสร้างเม็ดเงินสถานบันเทิงฯ ทั้งหมด
ก็ถ้าให้พื้นที่กาสิโนเล็กน้อยเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เหมือนไม่สำคัญอะไรเมื่อเทียบกับกิจการอื่นๆ ขอถามว่า ถ้าโครงการนี้ ตัดกาสิโนทิ้งไป รัฐบาลยังจะมีจิตมีใจเดินหน้าเต็มลูกสูบอย่างนี้หรือไม่
ปริมาณพื้นที่มากหรือน้อย จึงไม่มีนัยสำคัญใดๆ เลยที่จะสร้างความชอบธรรมให้กาสิโน เลิกอ้างอย่างโง่ๆ เสียทีเถิด พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย
ความเป็นจริงการพนัน
สศช.(สภาพัฒน์) ชี้ว่า “การพนันไม่สร้างผลผลิตเชิงเศรษฐกิจใดๆ ไม่ก่อให้เกิดทักษะและนวัตกรรมใดๆ ไม่เกิดห่วงโซ่ทางคุณค่า (Value Chain) ใดๆ”
สิ่งที่เกิดเป็นการเปลี่ยนมือคนถือเงินไม่ใช่นวัตกรรมแต่เป็นเวรกรรมของเหยื่อ เพราะประตูเสียมีมากกว่าประตูได้ คนรวยคือเจ้ามือ คนเจ๊งคือเหยื่อ
จิตวิทยาการพนัน มีว่า ถ้าเล่นเสียก็อยากทวงคืน เล่นได้ก็อยากได้เพิ่มจึงแทงพนันซ้ำ เสียอีกก็แทงอีก ถ้าบังเอิญโชคดีตานั้นได้ ชักย่ามใจอยากได้มากกว่าที่เสีย แทงซ้ำอีก ก็เสียอีก ปลายทางคือเสียหมดตัว เจ้ามือหรือเครื่องเล่นกำไรไปเต็มๆ
คนฆ่าตัวตาย เพื่อหนีหนี้ คือเหยื่อหรือลูกมือ เจ้ามือไม่ฆ่าตัวตาย ถ้าเจ้ามือจะตายก็ด้วยแรงแค้นและน้ำมือของเหยื่อที่เสียพนัน
เทียบเคียงต่างประเทศ
ราว 30 ปี มาแล้ว 3 ประเทศนี้อนุญาตให้มีกาสิโน ขณะนี้ เมียนมาร์ มี 230 แห่ง กัมพูชามี 150 แห่ง ลาวมี 2 แห่ง ฟิลิปปินส์ อนุญาตครั้งแรกเมื่อ 50 ปีก่อน วันนี้มีกาสิโน 50 แห่ง
เขามีกาสิโนจำนวนมากและยาวนานขนาดนี้ เศรษฐกิจเขาดีขึ้นตามจำนวนกาสิโนหรือไม่ เทียบกับบ้านเราแล้วเป็นอย่างไร ถ้ากาสิโนทำให้รวยจริง คนบ้านเขากี่แสนกี่ล้านคนที่อพยพมาหากินบ้านเราในเวลานี้
อย่าพูดเอาแต่ได้ โดยท่องคาถา สิงคโปร์เป็นตัวอย่าง สิงคโปร์มีกาสิโน 2 แห่ง แต่เขาควบคุมการเล่นและป้องกันการทุจริตอย่างเคร่งครัด เป็นอันดับ 3 ของโลก จากการประเมินขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ปี 2567 ขณะที่ไทยหล่นไปอยู่ที่อันดับ 107
ดัชนีสูงลิ่วในการทุจริตอย่างนี้ ยังมีหน้ามาคุยว่าไทยจะเป็นอย่างสิงคโปร์
รวงรังสารพัดความเลวร้าย
คอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ นักลวงโลกผ่านการลงทุน เกิดที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่กาสิโน การฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ การพนันออนไลน์ ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี การฉกชิงวิ่งราว ปล้นฆ่า อาชญากรทุกประเภท ชุมนุมกันอยู่ในนั้น
นายกรัฐมนตรีสั่งตัดไฟ ตัดพลังงาน ตัดการสื่อสาร บ่อนชายแดนทั้งทางเหนือและตะวันออก ด้วยการกดดันของหลิวจงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของจีน ก็เพราะยอมรับว่าความเลวร้ายของคอลเซ็นเตอร์ชุมนุมกันอยู่ที่นั่น
ยังไม่นับนักพนันในอนาคตที่หมดเนื้อหมดตัวถึงต้องขายบ้าน ขายนา ขายรถ ขายแม้กระทั่งลูกสาวเพื่อใช้หนี้พนัน หรือฆ่าตัวตาย กลายเป็นปัญหาครอบครัวอีกมากมาย เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้รู้ด้วยใจของนายกรัฐมนตรีว่า กาสิโนเป็นรังนรกอย่างนี้แล้ว รัฐบาลยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ เชียวหรือ
รัฐบาล ไม่รู้เลยหรือว่านักพนันชาวต่างชาตินั้น เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ ที่มีจริตเอียงไปทางบาปอบายนานาประการ
รัฐบาลไม่เข้าใจหรือว่าคนไทยแม้แต่เพียงคนเดียวก็ไม่พึงเข้าไปอยู่ในวังวนการพนันที่มีแต่ความวิบัติสถานเดียวทั้งต่อตนเองและครอบครัว
รัฐบาลไม่รู้เลยหรือว่า เมืองไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก เพราะเสน่ห์ไทยคือความงดงามของ ป่าเขา สายน้ำ เกาะแก่ง อาหาร ผลไม้ โบราณสถาน โบราณวัตถุ อัธยาศัย และรอยยิ้ม ไม่ใช่บัคคารา ไม่ใช่รูเล็ต ไม่ใช่การพนันออนไลน์ ใดๆ เลย
สถาบันต่างๆ ทั้ง ศสช. ทีดีอาร์ไอ มูลนิธิ สมาคม องค์กรทางศาสนา องค์กรภาคประชาชน จำนวน 100 องค์กร นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ และผู้คนทั้งประเทศ ประกาศไม่เอากาสิโน ไม่ต้อนรับการพนันออนไลน์ เพราะตระหนักในบาปอุบัติดุจเดียวกับพระราชหัตถเลขาของพระพุทธเจ้าหลวง
พลังบุญแห่งกระแสต้านกาสิโนมากมายมหาศาล โดยบุคคลและองค์กรที่ปราศจากผลประโยชน์ส่วนตนใดๆ รัฐบาลจะไม่ไยดีเชียวหรือ รัฐบาลปรารถนาให้เกิดนรกบนดิน หรือว่ายังหน้ามืดตามัวอยู่กับผลประโยชน์เฉพาะหน้าจำนวนนับแสนล้านบาท