
‘บอร์ด กสทช.’ ถกเดือดวาระแต่งตั้ง ‘คณะอนุฯที่ปรึกษาด้านกฎหมาย’ หลัง ‘3 กรรมการ’ คัดค้าน-ตั้งข้อสังเกตฯ ชี้ ‘สำนักงานฯ’ ก้าวก่ายอำนาจ ‘บอร์ด’ พร้อมไฟเขียวปรับแผนงบรายจ่ายสร้าง ‘ตึก กสทช.’ แห่งใหม่ ‘เลขาธิการฯ’ คาดเปิดใช้งานปลายปี 2571
...................................
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันนี้ (1 เม.ย.) ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบการปรับแผนงบประมาณรายจ่ายโครงการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ ฉบับปรับปรุงแก้ไขแบบครั้งที่ 2
“วันนี้ สำนักงานฯ ได้เสนอขอปรับแผนการใช้งบออกแบบและก่อสร้างอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ โดยในส่วนการออกแบบ ซึ่งจะใช้งบประมาณ 20 ล้านบาทนั้น เนื่องจากในปี 2568 เซ็นสัญญาไม่ทัน และต้องเลื่อนไปเป็นปี 2569 จึงต้องเซ็ตตัวเลขกันใหม่ และแม้ว่างบจะยังเป็นตัวเลขเดิม แต่ก็ต้องนำเสนอที่ประชุมฯ ซึ่งที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานฯ เสนอ” นายไตรรัตน์ กล่าว
นายไตรรัตน์ ระบุว่า โครงการจ้างก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ มีวงเงินทั้งสิ้น 2,643 ล้านบาท และเนื่องจากบริษัทผู้รับจ้างรายเดิมก่อสร้างล่าช้า สำนักงานฯ จึงยกเลิกสัญญา และนำงบประมาณส่วนที่เหลืออีก 1,400 ล้านบาท ไปดำเนินการว่าจ้างผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้างรายใหม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันการก่อสร้างอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ มีความคืบหน้าไปแล้ว 75% และต้องมีการออกแบบอาคารบางส่วนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน
นายไตรรัตน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากสำนักงาน กสทช. ยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทผู้รับจ้างรายเดิมแล้ว บริษัทผู้รับจ้างรายดังกล่าว ได้ฟ้องร้องสำนักงาน กสทช. เรียกร้องค่าจ้างส่วนที่เหลืออีก 15% เนื่องจากบริษัทได้ก่อสร้างอาคารฯไปแล้ว 75% แต่สำนักงาน กสทช. จ่ายค่าจ้างเพียง 60% เท่านั้น ดังนั้น ค่าจ้างส่วนที่เหลือ 15% นั้น สำนักงานฯ และบริษัทผู้รับจ้างรายเดิม จะต้องมาเจรจากันว่า จะต้องชำระค่าก่อสร้างกันอย่างไร
“แม้ว่าเขาจะผิดสัญญา แต่เราก็ต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่ค้างให้เขา เพราะยังมีอีก 15% ที่ยังไม่ได้จ่าย แต่เราสามารถเอาค่าปรับจากการที่เขาสร้างตึกไม่เสร็จตามสัญญามาหักลบกลบหนี้กันได้ ซึ่งส่วนที่เรากับเขาจะต้องเจรจากัน ก็ว่าไป แต่เราก็ต้องจ้างผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้างรายใหม่ มาสร้างตึกให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ใช้งานได้ ซึ่งคาดว่าอาคารสำนักงาน กสทช.แห่งใหม่ จะเปิดใช้งานได้ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2571” นายไตรรัตน์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. เผยแพร่เอกสารข่าวเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2568 โดยระบุว่า ตามที่มีข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง ความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ จ.นนทบุรี ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จนั้น สำนักงาน กสทช. ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
(1) สำนักงาน กสทช. ได้ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ กับบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2562 ในวงเงิน 2,643,000,000 บาท โดยมีระยะเวลาการก่อสร้าง 1,080 วัน โดยในระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้าง ได้รับผลกระทบจากกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน
(2) สำนักงาน กสทช. มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่อาคารให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่ เนื่องจากมีการลดจำนวนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จาก 11 คน เหลือ 7 คน รวมถึงมีการปรับสายงานภายในสำนักงาน กสทช. ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลต่อแบบรูปรายละเอียดการก่อสร้าง
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับสำนักงาน กสทช. จึงสั่งให้หยุดงานโครงการก่อสร้าง และได้มีการตกลงยกเลิกสัญญา โดยปัจจุบันโครงการก่อสร้าง มีความก้าวหน้ารวม 75.95% โดยมีการส่งมอบงานแล้ว 104 งวด จาก 200 งวด เป็นเงิน 1,598,803,560 บาท คิดเป็น 60.49%
(3) สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่ายังคงดำเนินการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ต่อไปจนแล้วเสร็จ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างใหม่อีกครั้ง โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อดำเนินการในส่วนงานที่เหลือ (อ่านประกอบ : ปรับแผนใช้พื้นที่-ยกเลิกสัญญา! ‘สำนักงาน กสทช.’แจงหยุดก่อสร้าง‘ตึกใหม่’ 2.64 พันล้าน)
@ถกเดือดวาระแต่งตั้ง‘คณะอนุฯที่ปรึกษาด้านกม.’กสทช.
นายไตรรัตน์ ยังระบุว่า ที่ประชุม กสทช. ยังพิจารณาวาระการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. โดยสำนักงาน กสทช. เสนอให้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ก่อนเสนอให้บอร์ด กสทช. เป็นผู้คัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย จากเดิมที่การแต่งตั้งอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ จะมาจากโควตาของกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 รายๆละ 2 คน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก มีกรรมการ กสทช. ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอในวาระดังกล่าว ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. จึงขอให้เลื่อนการพิจารณาวาระดังกล่าวออกไปก่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการพิจารณาวาระแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. แทนคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาฯชุดเดิมที่หมดวาระไปเมื่อเดือน ม.ค.2569 นั้น สำนักงาน กสทช. ได้เสนอให้มีการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะมาตำแหน่งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เช่น ต้องเป็นผู้พิพากษา อัยการ และกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น จากปัจจุบันที่ให้โควตา กรรมการ กสทช. แต่ละราย เสนอรายชื่ออนุกรรมการที่ปรึกษาฯได้รายละ 2 คน
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ แย้งว่า สำนักงาน กสทช. ไม่มีอำนาจเสนอในเรื่องนี้ เพราะอำนาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ เป็นของ กสทช. ไม่ใช่สำนักงาน กสทช. การที่สำนักงาน กสทช. เสนอวาระนี้ จึงเป็นการกระทำที่ก้าวก่ายอำนาจ กสทช. ก่อนที่ผู้แทนของสำนักงาน กสทช. จะชี้แจงว่า การที่สำนักงาน กสทช. เสนอเรื่องนี้ เป็นดำริของประธาน กสทช.
“คุณ (สำนักงาน กสทช.) มีหน้าที่อะไรมายุ่งกับที่ปรึกษาฯของผม คุณไม่มีขอบเขตอำนาจมายุ่ง ขอให้คุณอ่านข้อ 33 (แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ผมไม่อยากเป็นผู้ร้ายคนเดียว และผมว่า ผมไม่ใช่ผู้ร้าย และที่ผ่านมา อยากถามว่าที่ปรึกษากฎหมายฯทำอะไรผิดเหรอ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น พิจารณาอะไรผิด คุณถึงมาปรับโครงสร้างฯ
การที่คุณ (สำนักงาน กสทช.) เสนอตัวเป็นคนที่รวบรวมชื่ออะไรต่างๆ ตามคุณสมบัติที่คุณใส่เพิ่มขึ้นมา คุณเอาอะไรมาตัดสิน และคุณมีสิทธิ์ตัดสินหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มี เขาทำผิดอะไร คุณถึงมาทำอย่างนี้ แล้วทำไม จึงต้องรอเวลาให้ (คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายฯ) ชุดเดิม หมดอายุเสียก่อน ถึงจะมาตั้งตอนนี้ มีเหตุผลอะไร” รศ.ดร.ศุภัช กล่าวในที่ประชุม กสทช.
หลังจาก รศ.ดร.ศุภัช พูดจบ ศ.คลินิก นพ.สรณ ตอบเรื่องนี้แทนผู้ชี้แจง ว่า “ผมเป็นคนดำริ โดยคิดว่าน่าจะมีรายชื่อเหมือนคณะลูกขุนให้เลือกกันทั้งหมด เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติทางกฎหมายจริงๆ จากที่ผ่านมาที่เป็นระบบโควตาที่ (กรรมการ กสทช.) ส่งกันมา ซึ่งมีปัญหาบ้างในทางปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่ได้ยินมา ถ้าเป็นชื่อคนกลางทั้งหมดเลย ไม่ได้เป็นโควตาเรา และเป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วเราเลือก นี่เป็นไอเดีย เป็นความคิดของผม ส่วนที่ถามว่าฐานอำนาจของสำนักงานฯ เสนออย่างนี้ได้หรือไม่ จากความดำริของผม ถ้าคิดว่าสำนักงานฯ ไม่มีอำนาจ สำนักงานฯก็คงต้องถอยไปอย่างนั้น”
จากนั้น รศ.ดร.ศุภัช กล่าวต่อว่า “ผมคิดไม่มีอำนาจ และถ้าจะคุยกันเรื่องนี้ ก็ต้องบอกว่า สำนักงานฯเข้ามามีส่วนก้าวก่ายอำนาจ กสทช.อย่างมาก ในเรื่องที่ปรึกษาฯของเรา และเป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมายของเรา สำนักงานฯ จะมายุ่งเรื่องนี้ไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ และหากท่านประธาน กสทช. จะเสนอเรื่องนี้ ท่านประธาน ก็เสนอในนามประธานเลย เพราะระเบียบข้อบังคับการประชุมฯก็อนุญาตอยู่แล้ว”
รศ.ดร.ศุภัช กล่าวต่อว่า “การที่คุณ (สำนักงาน กสทช.) ทำอย่างนี้ กำลังบอกว่าวิจารณญาณของ กสทช. ทั้ง 7 คน รวมทั้งประธานฯ ที่ตั้งของเก่ามา เป็นวิจารณญาณที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดีหรือ อย่าลืมว่า เราผ่านกระบวนการสรรหามาถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับโปรดเกล้าฯมา ทุกท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเรียบร้อยแล้ว มีวิจารณญาณ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบหมด เพราะเราได้ผ่านกระบวนการมา ไม่ได้หยิบใครเข้ามา สำนักงานฯเองต่างหากที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการอย่างที่เราผ่าน
แล้วสำนักงานฯจะมารู้เรื่องนี้ดีได้อย่างไร อันนี้เป็นการก้าวก่ายในสายตาผม แล้วระบบโควตา ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ความคิดของ กสทช.ทุกท่าน เป็นความคิดที่ผ่านการกลั่นกรองที่ดีมาแล้ว ไม่มีใครต้องการให้สำนักงานฯนี้ แย่ลง ถ้าบอกว่าระบบโควตาไม่ดี มีปัญหา แสดงว่า กสทช.ทุกท่าน วุฒิภาวะ วิจารณญาณ แย่หรือ ผมไม่ยอมรับนะ และที่สำคัญ เราจะให้สำนักงานฯมาเป็นคนตัดสินเราตรงนี้หรือ”
ขณะที่ นายไตรรัตน์ ชี้แจงว่า “การดำเนินการเรื่องนี้ เป็นไปตามคำสั่งท่านประธานฯ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 56 ที่ให้สำนักงานฯต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธาน กสทช. และจริงๆแล้ว เราไม่ได้มีเจตนาที่จะคิดอะไรไม่ดีกับกรรมการ กสทช. เพียงแต่ท่านประธาน กสทช. มีแนวคิดว่า ควรจะมีการเช็ตเป็นระบบ เอาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เข้ามา แต่หากท่านกรรมการฯ ไม่เห็นด้วย ก็โหวตไม่เอาตรงนี้ก็ได้”
ขณะที่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง มีข้อสังเกตในเรื่องนี้ “อยากขอให้บันทึกไว้หน่อย เพราะฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจ อันนี้ไม่รู้ว่า มาจากสำนักงานฯ หรือมาจากการที่เอกสารที่อ้างเหตุผลของเรื่องนี้ว่า โดยที่อนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจ ก็เลยมีความเห็นว่า แต่ละท่านควรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเป็นกลาง และสามารถใช้ดุลพินิจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยปราศจากอคติ
อันนี้ ผมรู้สึกนะ เพราะผมส่งทั้งอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่งทั้งอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น ผมไม่เข้าใจว่าท่านเหล่านี้ ไม่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่มีความเป็นกลางหรืออย่างไร และถ้าบันทึกพวกนี้ออกไป ผมมีความรู้สึกว่า สำนักงานฯ หรือทางเรา (กสทช.) ไปด้อยคุณค่าอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายอย่างมาก ผมต้องขอบันทึกไว้จริงๆ เพื่อป้องกันตัวผมเองว่า ผมไม่มีแนวคิดนี้ต่อตัวอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายทุกท่าน”
ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า “เรื่องนี้มีข้อสังเกตว่า ตามที่บอกว่าอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ มีส่วนสำคัญอย่างมาก แต่ก็ไม่เข้าใจว่า เมื่อบอกว่ามีความสำคัญอย่างมาก ทำไมจึงปล่อยให้หมดวาระไปตั้งแต่เดือน ม.ค.2569 ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ควรขยายอายุต่อไปได้เหมือนอนุกรรมการชุดอื่นๆ ถ้าบอกว่ามีความสำคัญ ก็ไม่ควรปล่อยให้หมดอายุ
อันที่สอง ที่ประธานฯ ใช้คำพูดว่าระบบโควตามีปัญหาทางในปฏิบัติ ก็อยากจะรู้จริงๆว่ามีปัญหาอะไร เพราะถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง กระบวนการ การได้มาฯ แสดงว่าเราพยายามจะหา Pain point ว่า คืออะไร ดังนั้น จึงอยากรู้ว่า ระบบโควตามีปัญหาอะไร และเมื่ออนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานตามกรอบหน้าที่
และบอกว่าอนุกรรมการฯทุกคนควรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ แปลว่า คนที่เป็นอยู่ตอนนี้ ไม่เป็น ใช่หรือไม่ และอยากถามว่า ที่บอกว่าต้องมีความเป็นกลาง ถามว่าความเป็นกลาง คือ อะไร เพราะความเป็นกลางเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอย่างมากในเชิงสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะในประเด็นสื่อ ที่ทุกคนบอกว่าเป็นกลาง แต่เอาเข้าจริง มีหรือไม่มีความเป็นกลาง
ขณะเดียวกัน ในการทำหน้าที่อนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ นอกจากจะต้องมีความรู้ความสามารถทางกฎหมายแล้ว คงจะไม่ใช่แค่กฎหมายด้านเดียว แต่ต้องเป็นหลายๆด้าน...คนที่ดิฉันส่งไป ไม่เข้าคุณสมบัติเหล่านี้หรือเปล่า ทำไมจึงต้องมาเปลี่ยน”
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ประชุม กสทช. ได้ใช้เวลาอภิปรายวาระนี้อีกประมาณ 20 นาที ที่ประชุมฯมีข้อเสนอให้ กรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน หารือกันในเรื่องนี้นอกรอบ สุดท้ายแล้ว ประธาน กสทช. จึงสั่งให้เลื่อนการพิจารณาวาระการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ออกไปก่อน
อ่านประกอบ :
ปรับแผนใช้พื้นที่-ยกเลิกสัญญา! ‘สำนักงาน กสทช.’แจงหยุดก่อสร้าง‘ตึกใหม่’ 2.64 พันล้าน
