
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. เดินหน้าสิ่งที่เรียกว่า “งานการเมือง” แบบเต็มสูบ ด้วยการจัดเวทีทางความคิด และขยายกลไกการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ในภารกิจดับไฟใต้อย่างยั่งยืน
เวทีดังกล่าวนี้เป็นกิจกรรมเสวนาวิชาการของศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 5 หรือ ศปป.5 ของ กอ.รมน. ที่รับผิดชอบงานแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจัด 3 วันต่อเนื่องกัน ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระดมนักคิด นักวิชาการ และนักยุทธศาสตร์ทางทหาร เข้าร่วมเสนอความคิด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

พลตรี เกียรติชัย โอภาโส ผู้บัญชาการวิทยาลัยการทัพบก
พันเอก ปฐพี พุทธผล ซึ่งผ่านงานผู้อำนวยการกองสันติวิธี ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
จีรวุฒิ (อุไรรัตน์) บุญรัศมี นักวิชาการอิสระที่มีผลงานการวิเคราะห์ขบวนการบีอาร์เอ็น ในชื่อ “สงครามลับ BRN” อธิบายพัฒนาการและอุดมการณ์ทางการเมืองขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มนี้
อาจารย์พันธุ์พิพิธ พิพิธพันธุ์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งทำงานในสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ของ ม.อ.ด้วย
ประดิษฐ์ หลำเร๊ะ พิธีกรของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 6 พ.ค.69 มีการเปิดเสวนาเวทีแรก ที่ห้องประชุมคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในหัวข้อ “เข้าใจให้ทันการณ์ สื่อสารให้ทันใจทั้งนอกและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”
เวทีนี้พิเศษสุดเพราะมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ร่วมรับฟังด้วย ร่วมกับ พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการ ศปป.5 กอ.รมน. หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนในพื้นที่ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ พลโท นรธิป ได้กล่าวถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนหนึ่งว่า “ผมได้คุยกับหลายคนในเรื่องของการแก้ไขปัญหา หลายคนคงทราบแล้ว ผมเคยบอกว่าที่เราแก้อยู่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ปลายเหตุ ในอดีตผู้บังคับบัญชาท่านหนึ่งเคยบอกว่า มีแก้วน้ำอยู่ใบหนึ่งน้ำเต็มแก้ว เราพยายามเทน้ำออกจากแก้ว แต่มีคนเติมเข้ามาตลอดเวลา เทน้ำจนหมดแก้ว แต่มีคนเติมมาเต็มแก้วก็ไม่หมด”
“เช่นเดียวกับปัญหาที่เกิดขึ้น เราพยายามช่วยกันทุกภาคส่วนที่จะแก้ไขปัญหา แต่แก้อย่างไรก็ไม่จบเสียที เพราะยังมีอีกปัญหาเข้ามาเติมอยู่ตลอดเวลา นั้นคือเรื่องของขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งมีการบ่มเพาะปลูกฝังในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานศึกษาที่ผมได้เคยพูดถึงบางแห่ง”
“เราต้องยอมรับว่ามีอยู่จริง ถ้าไม่มีการปลูกฝังบ่มเพาะ เมื่อวานคงไม่มีการลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต (เหตุการณ์ลอบยิงตำรวจ ที่ อ.มายอ ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พ.ค.69) โดยปลอกกระสุนมีทั้งอาก้า เอ็ม 16 และ 9 มม. จากคน 4 คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปประกบยิง คนที่ไม่เคยรู้จักกัน ถ้าไม่มีการปลูกฝังบ่มเพาะให้เชื่อ คงไม่ฆ่ากันง่ายๆ เพราะนั้นขั้นตอนที่ทำให้คนถูกปลูกฝังบ่มเพาะสามารถวางระเบิด ฆ่าคนที่ไม่รู้จักกันได้ มันต้องพอสมควร อันนี้เราก็ต้องไปแก้ไขว่าเราจะทำอย่างไร”
อนึ่ง การพูดถึงกระบวนการบ่มเพาะความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท นรธิป โพยนอก เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.69 ซึ่งตรงกับวันหยุดสงกรานต์พอดี
โดยในครั้งนี้ พลโท นรธิป ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่พยายามเน้นถามในประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างทีมสังหาร กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากรถกระบะที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นรถในราชการของ กอ.รมน.นราธิวาส
การตอบคำถามช่วงหนึ่ง แม่ทัพภาคที่ 4 ค่อนข้างมีอารมณ์ มีบางช่วงถึงขั้นปิดไมค์พูดทำนองว่า “ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด” และยังมีการพาดพิงถึงสถาบันปอเนาะว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ทำให้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้บานปลายไม่จบ และการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันนี้ หลายฝ่ายมุ่งแก้กันที่ปลายเหตุเท่านั้น ทั้งๆ ที่ต้นเหตุคือการบ่มเพาะความรุนแรงในสถานศึกษาบางแห่งในพื้นที่
อ่านประกอบ : เจาะ 4 ประเด็นทัวร์ลง “แม่ทัพ 4” แถลงคดียิง สส. สุดร้อน!
คำกล่าวของแม่ทัพภาคที่ ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจอย่างกว้างขวางในกลุ่มองค์กรการศึกษาทางศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการรวมพลังและออกแถลงการณ์ร่วมกันของ 3 องค์กรการศึกษา คือ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมูลนิธิประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงขั้นเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่
อ่านประกอบ : ต้านแม่ทัพลามใหญ่! ปอเนาะทนไม่ไหว จี้ขอโทษกล่าวหาต้นตอไฟใต้
กระทั่งนายกฯอนุทิน เดินทางลงไปปฏิบัติภารกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.69 และได้พยายามไกล่เกลี่ยปัญหา พร้อมทั้งออกมาขอโทษแทนแม่ทัพ โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้นำการแถลงขอโทษพร้อมกับแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วย โดยอ้างว่าเป็นการพูดในสถานการณ์ที่ถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามกดดัน
อ่านประกอบ : แม่ทัพขอโทษ วอนจบดราม่าไล่ - “นายกฯ-บิ๊กดุลย์” การันตีตั้งใจทำงาน

สำหรับการจัดเวทีเสวนาวิชาการของศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน.ครั้งนี้ จัดขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 6-8 พ.ค.69 โดยในวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ค. จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “เข้าใจให้ทันการณ์ สื่อสารให้ทันใจ ทั้งนอกและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส และในวันที่ 8 พ.ค. การจัดเวทีเสวนาครั้งที่ 3 ที่ห้องประชุมโรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อำเภอเมือง จ.ปัตตานี
