
“ทวี” เปิดใจปมสั่งตาย “กมลศักดิ์” แฉยับขบวนการใช้อำนาจเถื่อน สั่งการเป็นทอดๆ ยืมรถราชการ ใช้ศาลากลางหลังเก่าวางแผน บอกใบ้เจ้าหน้าที่หน่วยไหนคุมพื้นที่บาเจาะ มีเอี่ยว! แย้ม “แวยูแฮ” จ่อเป็นโจทก์ร่วม หวังลำเลียงหลักฐานลับส่งศาลโดยตรง
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” ตอนหนึ่งถึงความคืบหน้าของคดียิง สส.กมลศักดิ์ ซึ่งตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคนที่ 5 ซึ่งเป็น “มือปืน” ได้แล้ว แต่แนวโน้มคำให้การเหมือนจะตัดตอนไม่ให้ถึงตัวผู้บงการ
โดย พ.ต.อ.ทวี บอกว่า จากการติดตามคดีอย่างใกล้ชิด พบพฤติการณ์ที่น่าตกใจว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการใช้ทรัพยากรของทางราชการในการปฏิบัติการ ทั้งการยืมรถยนต์ราชการไปใช้ก่อเหตุ มีการนำรถไปเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงเพื่ออำนวยความสะดวกในการอำพรางตัว และที่สำคัญคือมีการใช้สถานที่ราชการ เช่น “ศาลากลางหลังเก่า” เป็นจุดนัดพบหรือวางแผน
“การยืมปืน ยืมรถ หรือยืมภรรยา มันเป็นวิสัยที่ทำไม่ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะรถในทางราชการ ซึ่งในชุดปฏิบัติการ 5 คนที่ถูกจับกุมระบุชัดเจนว่าเป็นการรับจ้างมา และมีการส่งทอดคำสั่งเป็นทอด ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางสังกัดที่ทำหน้าที่คุมพื้นที่ในอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส เข้าไปเกี่ยวข้อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติระบุ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า เพื่อให้ความจริงปรากฏและคุ้มครองความปลอดภัยสมาชิกพรรค พรรคประชาชาติได้แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงคู่ขนานไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและอดีตข้าราชการระดับสูงที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ อาทิ นายวิทยา พานิชพงศ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายกิตติ สุระคำแหง อดีตรองเลขาธิการ ศอ.บต. พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ข้อมูลที่ทีมงานหามาได้จากการลงพื้นที่รับฟังเสียงจากชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้อง พบข้อเท็จจริงที่ “ลึก” กว่าข้อมูลในสำนวนสอบสวนของตำรวจในบางประเด็น โดยเฉพาะคำบอกเล่าที่กลุ่มผู้ต้องหาให้ไว้กับญาติระหว่างเข้าเยี่ยม ซึ่งพรรคจะนำข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน และหากมีความจำเป็น นายกมลศักดิ์ในฐานะผู้เสียหายจะดำเนินการฟ้องร้องเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (เข้าเป็นโจทก์ร่วม เพื่อนำหลักฐานส่วนของตัวเองขึ้นสู่ศาล)
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของงานความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า คดีนี้อาจเกิดจากการ “จัดตั้ง” หรือการข่าวที่ผิดพลาดที่มองผู้เห็นต่างเป็นศัตรู และเข้าใจว่า สส.กมลศักดิ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน์ พยายามช่วยเหลือผู้เห็นต่าง
“บางทีกมลศักดิ์ถูกมองว่าเป็นทนายให้ผู้เห็นต่าง แล้วไปเข้าใจผิดว่าเขาเป็นกลุ่มสร้างจิตวิญญาณที่เป็นปฏิปักษ์ ทั้งที่ความจริงเขามีครอบครัวเป็นข้าราชการ มีน้องเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย งานข่าวภาคใต้บางทีเป็นเรื่องจริงของคนโกหก หรือเป็นเรื่องโกหกของคนจริง จนทำให้มีการตัดสินใจสังหารกันนอกกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าเป็นห่วง”
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวเตือนว่า หากรัฐไม่สามารถลากตัวผู้บงการที่แท้จริงซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาลงโทษได้ อาจนำไปสู่ความหวาดระแวงและเหตุการณ์บานปลาย เหมือนเช่นกรณีสังหาร 6 ศพที่สะพานกอตอ เมื่อปี พ.ศ.2518 จนทำให้คนมาชุมนุมประท้วงนับแสนมาแล้ว
(เหตุการณ์สะพานกอตอ รู้จักกันในชื่อ “เหตุการณ์ 6 ศพสะพานกอตอ” โดยเจ้าหน้าที่สังหารชายไทยมุสลิม 6 คน แล้วนำศพไปทิ้งลงแม่น้ำสายบุรี ที่สะพานกอตอ รอยต่อของอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส กับ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี แต่มี 1 คนรอดตายมาได้ และเรื่องถูกเปิดโปงจนเกิดม็อบของประชาชนหลักแสนคน ประท้วงนานถึง 45 วัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม คือ นาวิกโยธิน)
“เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกมลศักดิ์ แต่คือบททดสอบว่ารัฐบาลจะนำสันติสุขกลับมาสู่ภาคใต้บนหลักการความยุติธรรมนำการเมืองการทหารได้จริงหรือไม่” พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณ: คลิปจากรายการเนชั่นวิเคราะห์ข่าว เนชั่นทีวี
