
เปิดฉากศึกชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครสงขลา 4 ผู้สมัครจับสลากหมายเลขเรียบร้อย ลุยหาเสียงคึกคัก เช็คลิสต์นโยบายก่อนตัดสินใจหย่อนบัตร 29 พ.ย.
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่เทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา มีการเปิดรับสมัคร ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักสุดขีด เพราะมีผู้สนใจลงแข่งถึง 4 คน
ผลการจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ปรากฏว่า หมายเลข 1 นายวันชัย ปริญญาศิริ, หมายเลข 2 นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี หรือ “นายกบ่าว”, หมายเลข 3 นายชนรักษ์ ตันติเศรณี และ หมายเลข 4 นายเกรียงไกร คมขำ

สีสันสำคัญของการชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลาในครั้งนี้อยู่ที่ผู้สมัครหมายเลข 1 นายวันชัย และหมายเลข 2 นายสมศักดิ์ ซึ่งต่างมีประสบการณ์บริหารเทศบาลนครสงขลามาก่อน โดยนายวันชัยเพิ่งลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี ขณะที่นายสมศักดิ์ หรือ “นายกบ่าว” เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีหลายสมัยก่อนหน้านี้
ส่วนผู้สมัครหมายเลข 3 นายชนรักษ์ เป็นพี่น้องกับนายสมศักดิ์ แต่ลงสมัครในนามของตนเอง ขณะที่หมายเลข 4 นายเกรียงไกร เป็นที่รู้จักจากบทบาทภาคประชาสังคม
@@ แชมป์เก่าชูพัฒนา ศก. - ฟื้นฐานะคลังเทศบาล

นายวันชัย ปริญญาศิริ ผู้สมัครหมายเลข 1 กล่าวภายหลังจับสลากว่า เป็นหมายเลขที่ดีและจดจำง่าย สิ่งสำคัญคือการทำให้ประชาชนจดจำนโยบายได้ด้วย โดยจะเน้นแก้ปัญหาในภาพรวม โดยเฉพาะเศรษฐกิจและฐานะการคลังของเทศบาล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมือง
พร้อมอธิบายด้วยว่า “รายได้เทศบาลประกอบด้วยรายได้ที่จัดเก็บเอง รายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บและจัดสรรคืนตามกฎหมาย รวมถึงเงินอุดหนุนจากรัฐบาล จึงจำเป็นต้องวางแผนสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อภารกิจ และเตรียมรับมือความเสี่ยงกรณีรายได้บางส่วนลดลง”
นายวันชัย ยังเสนอให้พิจารณาใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะ เพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่า มีสัดส่วนประมาณ 25% โดยมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ พร้อมพัฒนาการศึกษาและส่งเสริมศักยภาพเด็ก ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันงบประมาณมาพัฒนาเมือง
“ย้ำว่าผู้บริหารต้องเข้าใจบริบทของนครสงขลา และข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพราะหากกำหนดนโยบายโดยไม่คำนึงถึงฐานะการคลัง ก็อาจไม่สามารถดำเนินการได้จริง” อดีตนายกวันชัย กล่าว
@@ “นายกบ่าว” ชูนโยบาย “คนสงขลาต้องมาก่อน”

ด้าน นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี หรือ “นายกบ่าว” ผู้สมัครหมายเลข 2 กล่าวว่า หมายเลข 2 มีความผูกพันกับตนมาตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาครั้งแรกในปี 2556 และยังจับได้หมายเลขเดิมในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ มา
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์บริหารเทศบาลรวม 8 ปี และการลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนและรายได้ที่ลดลง หากได้รับความไว้วางใจให้กลับเข้ามาบริหาร สิ่งแรกที่จะผลักดันคือการพิจารณาลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้าขายและช่วยให้รายได้หมุนเวียนในพื้นที่
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ยังเสนอให้การจัดเทศกาลและกิจกรรมของเทศบาลคำนึงถึงผลกระทบต่อร้านค้าในท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการจัดงานซ้ำซ้อนหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ค้าท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการวางแผนและจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าอย่างเหมาะสม
ส่วนเทศกาลอาหารสองทะเล เสนอให้กลับมาเน้นอัตลักษณ์ของเมืองสงขลา ส่งเสริมอาหารจากทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย รวมถึงอาหารพื้นถิ่นและผลิตภัณฑ์จากชาวประมง โดยจัดพื้นที่จำหน่ายให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
พร้อมย้ำว่าปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการลดภาระผู้ค้ารายย่อยและการจัดกิจกรรมของเทศบาลให้เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
@@ ญาตินายกบ่าว สร้างสีสัน ลงสมัครอิสระ

ขณะที่ นายชนรักษ์ ตันติเศรณี ผู้สมัครหมายเลข 3 ซึ่งเป็นญาติกับนายสมศักดิ์ ตัดสินใจลงสมัครในนามอิสระ เป็นการสร้างสีสันและตัวเลือกทางการเมืองท้องถิ่นให้ประชาชน แม้จะไม่มีกองเชียร์ แต่เขาว่าจะชนะใจพี่น้องประชรชนได้ เพราะตั้งใจอาสามาดูแลพี่น้องเทศบาลนครสงขลา
การลงสมัครของ นายชนรักษ์ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของสนามเลือกตั้งครั้งนี้ โดยแม้จะมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับอดีตนายกเทศมนตรี แต่ได้แยกเส้นทางทางการเมืองของตนเอง
@@ ตัวแทนประชาสังคมขอท้าชิง

ส่วนหมายเลข 4 นายเกรียงไกร คมขำ เป็นที่รู้จักจากบทบาทภาคประชาสังคมผู้ตรวจสอบการทำงานของภาครัฐอย่างเข้มข้น ได้กระโดดลงสู่สนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาอย่างเป็นทางการ เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนพิจารณาทั้งตัวผู้สมัครและแนวทางบริหารเมือง
จากนี้ต้องจับตาการหาเสียงและข้อเสนอนโยบายของผู้สมัครแต่ละคนอย่างใกล้ชิด เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการดำเหงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี แต่ยังเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ปัญหาที่จะกำหนดทิศทางอนาคตของนครสงขลา ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งวันที่ 29 พ.ย.นี้
