
เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยใน อ.ศรีสาคร นราธิวาส ถูกกลุ่มติดอาวุธเปิดฉากยิงใส่ ปะทะเดือดกว่า 10 นาที ดาบตำรวจพลีชีพ อส.ทพ.เจ็บ 2 ขณะที่คนร้ายถูกวิสามัญฯดับคาบ้าน 2 ราย พบมีหมายจับบึ้มปั๊ม ปตท. ยิงคนแก่ ส่วนอีก 1 เป็นเจ้าของบ้าน
ความคืบหน้าและรายละเอียดเหตุการณ์ปะทะเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มติดอาวุธ คาดว่าเป็นขบวนการผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อเวลา 11.30 น. วันเสาร์ที่ 17 ต.ค.69 กำลังผสม ตำรวจ ทหารพราน และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เข้าบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบบ้านต้องสงสัยในหมู่บ้านตืองอ หมู่ 3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีบุคคลต้องสงสัยเข้าไปพักอาศัย อาจเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดี
หลังจากเจ้าหน้าที่เดินทางถึงเป้าหมาย ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อม พร้อมแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่าบุคคลที่อยู่ภายในบ้านใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้ จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกนานกว่า 10 นาที สถานการณ์เป็นไปอย่างตึงเครียด

ผลของการยิงปะทะ ทำให้ ด.ต.สาโรจน์ โหนดนวล อายุ 51 ปี ผู้บ้งคับหมู่ งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.ศรีสาคร ถูกกระสุนปืนตามร่างกายหลายนัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) พิเชษฐ์ บรรณศรี อายุ 34 ปี ถูกกระสุนปืนบริเวณศีรษะและแผ่นหลัง กับ อส.ทพ.เกียรติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 35 ปี ถูกกระสุนปืนบริเวณเอวและแผ่นหลัง เจ้าหน้าที่เร่งลำเลียงส่งโรงพยาบาลศรีสาคร ก่อนจะส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส
ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในบ้าน 3 ราย โดยผลพิสูจน์อัตลักษณ์ ทราบชื่อคือ

1. นายฮาเซ็ง เปาะมา อายุ 30 ปี มีหมายจับคดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ซึ่งในวันดังกล่าวมีเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้งหมด 11 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหว้ัดชายแดนภาคใต้
2.นายอาบูอัซนันท์ เจ๊ะแม อายุ 26 ปี มีหมายจับในคดียิง นายไพศาล และนางสุมล จุ่งสกุล สองสามีภรรยาชาวไทยพุทธ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ในพื้นที่ อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62
อ่านประกอบ : ประกบยิง 2 สามีภรรยาสูงวัย ชิงมอเตอร์ไซค์สงสัยใช้ทำระเบิด
อ่านประกอบ : เปิดเวทีเคลียร์ปมจับหญิงร่วมฆ่าลุงป้าไทยพุทธ หลังเพจไม่หวังดีโจมตี จนท.
3.นายยุ๊ กาแซ อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ

จากข้อมูลความเชื่อมโยงของสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ เชื่อมโยงได้ว่า นายฮาเซ็ง เปาะมา และ นายอาบูอัซนันท์ เจ๊ะแม มีชื่อในฐานข้อมูลจากเหตุปะทะบนเขาตะเว อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 9 ก.ย.69
อ่านประกอบ : เคลียร์เขาตะเวเจอ 2 ศพ อาวุธสงครามอื้อ!
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุรุนแรงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่อไป
@@ “ศูนย์สันติวิธี” รายงาน ผบ.ทบ. “แอบแฝงบ่มเพาะ”

วันเดียวกันนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ลงพื้นที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ที่ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อติดตามการปฏิบัติงาน และมอบนโยบายการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกมิติ
โดยมี พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 ฝ่ายอำนวยการของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. และหน่วยงานในพื้นที่รายงานสถานการณ์
แม่ทัพภาคที่ 4 รายงานตอนหนึ่งว่า ยังใช้ยุทธศาสตร์ “การเมืองนำการทหาร” สู่การพัฒนาและความยุติธรรม สร้างความปลอดภัย ความไว้วางใจ เพื่อลดเงื่อนไขและทำลายปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของความรุนแรง ตลอดจนยกระดับ “ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ” (ศปก.อำเภอ) ให้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่โดยตรง ให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วม
รวมถึงเยาวชนคืออนาคต ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน ขจัดความระแวง เน้นคิดวิเคราะห์ รู้เท่าทันสถานการณ์ ไม่ถูกชักจูงหรือนำไปสู่การใช้ความรุนแรง ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อีกทั้งเชื่อมโยงเพื่อนบ้านอย่างสร้างสรรค์ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามแดน ควบคู่ ไปกับการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ด้าน ผบ.ทบ. รับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง พร้อมกำชับให้หน่วยงานรัฐเน้นบูรณาการใกล้ชิดระหว่าง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกระทรวงต่างๆ ให้สานต่อภารกิจ และมอบหมายงานให้กำลังพลนำข้อผิดพลาดมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งมิติงานความมั่นคงและการพัฒนา
จากนั้น ผบ.ทบ. เข้ารับทราบข้อขัดข้องของ “ศูนย์สันติวิธี” โดย พล.ต.สมคิด บุญโชติ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี รายงานว่า ได้เร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้แก่ประชาชน ชุมชน โดยเฉพาะเยาวชนให้รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของการชักจูง ตลอดจนการปรับทัศนคติและเปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชุมชนตนเอง เนื่องจากที่ผ่านมายังพบกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างการบิดเบือนข้อมูล โดยการสร้างกระแสข่าวลือเพื่อปลุกระดมและสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดการต่อต้านภาครัฐ ตรวจพบการบ่มเพาะความคิดในกลุ่มเยาวชน โดยใช้กิจกรรมแอบแฝงทั้งในและนอกสถานศึกษา หวังปลูกฝังแนวคิดที่บิดเบือน โดยเฉพาะประเด็นทางศาสนาและประวัติศาสตร์
@@ จี้เสริมแกร่ง “อส. - ชคต.” ลดสูญเสีย-ดูแลบ้านเกิด
ด้าน ผบ.ทบ. ได้กำชับทุกหน่วยทบทวนภารกิจที่ต้องปฏิบัติให้ลึกและรอบคอบ ท่ามกลางการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ละเอียดอ่อน ต้องหาสิ่งที่ง่ายและสําคัญที่สุด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ รวมทั้งหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ต้องทบทวนการปฏิบัติ เสริมทักษะ พิทักษ์พล พิทักษ์พื้นที่ ลดการสูญเสียกำลังพล ควบคู่เสริมความเข้มแข็งให้ กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) เพื่อดูแลบ้านเกิดได้อย่างรัดกุม
