
ถล่มเดือดริยาด! ขีปนาวุธโจมตีสนามบิน “คิง คาลิด” ดับ 12 เจ็บ 300 กระทบผู้แสวงบุญชาวไทยเกือบ 200 ชีวิต ตกค้าง กทม. “เจเศรษฐ์-ศอ.บต.” เร่งช่วยเหลือเยียวยา
สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน หลังเกิดเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิง คาลิด (King Khalid International Airport) ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนพลีชีพครั้งใหญ่ จากกลุ่มฮูตี ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 300 ราย ล่าสุดทางการซาอุดีอาระเบียมีประกาศเตรียมดำเนินมาตรการตอบโต้กลับอย่างเป็นทางการแล้ว
ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวสะเทือนถึงผู้เดินทางชาวไทย โดยเฉพาะคณะผู้แสวงบุญอุมเราะห์เกือบ 200 คนที่ไม่สามารถออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครเพื่อไปยังซาอุดีอาระเบียได้ตามกำหนด หลังสายการบินซาอุดีอาระเบียน แอร์ไลน์ (Saudi Arabian Airlines - SV) ประกาศยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราว เส้นทางกรุงเทพฯ–แวะเปลี่ยนเครื่อง (Transit) กรุงริยาด เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
แม้เบื้องต้นทางสายการบินจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการจัดหาที่พักและอาหารให้แก่ผู้โดยสารที่ตกค้างในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่กลุ่มผู้เดินทางยังคงแสดงความกังวลอย่างหนักต่อผลกระทบในระยะต่อไป โดยเฉพาะระยะเวลาการปฏิบัติศาสนกิจที่จะต้องลดลง เพราะการเลื่อนเที่ยวบินอย่างไม่มีกำหนดส่งผลให้จำนวนวันในการประกอบศาสนกิจ ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คลาดเคลื่อนและลดลงจากแผนเดิม
ภาระความรับผิดชอบและการเยียวยา เกิดคำถามสำคัญถึงแนวทางช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ บริษัทผู้จัดคณะเดินทาง และสายการบิน ว่าจะมีมาตรการชดเชยความเสียหายทั้งในเชิงมูลค่าและโอกาสอย่างไร
แม้มีรายงานว่าสายการบินอื่นยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ผู้โดยสารที่ถือตั๋วสายการบิน SV ยังคงต้องรอความชัดเจนเรื่องการเปลี่ยนตั๋วหรือกำหนดการบินใหม่ ทำให้ไม่สามารถวางแผนเดินทางต่อได้
ต่อกรณีดังกล่าว นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ความช่วยเหลือผู้ตกค้างทั้งฝั่งขาไปและขากลับอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดช่องทางรับข้อมูลเพื่อประสานงานเยียวยาฉุกเฉิน
สอดคล้องกับข้อมูลจากเพจ “ยีมะ สนิง” ที่ระบุว่าได้รับการประสานงานจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้แสวงบุญกลุ่มดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกัน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยถึงคนไทยที่พำนัก, ทำงาน และเดินทางอยู่ในซาอุดีอาระเบีย ภายหลังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ออกประกาศแจ้งเตือนเหตุโจมตีสนามบินคิงคาลิด โดยมีข้อแนะนำสำคัญ คือ ให้ติดตามข่าวสารใกล้ชิด, ให้ปฏิบัติตามคำเตือนของทางการซาอุดีอาระเบีย และสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างเคร่งครัด
พร้อมหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เว้นการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุหรือพื้นที่เสี่ยงโดยไม่จำเป็น
ส่วนผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านท่าอากาศยานในซาอุดีอาระเบีย ให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
ทั้งนี้ หากคนไทยในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ตามช่องทางติดต่อทางการได้ทันที
