
กลายเป็นเรื่องที่คนระดับ “รัฐมนตรี” ยอมรับตรงๆ ว่า “มีกลิ่นจริงๆ!” จากข่าวลือปากต่อปากที่ว่า “ทุนยิว” ใช้นอมินีกว้านซื้อที่ดินในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับทำสุสาน
เรื่องนี้ได้รับความสนใจ เพราะกรณี “สุสานยิว” ถูกตรวจสอบและถูกจับตามองในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยระบุว่า สุสานชาวยิวที่ขออนุญาตถูกต้องตามพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528 มีเพียงแห่งเดียว คือ ย่านเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ส่วนสุสานที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต จึงต้องเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตที่ฝังไว้แล้วออกไป ท่ามกลางการตรวจสอบเข้มของมหาดไทย และฝ่ายความมั่นคง
หลังจากนั้นประเด็นสุสานชาวยิวก็เงียบไป กระทั่งมีกระแสข่าวใหม่ เป็นข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ของกลุ่มทุนต่างชาติ
ล่าสุด “ทีมข่าวอิศรา” ได้รับการยืนยันแล้วว่า “มีกลิ่นความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นจริง”
@@ มท.2 ยันข่าวมีมูล “ยิว” กว้านซื้อที่ จชต.
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เปิดเผยกับทีมข่าว ถึงข้อร้องเรียนเรื่องกลุ่มทุนสัญชาติอิสราเอล ใช้นอมินีคนไทยกว้านซื้อที่ดินในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยอมรับข้อมูลเชิงลึกว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างเป็นทางการในระดับองค์กร แต่ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินลงพื้นที่เจาะลึก เพื่อพูดคุยกับชาวบ้านและผู้นำชุมชนในทางลับ ซึ่งผลจากการลงพื้นที่ประเมินได้ชัดเจนว่า “เรื่องนี้มีกลิ่นจริงๆ”
“ทุกภาคส่วนในพื้นที่จะได้ยินกระแสข่าวว่า ‘มาแล้วๆ’ ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล หากตรวจสอบแล้วเจอการกระทำผิด ผมไม่ปล่อยไว้แน่ และผมจะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้ ว่าที่ดินที่ถูกซื้อไปนั้นเป็นพื้นที่ของใคร ใช้เงินจากที่ไหนมาซื้อ เป็นบริษัทอะไร และมีเจตนารมณ์คืออะไร รวมถึงอาจต้องเชิญตัวแทนมาหารือเรื่องธุรกิจที่กำลังทำอยู่ เพราะเรากลัวว่าหากมีการกระทำที่ขัดแย้งต่อศาสนา หรือบริบทของชุมชน เดี๋ยวจะมีปัญหาตามมาอีก” นายพลพีร์ ระบุ
@@ แฉหอบเงินร้อยล้าน กว้านซื้อที่ดินทำสุสาน
จุดเริ่มต้นของนี้ รมช.มหาดไทย เล่าว่า มาจากการที่ สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งจากพรรคประชาชาติและพรรคภูมิใจไทย (เป็น สส.พรรครัฐบาลทั้งหมด) นำข้อมูลความผิดปกติมาแจ้งให้ทราบว่า พบเครือข่ายชาวอิสราเอลนำเม็ดเงินระดับ 100 ล้านบาท เข้าไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำธุรกิจ โดยเฉพาะการสร้างสุสาน
เมื่อได้รับข่าวมา กระทรวงมหาดไทยได้ขยับตัวด่วน โดยนายพลพีร์สั่งการตรงไปยังอธิบดีกรมที่ดิน และผู้ตรวจราชการกรมที่ดินที่รับผิดชอบเขตภาคใต้ ให้รื้อประวัติการเปลี่ยนมือและโอนโฉนดในพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด
@@ สงสัยใช้ “นอมินี” ไล่เช็คนายหน้า “สองพี่น้อง”
“ข้อมูลเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้ใช้ชื่อตนเอง แต่อาจใช้ชื่อคนไทย ซึ่งในการสอบสวนต้องขยายผลเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่า เป็นการเข้ามาซื้อแทนในลักษณะนอมินีหรือไม่ ยุทธศาสตร์ของเราจะไม่หว่านเช็คทั้งหมด แต่จะพุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่สามารถนำไปต่อยอดในธุรกิจที่กลุ่มทุนเหล่านั้นทำอยู่เป็นพิเศษ โดยใช้ระบบการเปลี่ยนโฉนดดิจิทัลของกรมที่ดินเป็นเครื่องมือตรวจสอบในสเต็ปที่สอง”
สำหรับพิกัดการกว้านซื้อที่ปรากฏเป็นข่าว มีทั้งใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา ส่วนกรณีข่าวลือเรื่อง “สองพี่น้อง” ใน จ.ปัตตานี รับหน้าที่เป็นนอมินีนั้น นายพลพีร์ ประกาศกร้าวว่า “แผ่นดินนี้ไม่ได้มีไว้ขาย” หากรวบรวมข้อมูลจนสามารถเชื่อมโยงเส้นทางทางการเงินและตัวบุคคลได้ จะนำสำนวนทั้งหมดไปทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อนำไปสู่กระบวนการยึดทรัพย์ บังคับขายที่ดิน และดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
@@ ชาวบ้านยืนยัน “เรื่องจริง” ยะลาโอนโฉนดแล้ว!
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากระดับนโยบายสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประชาชนใน จ.ปัตตานี ได้รับการยืนยันด้วยความมั่นใจว่า ขบวนการดังกล่าวไม่ใช่แค่ข่าวลือ
“เรื่องยิวเข้ามาปัตตานีเป็นเรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ในยะลามีการโอนโฉนดไปแล้วจริงๆ เรื่องนี้มันมีมาตั้งนานแล้ว มีนราธิวาสด้วย โดยมักจะใช้พฤติการณ์มาหลอกชาวบ้านว่า กำลังหาที่ดินเพื่อทำโครงการขนาด 200-300 ไร่” ชาวบ้านในพื้นที่ระบุ
เป็นการตอกย้ำข้อสันนิษฐานของกระทรวงมหาดไทยที่ว่า “เรื่องนี้มีกลิ่นจริงๆ” อย่างชัดเจน
นับจากนี้ต้องรอดูกระบวนการจัดการขั้นต่อไป!
