
ป่วนใต้ดาวกระจาย 51 จุด 21 อำเภอ “นราธิวาส” หนักสุด คาร์บอมบ์-ชุดดำ 30 คนบุกปล้น-จุดไฟเผา อบต. ด้าน โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 โต้ข่าว ฮ.บิน ยิงชาวบ้านเจ็บ
ความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงปฏิบัติการสร้างสถานการณ์แบบดาวกระจายพร้อมกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันเสาร์ที่ 22 ส.ค.69
ล่าสุด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้สรุปยอดรวมการเกิดเหตุความไม่สงบ ณ เวลา 24.00 น. พบการก่อเหตุรวมทั้งสิ้น 51 เหตุการณ์ ในพื้นที่ 21 อำเภอ โดย จ.นราธิวาส ได้รับผลกระทบหนักที่สุด 22 จุด มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย รองลงมาคือ จ.ยะลา 18 จุด และ จ.ปัตตานี 11 จุด
@@ พื้นที่ที่เกิดเหตุรุนแรงหนักที่สุดและอุกอาจที่สุดคือ จ.นราธิวาส รูปแบบการก่อเหตุหวังผลทำลายล้างสูงและมีการจัดตั้งกองกำลังขนาดใหญ่

อ.บาเจาะ เกิดเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องภายในรถยนต์ (คาร์บอมบ์) ที่จอดอยู่ในโรงจอดรถของ อบต.บาเจาะ แรงระเบิดทำให้รถยนต์กระบะของ อบต. และรถยนต์ที่จอดใกล้เคียงได้รับความเสียหาย อาคารสำนักงานกระจกแตกกระจาย
อ.ระแงะ ที่ อบต.บองอ กลุ่มคนร้ายประมาณ 30 คน พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าไปควบคุมตัวและมัดมือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ก่อนลงมือจุดไฟเผาอาคาร และปล้นรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน หลบหนีไป นอกจากนี้ยังมีการเผารถแบ็คโฮ ระเบิดเสาไฟฟ้า และระเบิดถนนในพื้นที่ต่อเนื่อง
อ.ศรีสาคร คนร้ายลอบวางเพลิงสถานที่ราชการ ทั้งที่ทำการ อบต.ศรีสาคร และ อบต.ช้างเผือก รวมถึงลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าและเผาโรงเลื่อยไม้
ในพื้นที่อื่นๆ มีการกระจายกำลังลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า เผายางรถยนต์ และทำลายกล้องวงจรปิดในอีกหลายอำเภอ ได้แก่ อ.เจาะไอร้อง (โจมตีเสาสัญญาณเครือข่ายดีแทค และหม้อแปลงไฟฟ้า), อ.ยี่งอ, อ.รือเสาะ, อ.สุคิริน, อ.แว้ง, อ.สุไหงปาดี, อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก
@@ จ.ปัตตานี พฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายเน้นไปที่การทำลายสถานที่ราชการและระบบเฝ้าระวังของรัฐ

อ.หนองจิก คนร้าย 5 คน พร้อมอาวุธปืนยาวและปืนสั้น ขับขี่รถจักรยานยนต์บุกเข้าไปที่ อบต.บางเขา บังคับยึดโทรศัพท์มือถือของ รปภ. ก่อนเข้าไปลอบวางเพลิงโรงจอดรถ และเผาทำลายกล้องวงจรปิดในพื้นที่
อ.สายบุรี เกิดเหตุลอบวางเพลิงภายในอาคารเทศบาลเมืองตะลุบันหลังใหม่ (อ.สายบุรี) และลอบเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์เครือข่ายเอไอเอส
อ.ทุ่งยางแดง มีการวางวัตถุต้องสงสัย เป็นถังแก๊สปิคนิค และเหตุตระเวนเผาทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจำนวน 5 จุด รวมกล้องที่ถูกทำลายกว่า 13 ตัว
@@ จ.ยะลา การก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นลักษณะการก่อกวนและทำลายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความตื่นตระหนก

อ.เมือง คนร้ายลอบเผาบริเวณหลังป้ายโฆษณา โปรยตะปูเรือใบ พ่นสีบนถนน และเผายางหน้าสุสานจีน
อ.ธารโต พบการวางกล่องต้องสงสัย วางเพลิงเสาสัญญาณโทรศัพท์ เผาที่จอดรถสถานที่ทำการ อบต.บ้านแหร และเผายางรถยนต์
อ.รามัน และ อ.บันนังสตา เน้นการลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนถนนเพื่อสร้างสถานการณ์ปั่นป่วน
จากพฤติการณ์ทั้งหมด ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ประเมินว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และมีการนัดแนะเวลาลงมือพร้อมกัน เป้าหมายหลักคือการ ทำลายความน่าเชื่อถือของอำนาจรัฐ ผ่านการโจมตีหน่วยงานท้องถิ่น (อบต.) และ ตัดการสื่อสาร/การเฝ้าระวัง ผ่านการทำลายเสาสัญญาณและกล้องวงจรปิด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กำลังอยู่ระหว่างการเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
@@ กอ.รมน.โต้ข่าวยิงจาก ฮ.

กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า ในช่วงที่เกิดเหตุป่วนหลายจุดในพื้นที่ จ.นราธิวาส มีเยาวชนได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะเดินทางกลับจากการตั้งแคมป์ในพื้นที่บ้านกูมุง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส นั้น
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ออกมายืนยันในเรื่องนี้ว่า ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแล้ว พบว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์มีเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จริง แต่เป็นภารกิจลาดตระเวนทางอากาศ ตรวจการณ์ และติดตามสถานการณ์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน โดยไม่มีการใช้อาวุธปืนยิงจากเฮลิคอปเตอร์ลงมายังพื้นที่ด้านล่างแต่อย่างใด
