
เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่ “จุดตรวจบูเก๊ะซามี” พื้นที่หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้กำลังพลเสียชีวิตถึง 5 นาย และยังถูกปล้นชิงยุทโธปกรณ์ไปเป็นจำนวนมาก
นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 6 คน ในจำนวนนี้มีเด็กๆ รวมอยู่ด้วยหลายคน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นก่อนค่ำของวันที่ 22 ก.ค.69 ที่ผ่านมานั้น
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ และเกิดคำถามว่า คนร้ายก่อเหตุร้ายแรงลักษณะนี้กับเจ้าหน้าที่ที่ถืออาวุธเหมือนกัน และกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะได้อย่างไร
“ทีมข่าวอิศรา” ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดตรวจที่เกิดเหตุ และได้สรุปแผนประทุษกรรม ตลอดจนวัตถุพยานที่เก็บรวบรวมได้ ดังนี้

- พบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่บนถนน รวมกว่า 100 ปลอก มีทั้งปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16, อาก้า และกระสุนปืนพก
- บริเวณบังเกอร์ของจุดตรวจมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนหลายจุด
- ด้านข้างจุดตรวจที่มีหอสูงสำหรับสังเกตการณ์พื้นที่โดยรอบ มีร่องรอยคนร้ายขว้างระเบิดแบบไปป์บอมบ์ใส่ 1 ลูก ซึ่งเป็นการขว้างก่อนหลบหนี คาดว่าเพื่อเปิดทางหลบหนี
- จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ มีจำนวนกว่า 10 คน

- คนร้ายชุดแรก ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา โดยมีคนร้ายที่แต่งกายชุดสีดำเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน สวมหมวกปีกอำพรางใบหน้า พร้อมอาวุธครบมือ นั่งมาในท้ายกระบะจำนวน 6 คน
- ชุดที่ 2 ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยคนขับแต่งกายใส่เสื้อสีขาว พร้อมสวมหมวกกันน็อค มีอาวุธปืนพก ขนาด 11 มม. ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชาย แต่แต่งกายอำพรางด้วยชุดฮีญาบสีดำของผู้หญิง มีอาวุธปืนอาก้า ขี่รถจักรยานยนต์ตามไล่หลังรถกระบะของคนร้ายชุดแรกมา เพื่อทำหน้าที่ระวังหลัง
- กลุ่มคนร้ายทั้งหมดเดินทางมาตามเส้นทางตลาดตันหยงมัส มีรถกระบะขับนำหน้า และมีรถจักรยานยนต์ 1 คันคุ้มกันตามหลังมา
- เมื่อถึงบริเวณหน้าจุดตรวจที่มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวน 3 นาย ทำหน้าที่อยู่ คนร้ายที่ทำหน้าที่ขับรถได้ชะลอความเร็วของรถกระบะ เพื่อให้คนร้ายที่นั่งอยู่ท้ายกระบะทั้ง 6 คนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่บริเวณจุดตรวจ และที่อยู่ในบังกอร์

- จากนั้นคนร้ายทั้ง 6 คน ได้ลงจากท้ายกระบะไปยิงซ้ำเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นายจนเสียชีวิต โดยมีคนร้าย 2 ที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา จอดรถขวางถนนตรงทางแยก ทำหน้าที่เฝ้าระวังให้กลุ่มคนร้ายจากรถกระบะ เพื่อให้ลงไปปล้นชิงเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนประจำกายของทหารที่เสียชีวิตทั้ง 5 นาย
- เมื่อปฏิบัติการเสร็จ คนร้ายทั้ง 6 คนจึงรีบวิ่งขึ้นรถกระบะ และเร่งเครื่องรถขับหลบหนีไป โดยมีคนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังกันไปด้วย มุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
- ปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายใช้เวลาตั้งแต่เริ่มจนหลบหนี เพียง 1.30 นาทีเท่านั้น
- ต่อมาคนร้ายได้ขับรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุปยังรอยต่อ อ.จะแนะ กับ อ.ศรีสาคร และทำการวางเพลิงเผารถทิ้ง เพื่ออำพรางและทำลายร่องรอยหลักฐานบนตัวรถ
@@ คาดเครือข่าย “มะเซาฟี ตีโม - อับดุลเล๊าะ มะแซ”
แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงเปิดเผยว่า การสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงภายใต้การนำของ นายมะเซาฟี ตีโม และ นายอับดุลเล๊าะ มะแซ แกนนำระดับปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ระแงะ, อ.จะแนะ, อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
กลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมก่อเหตุรุนแรงและมีประวัติเชื่อมโยงกับคดีสำคัญในอดีตหลายคดี เช่น
28 พ.ค.68 กราดยิงใส่โรงพัก สภ.จะแนะ อ.จะแนะ
3 ม.ค.65 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4513 อ.ระแงะ
28 ธ.ค.61 ยึดสถานีอนามัยเป็นฐาน ก่อนบุกถล่มฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) กาลิซา อ.ระแงะ
@@ กอ.รมน.โต้นักสืบโซเชียล อ้างรัฐจัดฉาก

อีกด้านหนึ่ง สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอภาพคนร้ายที่กล้องวงจรปิดจับได้ บางคนมีรอยสัก ทำให้มีการสร้างกระแสว่า ไม่ใช่พี่น้องมุสลิม เพราะคนมุสลิมจะไม่สักตามร่างกาย
นอกจากนั้นยังมีการนำภาพ AI มาวิเคราะห์เชื่อมโยง เพื่ออ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่
พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้ จึงไม่ควรนำมาเผยแพร่หรือขยายผลจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม
