
ฮือฮาอย่างยิ่ง สำหรับข่าว “ชายลึกลับ” อ้างตัวเป็น “ผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธฝ่ายทหาร” ของขบวนการ BRN รับผิดชอบพื้นที่นราธิวาส โทรศัพท์ติดต่อมายังผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา เพื่อแสดงเจตนา “ขอวางปืน ยุติการต่อสู้กับรัฐไทย” แต่ต้องแลกกับข้อเสนอต่อรัฐบาลไทย ให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ แล้วให้ อส.คุมพื้นที่แทน
ที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งก็คือ ชาวผู้นี้ยังบอกว่าถ้ารัฐบาลไทยตกลง จะนำกองกำลังของพวกตนกว่า 100 นาย วางอาวุธและมอบตัวทั้งหมดภายในปี พ.ศ.2570 รวมถึงนำวัตถุระเบิดแสวงเครื่องพร้อมใช้งานอีกหลายสิบลูก ไปทำลาย
ส่วนช่องทางการติดต่อ ขอใช้บริการ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ไม่เอาทหาร หรือ กอ.รมน. เพราะเชื่อมั่นผู้ว่าฯมากกว่า
อ่านประกอบ : ชายลึกลับอ้างคุมนักรบ BRN นราฯ พร้อมวางปืนแลกถอนทหาร
ข่าวนี้เมื่อถูกเผยแพร่ออกไป กลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที...
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ออกแถลงว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวตน สถานะ หรืออำนาจในการสั่งการของบุคคลดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูล และไม่สามารถนำคำกล่าวอ้างดังกล่าวมาใช้เป็นข้อยืนยันถึงจุดยืนขององค์กรหรือกลุ่มใดได้
กอ.รมน.ยังขอให้ประชาชนพิจารณาแนวทางการสร้างสันติสุขที่รัฐบาลกำลังทำ ไม่ใช่คำกล่างอ้างผ่านสื่อมวลชนบางแขนงแบบนี้ ฉะนั้นหากบุคคลใดมีความประสงค์จะยุติการใช้ความรุนแรง รัฐพร้อมดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยยึดหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย
จากคำชี้แจงของรองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แปลง่ายๆ ก็คือว่า ไม่ให้น้ำหนักกับชายลึกลับคนนี้ เพราะไปสื่อสารผ่านสื่อมวลชน ผ่านนักข่าว ถ้าอยากจะให้รัฐสนใจ ต้องไปยื่นข้อเสนอผ่านช่องทางของรัฐ ซึ่งอาจจะหมายถึง กอ.รมน.ด้วยนั่นเอง (แต่ชายลึกลับบอกช่องทางไว้แล้วว่า อยากยื่นข้อเสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด)
@@ ชายลึกลับไม่ธรรมดา ประสานสื่อมีคัตเอาต์ 3 ชั้น
สำหรับการติดต่อประสานงานเข้ามาเสนอข้อมูลของ “ชายลึกลับ” วิธีการของเขาคือ ติดต่อมาที่สำนักข่าวอิศรา ทิ้งเบอร์โทรเอาไว้ แล้วให้ทีมข่าวติดต่อกลับ
แต่เมื่อติดต่อกลับไป ก็จะมีกระบวนการคล้ายๆ ตรวจสอบทีมข่าวที่โทรไป และคัตเอาต์พวกของเขาถึง 3 ชั้น กว่าจะถึงตัวชายลึกลับคนนี้ได้
@@ “อ.สุรชาติ” แนะฝ่ายความมั่นคงต้องสนใจ-คิดต่อ
เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ยอมรับสถานะของชายลึกลับคนนี้ ทั้งๆ ที่เป็นห้วงเวลาใกล้กับการริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติสุขรอบใหม่ ทำให้มีบางฝ่ายออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย
หนึ่งในนั้นคือ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง บอกกับ “ทีมข่าวอิศรา” สั้นๆ ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องให้ความสนใจ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องนำความเคลื่อนไหวนี้ไปคิดต่อ
@@ “บิ๊กแป๊ะ” ถอดรหัส “วิธีอาเจะห์” แนะท้าทดลองคืนปืน
ด้าน พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตแกนนำคณะพูดคุยสันติภาพ ชุดแรก เมื่อปี 2556 ที่เคยพูดคุยกับ BRN บอกว่า “สาร หรือ สาระ” ที่ชายคนนี้ส่งออกมาผ่านสื่อสำนักข่าวอิศรา คือ “คำขู่” ไม่ใช่ขอเจรจาธรรมดา
พลเอกนิพัทธ์ หรือ “บิ๊กแปะ” บอกว่า เมื่อได้อ่านข้อเสนอของชายลึกลับ ทำให้ย้อนนึกถึงวิธีการที่เคยเกิดขึ้นที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเคยมีปัญหาคล้ายๆ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ อาเจะห์มีกองกำลัง และต่อสู้เพื่อแยกดินแดนจากอินโดนีเซีย
วิธีการที่อาเจะห์ใช้ในช่วงของการพูดคุยสันติภาพ ยุติความขัดแย้ง คือการยื่นเงื่อนไขถอนทหารแลกกับการส่งคืนปืน 840 กระบอก โดยการส่งปืนคืน จะไม่บอกจำนวน และสถานที่ แต่จะนำปืนไปวางไว้ก่อน เช่น ชายป่าด้านนี้ หรือโรงเรียนแห่งนั้น ฯลฯ แล้วส่งข้อความบอกฝ่ายรัฐของอินโดนีเซีย เพื่อให้ส่งคนไปตรวจสอบ
เมื่อส่งปืนครบตามที่ตกลงแต่ละขั้นตอน อาทิ เดือนละ 4 ครั้ง ครั้งละ 100 กระบอก ฝ่ายรัฐบาลอินโดนีเซียก็ต้องถอนทหาร 10,000 นาย แบบนี้เป็นต้น
กระบวนการสันติภาพที่ว่านี้ ฝ่ายไทยได้รับเชิญให้ไปเป็นสักขีพยาน และตรวจนับปืนด้วย ซึ่งก็คือ พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ท่านนี้นี่เอง
ฉะนั้นเมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบ้านเรา พลเอกนิพัทธ์ จึงบอกว่า น่าจะใช้วิธีการเดียวกับอาเจะห์ ฉะนั้นฝ่ายรัฐไม่ควรมองข้าม น่าจะลองรับข้อเสนอ และนัดหมายให้แสดงตัว ด้วยการส่งปืนคืนให้ดูก่อนว่ามีอยู่จริง โดยไม่ต้องแจ้งสถานที่ล่วงหน้า ไม่ต้องกำหนดจำนวนปืน นัดที่ไหนก็ได้ กี่โมงก็ได้ ถ้าเป็นตัวจริง ทำได้จริง ค่อยเดินหน้าต่อ
@@ ไทม์ไลน์ “พูดคุยดับไฟใต้” นับ 1 ใหม่หลังนายกฯเยือนมาเลย์
สาเหตุที่เกิดความเคลื่อนไหวแปลกๆ นี้ และรัฐบาลไทยกับฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ควรรีบปฏิเสธ เพราะช่วงนี้ใกล้กับห้วงเวลาการเปิดโต๊ะพูดคุยสันติสุขรอบใหม่พอดี
ไทม์ไลน์มีการขยับนิดหน่อย กล่าวคือ ไทม์ไลน์เดิม เดือน มิ.ย.เป็นการนัดหารือของ “คณะทำงานฝ่ายเทคนิค” เพื่อกำหนดกติกาต่างๆ ก่อนนัดพบปะและพูดคุยของคณะใหญ่ ปลายเดือน ก.ค. คือเดือนนี้
แต่ไทม์ไลน์นี้มีการปรับเปลี่ยนไปแล้ว เพราะนายกฯอนุทิน จะไปเยือนมาเลเซียก่อน วันที่ 9-10 ก.ค. โดยจะมี นายธนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่ ร่วมเดินทางไปด้วย คาดว่าเพื่อไปหารือเรื่องพูดคุยฯรอบใหม่
จากนั้นปลายเดือน ก.ค. คณะทำงานเทคนิค จึงเริ่มประชุมหารือ คาดว่าจะประชุมอย่างน้อย 2 ครั้ง และเดือน ก.ย.คณะพูดคุยคณะใหญ่จึงจะนัดประชุมกัน คาดว่าจะได้ข้อสรุป และแถลงผลร่วมกัน
