
เหตุการณ์จับกุมและยึด “ไอซ์” ล็อตใหญ่ที่สุดในภาคใต้ คือ 900 กิโลกรัม หรือเกือบ 1 ตัน ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จนทำให้ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ถูกขนานนามจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าเป็น “เมืองหลวงของยาไอซ์” นั้น
ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี มีการจับกุมเครือข่ายผู้ค้า และยึดไอซ์ได้อีก 300 กิโลกรัม แม้จะเป็นการจับและยึดที่กรุงเทพฯ แต่กลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมปฏิบัติการขนย้าย เป็นชาว จ.นราธิวาส และมาจาก อ.สุไหงโก-ลก กับอำเภอใกล้เคียง
เหตุการณ์จับไอซ์ล็อตใหญ่ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันพุธที่ 13 พ.ค.69 โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงผลปฏิบัติการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.สปพ.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก (ขกท.ทบ.) ในการทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จากพื้นที่ชายแดนใต้

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค.69 โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นรถตู้เป้าหมาย ที่สถานีบริการน้ำมัน แห่งหนึ่งในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ หลังสืบทราบพฤติการณ์ของกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ที่ใช้วิธีการอำพรางด้วยการใช้รถตู้และสลับป้ายทะเบียนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติด
ผลการตรวจค้นพบยาเสพติด เป็น “ไอซ์” น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้ จับกุมผู้กระทำความผิดรวม 6 ราย ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นราธิวาส ได้แก่ อ.เจาะไอร้อง, อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก
ภายหลังการจับกุม สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สั่งการให้มีการขยายผลปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวในพื้นที่ จ.นราธิวาส จำนวน 5 จุด ครอบคลุม อ.เจาะไอร้อง, อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อดำเนินการมาตรการทางทรัพย์สิน ทั้งยึดอายัดและตรวจสอบเส้นทางเงิน
โดยมีรายการทรัพย์สินที่ถูกตรวจยึดเบื้องต้น ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, กิจการร้านซักผ้าหยอดเหรียญ, ยานพาหนะหลายรายการ, เครื่องประดับและสินค้าแบรนด์เนม รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 46 ล้านบาท

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า ยาเสพติดล็อตนี้ถูกลำเลียงมาจากพื้นที่อื่นเพื่อมาพักคอย และเตรียมส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยมีจุดหมายปลายทางสุดท้ายอยู่ที่ประเทศที่สาม ซึ่งถือเป็นการสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ
“การจับกุมครั้งนี้เป็นการสกัดกั้นก่อนที่ยาเสพติดจะถูกส่งออกนอกประเทศตามนโยบายรัฐบาล โดย ป.ป.ส. จะร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายทุนผู้สั่งการและผู้บงการเบื้องหลังอย่างถึงที่สุด พร้อมใช้มาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้าอย่างเป็นระบบ” เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุ
ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ เผยกับ “ทีมข่าว” ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลสำคัญที่ยืนยันได้ว่า เครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายเดิมในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งมีรายงานความเคลื่อนไหวมาตลอด โดยเฉพาะการจับกุมเยาวชนผู้เสพและเป็น “สายเดินยา” ของผู้มีอิทธิพล เมื่อสอบปากคำก็พบว่า เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายารายนี้ทั้งสิ้น

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อีกราย ให้ข้อมูลว่า การนำเงินจากการค้ายาเสพติดไปเปิดธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ เช่น กิจการซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นกิจกรรมที่นักค้ายานิยมทำ และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับนักธุรกิจสีเทาคนดัง ซึ่งมีอิทธิพลในพื้นที่
@@ ย้อนรอยจับยา “เมืองหลวงไอซ์” ตากใบ - โก-ลก
อนึ่ง พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และอำเภอใกล้เคียง โดยเฉพาะ อ.ตากใบ กลายเป็นแหล่งพักและทางผ่านยาเสพติด โดยเฉพาะ “ไอซ์” ล็อตใหญ่ เพื่อส่งต่อไปต่างประเทศ

เฉพาะปี 2568 มีการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดและยึดไอซ์ล็อตมหึมาถึง 2 ครั้ง โดยครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งตามสถิติน่าจะยึดของกลางมากที่สุดในภาคใต้ คือ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.68 ที่ อ.ตากใบ ไอซ์จำนวน 900 กิโลกรัม หรือเกือบ 1 ตัน
โดยการจับกุมไอซ์ล็อตดังกล่าว ขยายผลมาจากการตรวจยึดไอซ์อีกกว่า 600 กิโลกรัม ที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อเดือน มิ.ย. หรือเพียง 2 เดือนก่อนหน้า ซึ่งพบว่าของกลางทั้งหมดมาจากเครือข่ายผู้ค้ารายเดียวกัน
การจับกุมไอซ์ล็อตใหญ่เมื่อปีที่แล้ว มีการสั่งย้ายตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ และตั้งกรรมการสอบสวน แต่ภายหลังมีข่าวนายตำรวจที่ถูกสอบ ได้กลับเข้าพื้นที่ และเรื่องก็เงียบหายไป
อ่านประกอบ : “บิ๊กต่าย” สั่งเด้ง “ผกก.ตากใบ” สงสัยโยงเครือข่ายค้ายาภาคใต้
อ่านประกอบ : เปิดไทม์ไลน์ร้อน “จับยา-คาร์บอมบ์” รับข่าวย้ายฟ้าผ่า “ผกก.ตากใบ”
อ่านประกอบ : เอาจริงทลายเครือข่ายยาเสพติดใต้ ยึดไอซ์กว่าครึ่งตัน!
