
ฉก.นราฯ ประกาศพื้นที่ปลอดภัย “เขาตะเว - สุคิริน” หลังอ้างส่ง EOD เอกซเรย์พื้นที่เรียบร้อย แต่หน่วยงานข้างเคียงส่ายหน้า ไม่รู้เรื่องมีทีมเข้าจุดเกิดเหตุระเบิดจริงหรือไม่ ส่วนการแถลงรายละเอียดยังเลื่อนไปจากที่เคยประกาศไว้เดิม
ความคืบหน้าภารกิจเก็บกู้ระเบิดในพื้นที่สวนยางพาราและใกล้เคียง ท้องที่บ้านเกียร์ ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส หลังจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ยอมรับว่ามีการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินกดดันไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในเวลากลางคืนจริง ตามที่มีชาวบ้านออกมาร้องเรียนและเปิดเผยคลิปวีดีโอที่จับภาพไว้ได้ แต่ทาง ฉก.ยืนยันว่าไม่ได้มีการทิ้งหรือยิงระเบิดลงมาตามที่มีข่าวลือ แต่เสียงระเบิดที่ดังขึ้น เป็น “กับระเบิด” ของกลุ่มบีอาร์เอ็น จึงประสานให้ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบ เก็บกู้ และเก็บหลักฐานในวันอังคารที่ 31 มี.ค.69
อย่างไรก็ดี ในวันดังกล่าวไม่มีการรายงานผลการปฏิบัติงานหรือภาพถ่ายการปฏิบัติงานของ EOD ตามที่ ฉก.นราธิวาส ประชาสัมพันธ์เอาไว้แต่อย่างใด
แต่ในวันต่อมา คือ วันพุธที่ 1 เม.ย.69 ฉก.นราธิวาส ได้โพสต์ประกาศ “พื้นที่ปลอดภัย” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของหน่วย แจ้งว่าได้เปิดทางชาวบ้านเข้าพื้นที่ได้ทันทีนั้น
อ่านประกอบ : ชายแดนใต้ผวา “ฮ.ปริศนา” บินต่ำ - ยิงกระหน่ำเป้าหมายใกล้สวนยาง! (มีคลิป)
อ่านประกอบ : ฉก.นราฯ โต้ “เฟคนิวส์“ ขับ ฮ.ทิ้งระเบิดถล่มกลุ่มป่วนใต้
“ทีมข่าวอิศรา” รายงานไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ของวันพุธที่ 1 เม.ย. ฉก.นราธิวาส ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า พื้นที่ อ.สุคิริน โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุ “ปลอดภัยแล้ว” หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น พร้อมประกาศให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าพื้นที่ได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันนี้เป็นต้นไป พร้อมทิ้งท้ายว่าให้รอติดตามการแถลงผลการตรวจหลักฐานจาก ฉก.นราธิวาส เร็วๆ นี้

ทีมข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นัยของคำประกาศนี้หมายถึง ชุดทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ได้เข้าตรวจสอบและปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ “กับระเบิด” จนมั่นใจว่าไม่มีอันตรายหลงเหลืออยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อความประกาศ “พื้นที่ปลอดภัย” ในวันนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสถกเถียงและตั้งคำถามว่า เจ้าหน้าที่หน่วย EOD ได้ลงพื้นที่จริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันอังคารที่ 31 มี.ค. ฉก.นราธิวาส เคยให้ข้อมูลว่าได้ส่งชุด EOD พร้อมกำลังผสมเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด แต่ไม่มีการรายงานผล หรือเผยแพร่ภาพถ่ายการปฏิบัติ มีเพียงการระบุข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “อยู่ระหว่างเร่งเรียบเรียงข้อมูล คาดว่าจะสรุปข้อเท็จจริงรายงานต่อสาธารณะได้ไม่เกินค่ำวันนี้ (31 มี.ค.)”
แต่ปรากฏว่าตลอดทั้งคืนของวันที่ 31 มี.ค. กลับไม่มีการแถลงข่าวหรือเปิดเผยข้อมูลตามที่นัดหมาย จนกระทั่งมีการเลื่อนมาแจ้งว่าจะแถลงภายในวันที่ 1 เม.ย.แทน
@@ หน่วยข้างเคียงไม่ยืนยัน EOD เข้าพื้นที่
ทีมข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงข้างเคียงในพื้นที่ กลับพบข้อมูลที่ย้อนแย้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุคิริน ยืนยันในช่วงเย็นของวันอังคารที่ 31 มี.ค.ว่า “ยังไม่ได้รับการประสานงาน และยังไม่มีข้อมูลรายงานหรือแจ้งเข้ามาเกี่ยวกับการเข้าตรวจสอบของหน่วย EOD ในพื้นที่รับผิดชอบ”
ทางด้าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) มีนายทหารระดับสูงเปิดเผยช่วงเย็นวันเดียวกันว่า ส่วนกลางยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าหรือรายละเอียดเชิงลึกจาก ฉก.นราธิวาส โดยระบุว่า “เราไม่ทราบความคืบหน้าเลย เพราะอยู่คนละสายบังคับบัญชา” และไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการส่ง EOD เข้าพื้นที่จริงตามที่มีการโพสต์ในโซเชียลหรือไม่
@@ เลขาฯศอ.บต.โต้ข่าว “บิ๊กติดต่อไม่ได้” ลั่น “ผมรับสายตลอด”
ขณะที่ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ตนได้รับการติดต่อจากสื่อมวลชนและได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้วว่ากำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย ฉก.นราธิวาส ยอมรับว่ามีการขึ้นบินจริง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ขณะลาดตระเวนกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ดรุณ ดารอเฮง เสียชีวิตในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี
เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวต่อว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา สื่อมวลชนในพื้นที่ทั้งสำนักข่าวอิศราและเนชั่น ได้พยายามติดต่อผู้บริหารในพื้นที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะติดขัดบ้าง เนื่องจากตรงกับวันหยุด แต่ตนยืนยันว่าเป็นผู้รับโทรศัพท์และชี้แจงข้อมูลในเบื้องต้นไปแล้วว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
"ผมเองรับโทรศัพท์ ผมเป็นหนึ่งในภาพนั่นแหละที่รับโทรศัพท์ แล้วผมได้ชี้แจงว่าเราจะตรวจสอบข้อเท็จจริงแน่นอน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว ระหว่างนั้นทาง ฉก.นราธิวาส ก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันยอมรับว่ามีการขึ้นบินจริง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ขณะลาดตระเวน" เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุ
อ่านประกอบ : เงียบกริบ! ไร้คำชี้แจงเหตุยิงจาก ฮ.ถล่มใกล้สวนยางนราธิวาส
นายปิยะศิริ ยังกล่าวต่อถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงอยากให้ทุกฝ่ายรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งจากฝั่งโซเชียลมีเดียและข้อมูลจากทางภาครัฐ เพราะปัจจุบันมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์โจมตีกันอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้รับสารเกิดความสับสน
"ความจริงมันขึ้นอยู่กับพื้นที่และเวลา ท่านต้องให้เครดิตทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายโซเชียลและฝ่ายภาครัฐ ผมมองว่าทุกวันนี้ใช้โซเชียลถล่มกันจนเละ จนคนฟังไปทางไหนก็ไปทางนั้นเลย อันนี้ผมตำหนิเลยนะ"
ในช่วงท้าย นายปิยะศิริ ยืนยันถึงความโปร่งใสในการทำงานว่า ตนพร้อมเปิดเผยข้อมูลและไม่เคยหลีกเลี่ยงการตอบคำถามสื่อมวลชน
"ผมยืนยันว่าผมเปิดมือถือตลอด และผมไม่เคยหลบด้วย ท่านถามมาผมก็ตอบ ผมก็ทราบพร้อมท่านนี่แหละ เสร็จแล้วผมก็สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นประการใดก็ว่าไปตามนั้น เท่านั้นเอง” เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อ ฉก.นราธิวาส ยังไม่มีการแถลงแจกแจงผลการตรวจพื้นที่และเก็บกู้ “กับระเบิด” ที่อ้างว่าเป็นของกลุ่มโจรบีอาร์เอ็น รวมถึงไม่มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อตอบคำถามสื่อมวลชน ทำให้ข้อสังเกตและข้อสงสัยอย่างน้อย 7 ประการ เกี่ยวกับปฏิบัติการที่มีการร่ำลือกันว่าเป็นการ “ขึ้น ฮ.ยิง - ทิ้งระเบิดยามวิกาล” ยังไม่ถูกไขข้อข้องใจ
อ่านประกอบ : 7 ข้อสังเกต ย้อนเกล็ด ฉก.นราธิวาส
