
กลุ่มชายฉกรรจ์ อาวุธสงครามครบมือ บุกปล้นรถกระบะชาวบ้านที่กำลังตกปลาในพื้นที่ยะหริ่ง ปัตตานี ฝ่ายความมั่นคงสั่งทุกหน่วยเร่งสกัด หวั่นถูกนำไปทำคาร์บอมบ์ สุดท้ายพบจอดทิ้งริมถนนชลประทาน ด้านหลัง อบต.ถนน ในพื้นที่มายอ ข้ามไปอีกอำเภอ สงสัยก่อเหตุลองเชิง ทดสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ก่อนจัดหนักหรือไม่
เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 29 มค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายปล้นชิงทรัพย์ เป็นรถยนต์กระบะของประชาชน เหตุเกิดในพื้นที่บ้านยือริง หมู่ 3 ต.บาโรย อ.ยะหริ่ง จึงรีบกำลังรุดไปตรวจสอบ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีเทาดำ ป้ายทะเบียนปัตตานี เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อพักผ่อนและตกปลาตามปกติ

ระหว่างที่ทำกิจกรรมตกปลายามค่ำคืน ได้มีกลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์จำนวนมากกว่า 5 คน แต่งกายรัดกุม ปรากฏตัวพร้อมอาวุธปืนสงคราม เข้าควบคุมตัวผู้เสียหาย และปล้นชิงรถกระบะไป โดยขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปตามเส้นทางในหมู่บ้านรอยต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สั่งการให้ทุกจุดตรวจ จุดสกัด และด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่ จ.ปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียง คือนราธิวาส กับยะลา ตรวจสอบรถยนต์ที่มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งอย่างละเอียด เนื่องจากพฤติกรรมของคนร้ายมีความอุกอาจและมีการใช้อาวุธสงคราม เกรงว่ารถที่ถูกปล้นอาจถูกนำไปสลับป้ายทะเบียน เพื่อใช้ในการก่อเหตุรุนแรง หรือทำเป็น “คาร์บอมบ์” จุดระเบิดในเขตเมือง

ต่อมาในช่วงสายๆ ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากภาคประชาชนในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ว่า พบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ซึ่งถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามปล้นชิงไปจากพื้นที่ อ.ยะหริ่ง ถูกจอดทิ้งอยู่บริเวณถนนชลประทาน ด้านหลัง องค์การบริหารส่วนตำบลถนน (อบต.ถนน) อ.มายอ จ.ปัตตานี
จากนั้นจึงได้มีการประสานแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่อีโอดี หรือ ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เข้าไปดำเนินการรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าภายในรถไม่มีการซุกซ่อนหรือประกอบระเบิดเป็นคาร์บอมบ์เอาไว้ จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลหาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุต่อไป
มีรายงานว่า แม้เหตุปล้นชิงรถกระบะจะไม่ถูกนำไปทำคาร์บอมบ์ แต่ก็น่าสังเกตไม่น้อยว่าเป็นเพราะการตั้งด่านอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ จนกลุ่มคนร้ายต้องทิ้งรถ หรือเป็นการก่อเหตุเพื่อลองเชิง และประเมินการปฏิบัติงานติดตามไล่ล่ารถโจรกรรมของเจ้าหน้าที่ เพื่อวางแผนก่อเหตุครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้กันแน่
