ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ประพันธ์ ปันทะวงศ์' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ยม พะเยา - พวก บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยมโดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ สั่งให้ย้อนสำนวนพิจารณาคดีใหม่จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายประพันธ์ ปันทะวงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแม่ยม อำเภอปง จังหวัดพะเยา กับพวก คือ น.ส.สุภาพ คำนวล , นายนิวัฒ ราชปังกี บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายมาตรา 151 , 157 ประกอบมาตรา 86 พ.ร.ป.ป.ป.ช.ปี 42 (แก้ไขเพิ่มเติมปี 54) มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช.ปี 61 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนเกินระยะเวลาตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญูว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48, 50 กำหนดไว้ พิพากษายกฟ้อง
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นพ้องด้วยในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฏีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท