
จากวิกฤตสารหนูและโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกกเกินมาตรฐาน สู่แนวทางแก้ปัญหาระยะยาวด้วย "นวัตกรรมเครื่องกรองน้ำกำจัดสารหนู" จากความร่วมมือของ สวทช., สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และ อบจ.เชียงราย ที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูง ดักจับสารหนูและเปลี่ยนน้ำสีชาเย็นให้ใสสะอาด ปลอดภัย ได้น้ำประปาคุณภาพสูงถึง 5,000 ลิตร/ชั่วโมง ตอบโจทย์การใช้อุปโภคบริโภคของชุมชนนำร่องกว่า 900 ครัวเรือน
ช่วงต้นปี 2568 มีการรายงานข่าวพบสารพิษในแม่น้ำกก ช่วงบริเวณพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ยาวลงมาถึง จ.เชียงราย ระยะทาง 157 กิโลเมตร โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ตรวจสอบคุณภาพตะกอนดินครั้งที่ 12 (เก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 7-10 กรกฎาคม 2569) จุดที่ KK09 บริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู สูงถึง 45 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) ซึ่งเข้าขั้นอันตรายรุนแรง (ตามมาตรฐานกำหนดไว้ไม่เกิน 33 มก./กก.) รวมทั้งพบนิกเกิล ตะกั่ว และโครเมียมเกินเกณฑ์ และ จุด KK11 สะพานริมกก -เวียงเหนือรวมใจ พบสารหนู 16 มก./กก. รวมถึงโลหะหนักอย่างปรอทและตะกั่ว มีค่าปนเปื้อนสูงเกินมาตรฐานน้ำดื่มและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคกว่า 1–2 เท่าตัว สร้างความตระหนกให้กับชาวบ้าน ต.ริมกก.อ.เมือง จ.เชียงรายกว่า 900 ครัวเรือน ไม่กล้านำน้ำจากแม่น้ำไปใช้ จนเดือดร้อนจากการขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคและบริโภค นอกจากนี้ยังกระทบการท่องเที่ยว ที่ต้องใช้แม่น้ำกกทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ก็ต้องงดเว้นเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย หากนำน้ำมาเล่นสงกรานต์

นายธวัชชัย มนตรีกุล ผู้ใหญ่บ้านริมกก ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย เล่าถึงปัญหาที่พบว่า ชุมชนริมกกประสบปัญหาน้ำประปาไม่สะอาด เมื่อก่อนประปาหมู่บ้านนำน้ำผิวดินจากบ่อริมแม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำดิบ พอมีข่าวสารหนูในแม่น้ำกก ชาวบ้านก็กลัวก็หันมาใช้น้ำจากบ่อบาดาล แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2568 น้ำบาดาลก็ปนเปื้อนอีก ทำให้ไม่กล้าใช้ อีกทั้ง คุณภาพน้ำบาดาลที่ดูดขึ้นมาก็มีสีชาเย็น เพราะน้ำมีสนิมเหล็กปนสูงมาก การแก้ปัญหาก็มีรถน้ำเทศบาลมาแจกน้ำจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โชคดีที่ต่อมา ทาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)เข้ามาช่วยวัดค่าน้ำ และนำระบบกรองน้ำมาเสนอ หลังจากติดตตั้งกับระบบประปาหมู่บ้าน น้ำก็ใสสะอาด มั่นใจพอที่จะใช้ประปาหมู่บ้านได้ ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องไปซื้อน้ำจากนอกหมู่บ้านมาใช้อีก
ด้าน นายอำนาจ อัดทะวงศ์ กำนันตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวว่า ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านเมืองงิม เจอปัญหาในระบบน้ำประปาที่ไม่สะอาด ชาวบ้านขาดความมั่นใจที่จะใช้ เพราะน้ำขุ่นแดงมาก สารปนเปื้อนพวกโลหะหนักก็สูง เพราะใช้น้ำดิบจากแม่น้ำกก แจกจ่ายไปยังบ้านเรือนกว่า 900 ครัวเรือน การแก้ปัญหาของชาวบ้านที่ผ่านมาคือ การเจาะบ่อบาลดาลใช้ แต่สุดท้ายน้ำที่ได้มาก็ไม่มีคุณภาพ เมื่อ สวทช.ลงมาตรวจคุณภาพน้ำ พบว่าทั้งน้ำจากแม่น้ำกก และน้ำบาดาล ต่างมีสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน แล้วที่น่าตกใจ คือ บ่อบาดาลค่าสารปนเปื้อนสูงกว่าแม่น้ำกก แต่เมื่อน้ำผ่านระบบกรองของประปาหมู่บ้าน ผลการตรวจคุณภาพน้ำ พบว่า สารปนเปื้อนแทบจะหายหมด สารหนูไม่เกินค่ามาตรฐาน
กำนันตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ทำให้เรามีแม่แบบการจัดการสารหนูในประปาชุมชน ที่ชาวบ้านเมืองงิมมีส่วนร่วมดูแล และจัดการระบบกรองน้ำประปา ตั้งแต่การเก็บตัวอย่างน้ำ การวัดค่าความขุ่น การคำนวณสัดส่วนสารเคมีเพื่อทำให้น้ำตกตะกอน ส่วนการบำรุงรักษาทางหมู่บ้านมีเงินกองทุนหมู่บ้านที่เก็บจากลูกบ้าน ค่าน้ำประปาที่คิดหน่วยละ 8 บาท ทำให้มีเงินพอค่าใช้จ่ายหมด ทั้งสารเคมี ค่าไฟฟ้า และไส้กรองถ่าน

เช่นเดียวกับ นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย กล่าวว่า อบจ.เชียงราย ร่วมมือกับศูนย์นาโนเทค ของ สวทช. อัปเกรดระบบประปาหมู่บ้านนำร่องในชุมชนที่ บ้านริมกก ต.แม่ยาว และ บ้านเมืองงิม ต.ริมกก ทั้ง 2 พื้นที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ครอบคลุมประชากรกว่า 700-900 ครัวเรือน เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการนำอุปกรณ์และเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้ง แต่เป็นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยให้ท้องถิ่นเข้าใจคุณภาพน้ำในพื้นที่ และบริหารจัดการระบบประปาได้เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ ยังพัฒนาบุคคลากรท้องถิ่น เพื่อเป็นผู้ดูแลระบบประปาและคณะกรรมการประปาหมู่บ้าน ทำหน้าที่เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ดูแลระบบผลิตประปา และรับมือกับความเสี่ยงจากโลหะหนักได้อย่างเป็นระบบ ตามเป้าหมายทำให้ประชาชนมีน้ำที่ปลอดภัย และพึ่งพาได้ในระยะยาว

“ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับชาวเชียงราย ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย มีแผนพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการประปาหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชุมชนดูแลระบบน้ำของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนขยายองค์ความรู้และแนวทางที่ได้จากพื้นที่นำร่องไปยังพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ของจังหวัดเชียงรายต่อไป” ปลัด อบจ.เชียงราย กล่าว
ขณะที่ ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการแผนงาน Pre-battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช.แม่งานเครื่องกรองน้ำ กล่าวว่า ชาวบ้านชุมชนริมกกไม่กล้าใช้น้ำประปาเพราะกลัวสารหนู เมื่อนำตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบพบว่า น้ำประปาหมู่บ้านริมกกใช้แหล่งน้ำบาดาลแทนน้ำผิวดิน แต่น้ำบาดาลขุ่นมีสนิมเหล็กปนสูงมากจนน้ำออกเป็นสีแดงอิฐใช้ประโยชน์ไม่ได้ จึงถ่ายทอดความรู้และอัปเกรดระบบประปาเดิม ติดระบบกรองน้ำใหม่ สอนการวัดค่าความขุ่นเพื่อหาปริมาณสัดส่วนสารส้มเพื่อใช้ดักจับตะกอนทำให้น้ำใสขึ้น แล้วจึงนำไปผ่านไส้กรองของประปาชุมชนก่อนแจกจ่ายไปตามบ้าน
“สำหรับระบบกรองน้ำกำจัดสารหนู หัวใจ คือ ไส้กรองที่ดักสารหนู ที่ใช้ถ่านชีวภาพทำจากเปลือก หรือ กะลาแมคคาเดเมียที่มีมากใน จ.เชียงราย นำมาเผาเป็นถ่านชีวภาพดัดแปรปรับสภาพผิว การเลือกใช้วัสดุในท้องถิ่น ช่วยทำให้ชาวบ้านไม่ต้องจ่ายเงินซื้อไส้กรองที่เป็นวัสดุแพงๆ แล้วยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชน เพราะเพิ่มมูลค่าให้กับถ่านชีวภาพที่เป็นเศษวัสดุทางการเกษตร” ดร.ณัฏฐพร กล่าว

ผู้อำนวยการแผนงาน Pre-battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช. กล่าวอีกว่า ต้นทุนที่ใช้อัปเกรดติดตั้งถังกรองใหม่ อีก 2 ถัง อยู่ที่ราวๆ 5 แสนบาท สำหรับระบบประปาหมู่บ้านชุมชนริมกก ที่มีอยู่ราว 200 ครัวเรือน ด้วยอัตราการผลิตน้ำประปาที่ 5,000 ลิตรต่อชั่วโมง ซึ่งอัตราค่าน้ำของหมู่บ้านนี้อยู่ที่หน่วยละ 5 บาท ทางทีมประเมินว่าการอัปเกรดระบบประปาต้องใช้งบไม่เกิน 25% ของการก่อสร้างระบบประปา หรือ ราวๆ 50,000 -80,000 บาท พร้อมทั้งการอบรมถ่ายทอดความรู้ไปยังตัวแทนชุมชน ในการตรวจความขุ่นของน้ำ และการดูแลระบบเครื่องกรอง ขณะเดียวกัน ระบบประปาบ้านเมืองงิม จะเป็นโครงการที่ขนาดใหญ่ขึ้นครอบคลุมกว่า 500 ครัวเรือนใช้งบประมาณอัปเกรด 1 ล้านบาท เป็นระบบประปาไฮบริดที่ใช้แหล่งน้ำดิบทั้งน้ำผิวดิน และน้ำบาดาล
ขณะที่ รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) กล่าวถึงการตรวจจำแนกสารหนูที่พบในตัวอย่างว่า จากตัวอย่างดินตะกอนในแม่น้ำกก เมื่อวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนบ่งชี้ชนิดของสารหนู แหล่งที่มา และความเป็นพิษ โดยพบว่าเป็นสารหนูชนิดอาร์เซเนตที่มีความเสถียรสูง การละลายน้ำไม่ดีจึงปะปนมากับตะกอนดิน จึงนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมระบบกรองสำหรับการบำบัดสารหนูและโลหะหนัก โดยติดตั้งใช้งานจริงกับระบบประปาชุมชนบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ หมู่ 6 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทำให้สามารถลดการปนเปื้อนของสารหนู พร้อมทั้งติดตั้งระบบกรองน้ำ RO สำหรับผลิตน้ำดื่ม เพื่อช่วยให้ประชาชนกว่า 250 ครัวเรือน มีน้ำที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น และยังติดตั้งระบบกรองน้ำนี้ให้แก่โรงเรียนบ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา และบุคลากรของโรงเรียนจำนวนกว่า 700 คน
ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า แม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู ของบ้านริมกก ต.แม่ยาว และบ้านเมืองงิม ต.ริมกก จังหวัดเชียงราย ช่วยเหลือชาวบ้านได้กว่า 700 ครัวเรือน ทำให้น้ำประปาหมู่บ้านได้มาตรฐานน้ำประปาของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นอีกผลสำเร็จของการวิจัยของ สวทช. โดยศูนย์นาโนเทค พยายามแก้โจทย์คุณภาพน้ำดิบในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ทั้งปัญหาความขุ่น สารหนู และโลหะหนัก ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
ส่วน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า เชียงรายเป็นพื้นที่หนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหาน้ำ นอกจากเรื่องน้ำท่วม คือ การจัดการคุณภาพน้ำ เมื่อแม่น้ำกกอยู่ในประเทศไทยปัญหาที่เกิดขึ้นคนไทยย่อมเข้าใจมากที่สุด ต่างประเทศไม่รู้ถึงปัญหาที่คนไทยเผชิญ นั่นคือ เรื่องสารปนเปื้อน โลหะหนัก และสารหนู เพราะเมื่อเราตรวจแล้วพบจริงและค่าก็สูงกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบตามหลักสากล ในแง่ความร่วมมือแก้ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงรัฐบาลก็มีการเจรจาเต็มที่ เพราะได้ข้อมูลมที่ยืนยันได้ถึงที่มาของสารหนูจากทางสถาบันวิจัยแสงซิงโคตรอน ที่จำแนกโครงสร้างทางเคมีของสารหนูที่ยืนยันได้ว่าไม่ได้พบในไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวด้วยว่า ต้นแบบเครื่องกรองน้ำกำจัดสารหนูที่ได้นำร่องใช้ใน 3 ชุมชนนี้ ทางกระทรวง อว.อยากส่งต่อองค์ความรู้ให้กับเอกชนนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ เพราะเชื่อว่า ถ้าแก้ปัญหาน้ำไม่สะอาดในไทยได้ ทั่วโลกก็ต้องการเทคโนโลยีเครื่องกรองน้ำนี้เช่นกัน ซึ่งประชาชนจะได้ประโยชน์จากการผลิตจำนวนมาก ทำให้ราคาของอุปกรณ์ก็จะถูกลง ขณะเดียวกันก็มุ่งใช้เศษวัสดุการเกษตรอย่างเปลือกกะลาแมคคาเดเมีย ที่มีมากใน จ.เชียงราย มาประโยชน์ ทำเป็นที่กรองดักสารหนู ทั้งนี้ต้องหาโอกาสขยายโครงการผ่านงบประจำของท้องถิ่น เพราะกำลังกระทรวง อว.ไม่เพียงพอ ทำได้เพียงนำร่องให้ ต้องมีหน่วยงานภาครัฐที่มีงบประจำขยายไปยังชุมชนอื่นเรื่องนี้หลายฝ่ายต้องช่วยกันเพราะอยากช่วยคนเชียงรายให้มากที่สุด
ทั้งหมดนี้ เป็นการที่จับมือกับคนท้องถิ่น นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และงานวิจัย แก้ปัญหาสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ในเมื่อแม่น้ำไหลผ่านมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเรายังหยุดการปนเปื้อนไม่ได้ การมอบโอกาสเข้าถึงน้ำสะอาด ปลอดภัยให้กับชาวบ้าน คือ สิ่งที่สำคัญ โดยต่อยอดจากของเดิมที่มีอยู่แล้วเสริมส่วนที่ขาด ขณะเดียวกันก็ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีในท้องถิ่นมาใช้งาน ให้เกิดประโยชน์ โดยที่คนในท้องถิ่นรับช่วงต่อดูแลเองได้ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำแบบแผนงานไปขยายต่อยังชุมชนอื่นๆ ภายใต้งบที่ไม่สูงเกินไป



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา