
“…ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีรายได้ค้างรับ จำนวน 121,761.99 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 137,055.09 ล้านบาท) ประกอบด้วย รายได้ค้างรับส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี จำนวน 26,195.62 ล้านบาท….”
..........................................
จากกรณีที่ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์’ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายจ่ายในการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ในปี 2566
โดยพบว่าสำนักงาน กสทช. มีค่าดำเนินการ ค่าตอบแทนบุคลากร ค่าสำนักงาน ค่าน้ำไฟ อินเทอร์เน็ต และค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆสูงถึง 4,000 ล้านบาท นั้น มีความคุ้มค่าหรือไม่ (อ่านประกอบ :‘สส.ปชน.’ชำแหละงบ‘สำนักงาน กสทช.’ปี 66 ค่าใช้จ่ายบุคลากร 1.9 พันล.-บำเหน็จ 431 ล้าน)
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านโทรคมนาคม ได้มีข้อเสนอแนะในที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าว่า สำนักงาน กสทช. น่าจะมีแผนในการนำ AI มาสนับสนุนการทำงานของสำนักงานฯ และหากเป็นไปได้สำนักงานฯน่าจะมีเป้าหมายในเรื่องการลดกำลังคน เพื่อลดภาระงบประมาณ นั้น (อ่านประกอบ : วาระสำคัญเยอะมาก! ‘ปธ.กสทช.’แจงเหตุไม่ยก‘แผนแม่บทฯ-โรดแมปทีวีดิจิทัล’ให้‘บอร์ด’พิจารณา)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เผยแพร่รายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี 2568 โดยรายงานฯฉบับนี้ได้เผยแพร่ ‘งบการเงิน’ ของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2568 ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
@ปี 68 ‘สำนักงาน กสทช.’รายได้ 4.99 หมื่นล.-ทุน 1.5 หมื่นล้าน
ปี 2568 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 135,333.28 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 151,152.89 ล้านบาท) มีหนี้สินรวม 119,992.26 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 134,112.58 ล้านบาท) และมีส่วนทุน 15,341.02 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 17,040.31 ล้านบาท)
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายได้รวม 49,930.56 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 8,671,40 ล้านบาท) ,มีรายจ่ายรวม 49,837.04 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 8,130.14 ล้านบาท) และรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิจำนวน 88.49 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 533.61 ล้านบาท)



@‘เงินสด’9 พันล้าน ส่วนใหญ่‘เงินฝาก’-รายได้ค้างรับ 1.21 แสนล.
เมื่อพิจารณารายละเอียดหมายเหตุประกอบงบการเงิน มีรายการที่น่าสนใจ ดังนี้
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 9,081.53 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 9,412.37 ล้านบาท) ในจำนวนนี้เป็นเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ จำนวน 8,934.67 ล้านบาท ,เงินฝากกระแสรายวัน จำนวน 125.84 ล้านบาท ,เงินฝากบัญชีประจำที่มีกำหนดจ่ายคืนไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 20.52 ล้านบาท และเงินสดย่อย จำนวน 0.50 ล้านบาท
เงินลงทุนระยะสั้น
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีเงินลงทุนระยะสั้น 1 ล้านบาท คือ สลากออมสินพิเศษ 1 ปี จำนวน 10,000 หน่วย มูลค่า 1 ล้านบาท รับฝากวันที่ 27 พ.ค.2568 สิทธิถอนครบอายุวันที่ 27 พ.ค.2569 โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.20 ต่อปี
ลูกหนี้ค่าธรรมเนียม
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีลูกหนี้ค่าธรรมเนียม รวม 954.37 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 959.56 ล้านบาท) ในจำนวนนี้เป็นลูกหนี้ค่าธรรมเนียมเลขหมาย จำนวน 802.71 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 806.31 ล้านบาท) แต่เมื่อหักค่าเผื่อสงสัยจะสูญแล้ว คงเหลือลูกหนี้ค่าธรรมเนียม 14.90 บาท (ปี 2567 จำนวน 18.16 ล้านบาท)
สำหรับลูกหนี้ค่าธรรมเนียมเลขหมายดังกล่าว ได้รวมลูกหนี้ค่าธรรมเนียมเลขหมายของ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด (ทรูมูฟ) ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2557 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2558 จำนวน 647.29 ล้านบาท และเงินเพิ่มจำนวน 141.13 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 788.42 ล้านบาท ซึ่งทรูมูฟยังมิได้ชำระค่าธรรมเนียมเลขหมายให้สำนักงาน กสทช.
เนื่องจาก ทรูมูฟ ให้เหตุผลว่าต้องดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 (ประกาศมาตรการคุ้มครองฯ) โดยประกาศมาตรการคุ้มครองฯ ได้จำกัดสิทธิมิให้ ทรูมูฟ นำเลขหมายที่ไม่มีผู้ใช้บริการออกหาประโยชน์ ส่งผลให้ ทรูมูฟ มีภาระที่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคม
ทั้งนี้ ทรูมูฟ สามารถนำค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคม มาเป็นต้นทุน เพื่อหักจากรายได้จากการให้บริการได้อยู่แล้ว จึงขอให้ สำนักงาน กสทช. พิจารณายกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคมทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2556 (นับแต่วันที่สัญญาอนุญาตสิ้นสุดลง) เป็นต้นไป
ต่อมา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติที่ประชุมครั้งที่ 12/2557 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2557 ไม่เห็นชอบการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคมของ ทรูมูฟ และมติที่ประชุม กทค. ครั้งที่ 26/2557 เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2557 เห็นควรให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมาย
และเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2558 สำนักงาน กสทช. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีกับ ทรูมูฟ ให้ชำระค่าธรรมเนียมเลขหมายต่อศาลปกครองกลาง ตามคดีหมายแลขดำที่ 490/2559 ซึ่งอยู่ระหว่างศาลปกครองกลางกำหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. เป็นผู้ถูกฟ้องในฐานความผิดเกี่ยวกับกรณีการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามประกาศมาตรการคุ้มครองฯ กรณีรายจ่ายมีจำนวนสูงกว่ารายรับของผู้ฟ้องคดีและขอคืนเงินค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคมที่ผู้ฟ้องคดีได้ชำระไปแล้ว ตามคดีหมายเลขดำที่ 2013/2558 ทุนทรัพย์ 16,265.06 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
โดยศาลปกครองมีคำสั่งให้รวมคดีหมายเลขดำที่ 1712/2559 คดีหมายเลขดำที่ 2392/2561 คดีหมายเลขดำที่ 490/2559 และคดีหมายเลขดำที่ 1228/2559 เข้าด้วยกัน โดยให้สำนวนคดีหมายเลขดำที่ 2013/2558 เป็นคดีหลัก และยื่นคำแก้อุทรรณ์เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2557 และเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2567 สำนักงานศาลปกครองสูงสุด ส่งสำเนาคำแก้อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีและสำเนาพยาพยานหลักฐานให้เพื่อทราบ
รายได้ค้างรับ
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีรายได้ค้างรับ จำนวน 121,761.99 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 137,055.09 ล้านบาท) ประกอบด้วย
-รายได้ค้างรับส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี จำนวน 26,195.62 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 42,338.62 ล้านบาท) ได้แก่ รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบการค้างรับ จำนวน 4,963.68 ล้านบาท, รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz ค้างรับ จำนวน 11,150.69 ล้านบาท
รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ค้างรับ จำนวน 4,072.85 ล้านบาท ,รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 2600 MHz ค้างรับ จำนวน 6,008.14 ล้านบาท, รายได้การเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมค้างรับ จำนวน 0.25 ล้านบาท และรายได้การประมูลคลื่นความถี่ FM จำนวน 0.01 ล้านบาท
-รายได้ค้างรับส่วนที่ถึงกำหนดชำระเกิน 1 ปี จำนวน 95,566.37 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 94,716.47 ล้านบาท) ได้แก่ รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz ค้างรับ จำนวน 44,602.74 ล้านบาท, รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ค้างรับ จำนวน 4,072.85 ล้านบาท, รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 1500 MHz ค้างรับ จำนวน 2,489.87 ล้านบาท

เงินฝากธนาคารที่มีภาระผูกพัน
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีเงินฝากธนาคารที่มีภาระผูกพัน จำนวน 515.22 ล้านบาท โดยเป็นเงินฝากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ที่สำนักงาน กสทช. มีภาระผูกพันในการดำรงเงินฝากเพื่อสินเชื่อที่อยู่อาศัยของพนักงานจำนวน 500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นดอกเบี้ยสะสม
เงินลงทุนระยะยาว
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีเงินลงทุนระยะยาว จำนวน 374.90 ล้านบาท เงินฝากธนาคารประเภทประจำมีอายุตั้งแต่วันฝากจนถึงวันครบกำหนดเกินกว่า 12 เดือน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2568 มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.45-1.65 ต่อปี
@‘ตึก กสทช.’แห่งใหม่ 2.6 พันล. จ่าย‘ค่างวด’60% ก่อนเลิกสัญญา
อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ
งานระหว่างทำ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568 ยอดคงเหลือจำนวน 1,518.18 ล้านบาท ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาคารและส่วนปรับปรุงอาคารของโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ จำนวน 1,505.67 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีรายละเอียดการก่อสร้างอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ ดังนี้
1) งานระหว่างทำอาคารและส่วนปรับปรุงอาคารจำนวน 1,321.99 ล้านบาท เป็นสัญญาก่อสร้างตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ เลขที่ 80001/2562 ลงวันที่ 22 ม.ค.2562 วงเงินตามสัญญา 2,643 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีการส่งมอบงานแล้วจำนวน 104 งวด จาก 200 งวด สร้างคิดเป็นร้อยละ 75.95
และมีการจ่ายเงินตามสัญญาแล้วจำนวน 1,598.80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 60.49 ของวงเงินตามสัญญา ประกอบด้วย การเบิกจ่ายเงินจ่ายล่วงหน้าจำนวน 184.27 ล้านบาท และเบิกจ่ายเงินค่างวดจำนวน 1,414.53 ล้านบาท ท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้งหยุดการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคาร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.2567 เป็นต้นไป และสำนักงาน กสทช. ได้แจ้งบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2568
โดยมีการนำเสนอแบบรายละเอียดการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ลอดคล้องกับความจำเป็นในการใช้พื้นที่ รวมทั้งการใช้ประโยชน์ของสำนักงาน กสทช. ตลอดจนนโยบายของ กสทช.
ที่ประชุม กสทช. ในคราวการประชุมครั้งที่ 33/2568 เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2568 ได้มีมติรับทราบการดำเนินโครงการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ ตามที่สำนักงาน กสทช. นำเสนอ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
2) งานระหว่างทำอาคารและส่วนปรับปรุงอาคารจำนวน 71.65 ล้านบาท เป็นสัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ เลขที่ 8620132 ลงวันที่ 30 เม.ย.2562
และบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ เลขที่ 8620132 ลงวันที่ 30 เม.ย.2562 (ครั้งที่ 1) ลงวันที่ 28 ม.ค.2565 วงเงินตามสัญญา 73.22 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ
โดยระยะที่ 1 การดำเนินงานตลอดระยะเวลาก่อสร้าง จำนวน 33 เดือน มีการแก้ไขสัญญาครั้งที่ 1 เพื่อเพิ่มระยะเวลาการควบคุมงานก่อสร้าง จำนวน 4 เดือน และแก้ไขรายละเอียดการจ่ายค่าจ้างควบคุมงาน วงเงินตามสัญญาจำนวน 69.26 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายเงินค่างวดในระยะที่ 1 เรียบร้อยแล้ว คิดเป็นร้อยละ 94.30
ส่วนระยะที่ 2 เป็นการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้างของผู้รับจ้างก่อสร้างภายหลังการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่แล้วเสร็จ ปัจจุบันยังไม่มีการเบิกจ่าย
3) งานระหว่างทำอาคารและส่วนปรับปรุงอาคารจำนวน 66.08 ล้านบาท เป็นงานออกแบบอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่
4) งานระหว่างทำอาคารและส่วนปรับปรุงอาคารจำนวน 34.15 ล้านบาท เป็นงานจ้างที่ปรึกษาตามสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ เลขที่ ส.พย.(พย)(ป) 0001/25ถต ลงวันที่ 20 ม.ค.2559 วงเงินตามสัญญาจำนวน 40 ล้านบาท (รวมภาษีมลค่าเพิ่ม) มีการเบิกจ่ายค่างวดแล้ว จำนวน 36.55 (รวมภาษีมลค่าเพิ่ม) คิดเป็นร้อยละ 91.35 ของวงเงินตามสัญญา
5) งานอื่นๆ เช่น ค่าบริหารจัดการดิน ค่าจ้างเจาะสำรวจสภาพชั้นดิน ค่าสำรวจจรังวัดและจัดทำแผนที่ เป็นต้น เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 21.79 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายเงินค่างวดครบถ้วนแล้ว
ประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงาน
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีมูลค่าปัจจุบันของประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงาน (เช่น โครงการผลประโยชน์เงินบำเหน็จ) จำนวน 2,246 ล้านบาท
@‘รายได้ฯรอส่งคลัง’7.7 หมื่นล้าน-ภาษีรอนำส่งฯ 7.69 พันล.
รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลัง
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีรายได้แผ่นดินรอนำส่งคลัง รวมทั้งสิ้น 77,729.31 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 88,644 ล้านบาท) แบ่งเป็น
ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี จำนวน 14,490.22 ล้านบาท เช่น รายได้เงินประมูลคลื่นความถี่่ 700 MHz จำนวน 8,434.46 ล้านบาท, รายได้เงินประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 3,255.98 ล้านบาท,รายได้เงินประมูลคลื่นความถี่ 2600 MHz จำนวน 926.35 ล้านบาท และเงินเหลือนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน จำนวน 1,787.59 ล้านบาท เป็นต้น
ส่วนที่ถึงกำหนดชำระเกิน 1 ปี จำนวน 63,239.09 ล้านบาท เช่น รายได้เงินประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 34,808.25 ล้านบาท, รายได้เงินประมูลคลื่นความถี่ 2300 MHz จำนวน 9,252.25 ล้านบาท, รายได้เงินประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 6,470.88 ล้านบาท เป็นต้น
ภาษีขายรอนำส่ง
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีภาษีขายรอนำส่ง จำนวน 7,690.54 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 8,698.95 ล้านบาท)
เงินสมทบกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีเงินสมทบกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (เป็นไปตาม พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 มาตรา 24 โดยสำนักงาน กสทช. จัดสรรให้ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินรายได้จากการจัดสรรคลื่นความถี่และรายได้ของสำนักงาน กสทช. ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.2560 เป็นต้นไป) จำนวน 7,579.55 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 5,468.08 ล้านบาท)
แบ่งเงิน ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี จำนวน 1,268.20 ล้านบาท และส่วนที่ถึงกำหนดชำระเกิน 1 ปี จำนวน 4,199.88 ล้านบาท
เงินรายได้เรียกคืนคลื่นรอนำส่ง กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ)
ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568) สำนักงาน กสทช. มีเงินรายได้เรียกคืนคลื่นรอนำส่ง กทปส. จำนวน 22,645.01 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 27,178.35 ล้านบาท)
@รายได้ประมูลคลื่นฯ 4.1 หมื่นล้าน-ค่าฟีใบอนุญาต 5.4 พันล.
รายได้การประมูลคลื่นความถี่และเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายได้การประมูลคลื่นความถี่และเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม จำนวน 41,338.67 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 1500 MHz จำนวน 4,653.96 ล้านบาท, รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz จำนวน 14,850 ล้านบาท
รายได้การประมูลคลื่นความถี่ 2300 MHz จำนวน 21,770 ล้านบาท, รายได้การประมูลคลื่นความถี่ FM จำนวน 64.46 ล้านบาท และรายได้ค่าธรรมเนียมเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม 0.25 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมการขออนุญาตและใบอนุญาต
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายได้ค่าธรรมเนียมการขออนุญาตและใบอนุญาต 5,403.09 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ค่าธรรมเนียมการขออนุญาต จำนวน 27.31 ล้านบาท,รายได้ค่าตอบแทนคลื่นความถี่วิทยุคมนาคม จำนวน 304.80 ล้านบาท ,รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม จำนวน 4,926.86 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง จำนวน 3.43 ล้านบาท ,รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ จำนวน 122.66 ล้านบาท ,รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ DRONE จำนวน 8.65 ล้านบาท,รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียม จำนวน 2.57 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามมาตรา 70 จำนวน 2.80 ล้านบาท ,รายได้ค่าธรรมเนียมอื่น-กิจการกระจายโทรคมนาคม จำนวน 0.35 ล้านบาท และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น-กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ จำนวน 3.66 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมเลขหมาย
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายได้ค่าธรรมเนียมเลขหมาย จำนวน 3,029.78 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ค่าธรรมเนียมเลขหมาย จำนวน 2,985.73 ล้านบาท และรายได้จากการประมูลเลขหมายสวย จำนวน 44.05 ล้านบาท

@‘ค่าใช้จ่ายบุคลากร’แตะ 2.43 พันล.-‘ค่าใช้สอย’1.08 พันล้าน
ค่าทดแทน ชดใช้ หรือค่าตอบแทนผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีค่าทดแทน ชดใช้ หรือค่าตอบแทนผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ คือ ค่าชดเชย MUX จำนวน 1,528.80 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายเงินนำส่งคลัง
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีค่าใช้จ่ายเงินนำส่งคลัง จำนวน 35,223.74 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 74.09 ล้านบาท) เช่น รายได้แผ่นดินนำส่งคลังการประมูลคลื่น 2300 MHz จำนวน 18,485.69 ล้านบาท,รายได้แผ่นดินนำส่งคลังการประมูลคลื่น 2100 MHz จำนวน 12,603.32 ล้านบาท และรายได้แผ่นดินนำส่งคลังการประมูลคลื่น 1500 MHz จำนวน 3,936.15 ล้านบาท เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายบุคลากร
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีค่าใช้จ่ายบุคลากร จำนวน 2,433.36 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 2,372.70 ล้านบาท) ประกอบด้วย เงินเดือนพนักงาน จำนวน 1,522.52 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 1,529.20 ล้านบาท) ,ค่าตอบแทนพิเศษพนักงาน จำนวน 306.24 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 296.58 ล้านบาท)
ค่าตอบแทนรายเดือน จำนวน 79.96 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 75.27 ล้านบาท), ค่ารักษาพยาบาล จำนวน 351.72 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 310.10 ล้านบาท) ,ค่าสวัสดิการ จำนวน 34.06 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 31.61 ล้านบาท) และเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จำนวน 138.86 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 129.94 ล้านบาท)
ค่าบำเหน็จ
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายจ่ายค่าบำเหน็จ จำนวน 579.70 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 200.32 ล้านบาท) แบ่งเป็น เงินบำเหน็จ จำนวน 573.11 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 195,16 ล้านบาท) และค่ารักษาพยาบาล จำนวน 6.59 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 5.16 ล้านบาท)
ค่าตอบแทน
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายจ่ายค่าตอบแทน จำนวน 180.72 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 171.92 ล้านบาท) ประกอบด้วย ค่าตอบแทน กสทช. จำนวน 25.15 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 25.15 ล้านบาท) ,ค่าเบี้ยประชุม จำนวน 35 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 32.45 ล้านบาท) และค่าตอบแทนอื่น จำนวน 120.57 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 114.32 ล้านบาท)
ค่าใช้สอย
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายจ่ายค่าใช้สอย จำนวน 1,088.16 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 1,167.50 ล้านบาท) ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและสัมมนา จำนวน 85.01 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายเดินทางในประเทศ จำนวน 39.79 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ จำนวน 65.36 ล้านบาท
ค่าจ้างบำรุงรักษา จำนวน 244.81 ล้านบาท, ค่าจ้างเหมาบริการ จำนวน 141.80 ล้านบาท, ค่าภาษีและค่าธรรมเนียม จำนวน 33 ล้านบาท ,ค่าจ้างที่ปรึกษา จำนวน 137.23 ล้านบาท ,ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม จำนวน 44.21 ล้านบาท ,ค่าเช่า จำนวน 163.78 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ จำนวน 108.81 ล้านบาท ,ค่ารับรอง จำนวน 5.51 ล้านบาท ,ค่าพิธีการ จำนวน 4.47 ล้านบาท ,ค่าจ้างสอบเทียบเครื่องมือด้านวิทยุคมนาคม จำนวน 13.89 ล้านบาท ,เงินบริจาคและการกุศล จำนวน0.24 ล้านบาท และค่าใช้สอยอื่นๆ จำนวน 0.25 ล้านบาท
ค่าวัสดุ
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายจ่ายค่าวัสดุ จำนวน 34.23 ล้านบาท (ปี 2567 จำนวน 34.09 ล้านบาท)
ค่าสาธารณูปโภค
ปี 2568 สำนักงาน กสทช. มีรายจ่ายค่าสาธารณูปโภค จำนวน 80.55 ล้านบาท (ปี 2567 มีจำนวน 86.34 ล้านบาท) ได้แก่ ค่าไฟฟ้า จำนวน 38.78 ล้านบาท ,ค่าบริการอินเทอร์เน็ต จำนวน 18.34 ล้านบาท ,ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 17.59 ล้านบาท ,ค่าฝากส่งไปรษณีย์ จำนวน 2.99 ล้านบาท ,ค่าโทรศัพท์สำนักงาน จำนวน 1.61 ล้านบาท ,ค่าน้ำปะปา จำนวน 1.17 ล้านบาท และค่าบริการเคเบิลทีวี DSTV จำนวน 0.07 ล้านบาท



เหล่านี้เป็นรายละเอียด ‘งบการเงิน’ ของสำนักงาน กสทช. ล่าสุด ภายใต้ ‘รายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี 2568’ โดยพบว่าในขณะที่สำนักงาน กสทช. มีรายได้ค่าจากใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของ ‘สำนักงาน กสทช.’ ในแต่ละปีที่สูงถึงหลายพันล้านบาทว่า มีความคุ้มค่าหรือไม่?
อ่านประกอบ :
‘สส.ปชน.’ชำแหละงบ‘สำนักงาน กสทช.’ปี 66 ค่าใช้จ่ายบุคลากร 1.9 พันล.-บำเหน็จ 431 ล้าน
วาระสำคัญเยอะมาก! ‘ปธ.กสทช.’แจงเหตุไม่ยก‘แผนแม่บทฯ-โรดแมปทีวีดิจิทัล’ให้‘บอร์ด’พิจารณา

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา