
โดนอีกราย! คำพิพากษาศาลฎีกา ‘ธนะศักดิ์ อุปพงษ์’ ผู้สมัคร สส. เขต 3 จ.นครพนม พรรคไทยพร้อม หจก.สมายเวฟเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นคนรักถิ่นนาแก หลักฐานชัดประกอบกิจการสื่อ คุณสมบัติต้องห้าม อ้างไม่ยุ่งเกี่ยว มอบให้อดีตเมียไปจดเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแต่ไม่ดำเนินการ ฟังไม่ขึ้น กกต.ไม่ประกาศรายชื่อ ชอบแล้ว
วันที่ 21 ม.ค. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ของพรรคกล้าธรรม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต เ คุณสมบัติต้องห้าม กรณีเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเกาะแก้ว อันดามัน จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ประกอบกิจการให้บริการด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์ ตามที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานแล้ว (ข่าวเกี่ยวข้อง: เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ถอนชื่อ‘ชลสิทธิ’ผู้สมัคร สส. จ.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ถือหุ้นสื่อ)
คราวนี้เป็นคิว ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครพนม สังกัดพรรคไทยพร้อม ชื่อ นายธนะศักดิ์ อุปพงษ์
นายธนะพงษ์ ถูก กกต. โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครพนม ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม กรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัด สมายเวฟเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นคนรักถิ่นนาแก ประกอบกิจการสื่อสารมวลชน นายธนะศักดิ์ร้องต่อศาลฎีกา ขอให้มีคำสั่งให้ กกต.เพิ่มชื่อตนเองในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผลปรากฎ วันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลฎีกาพิพากษาว่า ตามที่ กกต. ไม่ประกาศรายชื่อ นายธนะศักดิ์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นชอบแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
คำพิพากษามีรายละเอียดดังนี้
@เปิดคำพิพากษา ละเอียด
คำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 5/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 5/2569 ศาลฎีกา วันที่ 21 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569 ความคดีเลือกตั้ง ระหว่าง นายธนะศักดิ์ อุปพงษ์ ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครพนม ผู้คัดค้าน
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สิทธิสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครพนม สังกัดพรรคไทยพร้อม แต่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยอ้างว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ผู้ร้องมิได้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเพิ่มชื่อผู้ร้องในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครพนม สังกัดพรรคไทยพร้อม
@คำคัดค้าน กกต. พบ เป็น เจ้าของสื่อ หจก. สมายเวฟเรดิโอฯ
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ก่อนประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้คัดค้านตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้วปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัด สมายเวฟเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นคนรักถิ่นนาแก ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในข้อ 23 ว่า ประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กิจการสื่อสาร โทรคมนาคมสื่อสารมวลชน เผยแพร่ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารทุกประเภท และ ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวมีสถานะยังดำเนินกิจการอยู่ ขอให้ยกคำร้อง
@คดีพอวินิจฉัยโดยไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐาน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่เสนอต่อศาลแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยโดยไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่
เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร...(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น ในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ...” และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร....(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ .....” ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ มิได้
@ชัด! แจ้งวัตถุประสงค์ ประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้อง คำคัดค้าน และเอกสารประกอบคำร้องและคำคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด สมายเวฟเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นคนรักถิ่นนาแก ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กิจการสื่อสารโทรคมนาคมสื่อสารมวลชน เผยแพร่ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารทุกประเภท
@อ้างไม่ยุ่งเกี่ยว-มอบให้อดีตเมียไปจดเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแต่กลับไม่ดำเนินการ/ฟังไม่ขึ้น
ที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2567 ผู้ร้องยื่นใบลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและทำหนังสือมอบอำนาจให้นางณัฐติยา อุปพงษ์ ซึ่งจดทะเบียนหย่ากับผู้ร้อง เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 เป็นผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว โดยได้แจ้งให้นางณัฐติยาไปดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการถือหุ้นและหุ้นส่วนผู้จัดการแล้วแต่นางณัฐติยาไม่ได้ไปดำเนินการ และไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจตั้งแต่มีการหย่าขาดกันจนถึงปัจจุบันแล้วนั้น
ข้ออ้างของผู้ร้องก็เป็นการกล่าวอ้างเพียงว่าผู้ร้องแสดงความประสงค์จะลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแล้วเท่านั้นโดยไม่ได้กล่าวถึงสถานะความเป็นหุ้นส่วนของผู้ร้องและไม่มีการนำไปจดแจ้งเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนและหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้ร้องในห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว เมื่อหนังสือตรวจสอบรายการในหนังสือรับรองของห้างหุ้นส่วนจำกัด สมายเวฟเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นคนรักถิ่นนาแก ระบุว่า สถานะยังดำเนินกิจการอยู่ และแม้ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ร้องไม่ได้เกี่ยวข้องกับห้างดังกล่าวก็ตามแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร...(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ....” ก็หาได้บัญญัติว่าผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนในลักษณะใดบ้างหรือไม่ ข้ออ้างของผู้ร้องจึงฟังไม่ขึ้น
@ข้อเท็จจริงชัด คำสั่ง กกต.ไม่ประกาศชื่อ-ชอบแล้ว
ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด สมายเวฟเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นคนรักถิ่นนาแก ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กิจการสื่อสารโทรคมนาคมสื่อสารมวลชน เผยแพร่ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารทุกประเภท อันเป็นกิจการสื่อมวลชนใด ๆ ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศ รายชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดนครพนม สังกัดพรรคไทยพร้อม ชอบแล้ว
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

เรื่องเกี่ยวข้อง:

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา