“…นาฬิกาเดินถอยหลังก่อนชี้ชะตา 8 ก.พ. นี้ ทุกพรรคการเมืองขนแพคเกจนโยบายหาเสียง ลด-แลก-แจก-แถม ปูพรม-โน้มน้าว 'โหวตเตอร์' ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ชนชั้นรากหญ้า-คนชั้นกลาง-แรงงานและเกษตรกร ตลอดจน 'ธุรกิจขนาดย่อม'…”
สมรภูมิเลือกตั้ง 69 ระอุ !!!
นาฬิกาเดินถอยหลังก่อนชี้ชะตา 8 ก.พ.69 ทุกพรรคการเมืองขนแพคเกจนโยบายหาเสียง ลด-แลก-แจก-แถม ปูพรม-โน้มน้าว 'โหวตเตอร์' ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ชนชั้นรากหญ้า-คนชั้นกลาง-แรงงานและเกษตรกร ตลอดจน 'ธุรกิจขนาดย่อม'
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รวบรวมนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองขนาดกลาง-เล็ก จำนวน 5 พรรค ที่เสนอตัวเป็น ‘พรรคทางเลือก’ ในการแก้ปัญหาปากท้อง โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาหนี้สิน การเพิ่มรายได้ และมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ที่ประชาชนเห็นแล้วต้องนิยม-ชมชอบ

@ พลังประชารัฐ : ทวงคืน 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Extra)'
พรรคพลังประชารัฐ พรรคการเมือง 'ยุคคสช.' เป็น 'เจ้าแรก' ที่ริเริ่ม 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' จนประสบความสำเร็จเป็น 'พุแตก' จนหลายพรรค-หลายรัฐบาล ไม่กล้าแตะต้อง-จ้องล้ม มีแต่สานต่อ-เพิ่มวงเงิน อุ้ม 'คนรากหญ้า'
การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคพลังประชารัฐจึงขอ 'ทวงคืน' นโยบายที่เคย 'สร้างชื่อ' นำมา 'ต่อยอด' โดยเพิ่ม 'สิทธิประโยชน์' ให้ 'เร้าใจ' ยิ่งขึ้น ด้วย 'บัตรประชารัฐ Extra' (700 บาท/เดือน) เพิ่มเงินซื้อสินค้าจำเป็นจากเดิม 300 บาท เป็น 700 บาทต่อเดือน เพิ่มกำลังซื้อ
สวัสดิการกลุ่มเฉพาะ 'สูงวัยประชารัฐ' ให้เงินช่วยเหลือ 'ผู้สูงอายุ' แบบ 'ขั้นบันได' ตามช่วงอายุ (ยิ่งอายุมากยิ่งได้เพิ่ม) รองรับสังคมสูงวัย
'มารดาประชารัฐ' ดูแลกลุ่มแม่และเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 6 ปี ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร
สิทธิประโยชน์เสริม รวมค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าก๊าซหุงต้มไว้ในบัตรเดียว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐานแบบเบ็ดเสร็จ
หมวดพลังงานและลดค่าครองชีพ 'รื้อโครงสร้างราคาพลังงาน' ลดราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้มและไฟฟ้า ประกาศลดราคาพลังงานทั้งประเทศ มุ่งเน้นปรับโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมและ 'สะท้อนต้นทุนจริง' เพื่อลดต้นทุนการผลิตของธุรกิจและค่าครองชีพประชาชน
'ไฟฟ้าประชารัฐ' (โซลาร์เซลล์ชุมชน) ส่งเสริมให้ชุมชนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้เองในหมู่บ้าน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากส่วนกลางและสามารถ 'ขายคืน-สร้างรายได้'
หมวดเกษตรและชุมชน 'ปุ๋ยคนละครึ่ง' รัฐช่วยออกค่าปุ๋ย 50% ลดต้นทุนทางการเกษตร ต้นทุนหลักของชาวนาชาวไร่ ขายได้ก่อนปลูก ใช้ระบบเกษตรพันธสัญญามีตลาดรองรับล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจเรื่องราคาและไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงราคาผลิตผลตกต่ำ
'ชุมชนประชารัฐคนละครึ่ง' (หมู่บ้านเงินล้าน) ฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านให้เป็นแหล่งทุนหมุนเวียนในการสร้างอาชีพระดับท้องถิ่น
หมวด SME และการจัดการหนี้ ประกันสังคมแก้หนี้ ใช้กลไกประกันสังคมเข้ามาช่วยเหลือแรงงานในระบบที่มีภาระหนี้สินหนัก เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนในการปรับโครงสร้างหนี้ เสริมทุน SME เน้นการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการทำธุรกิจผ่านนวัตกรรม
หมวดแรงงานและทักษะแห่งอนาคต 'คนไทยต้องมีงานทำ' (แรงงานไทยไปตลาดโลก) ยกระดับฝีมือแรงงานผ่านการอบรมทักษะชั้นสูง เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล โลจิสติกส์ และเกษตรสมัยใหม่ เพื่อส่งออกแรงงานทักษะสูงไปทำงานต่างประเทศ นำเงินตรากลับเข้าไทย
เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ ปรับระบบการศึกษาให้เน้นการฝึกทักษะระยะสั้นที่ตลาดงานต้องการจริง จบแล้วมีงานรองรับทันที

@ ไทยสร้างไทย : กองทุน 3 แสนล้าน-บำนาญประชาชน 3 พันบาท
พรรคไทยสร้างไทย 'พรรคขนาดเล็ก' เกณฑ์ สส.เข้าสภามาแล้วเมื่อการเลือกตั้งปี 66 มี 'อดีตเจ้าแม่กทม.' คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรค
การเลือกตั้งปี 69 ครบเครื่องทั้งบุคลาการภายในพรรค รวมถึงการดีไซส์นโยบายบาย จึงออกมาครบถ้วน-ครบเครื่อง-ครบรส เน้นแก้ปัญหาหนี้สิน-หาแหล่งเงินทุน-เพิ่มสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือ 'คนตัวเล็ก' ลงลึกระดับ 'รากหญ้า' และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
1. ยุทธศาสตร์ภาพรวม 'Restart เศรษฐกิจไทย' ปี 2569 เป้าหมาย GDP ตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตขึ้น 5 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นประมาณ 29% ของ GDP) ภายในปี 2569 ผ่านการดึงศักยภาพเดิมของไทย (อาหาร, ท่องเที่ยว, สุขภาพ) มาบวกกับเศรษฐกิจโลกใหม่
โมเดล 'คนตัวเล็กสร้างชาติ' เน้นให้ความสำคัญกับ 'ประชาชนระดับฐานราก' และ SME โดยมองว่าหากคนเหล่านี้มีรายได้และมีหนี้น้อยลง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้ดีกว่าโครงการขนาดใหญ่
2. การ 'แก้หนี้-เติมทุน' พรรคเน้นการ 'ซ่อม' สถานะทางการเงินของประชาชนด้วยกองทุนเฉพาะทาง 'กองทุนสร้างไทย 3 แสนล้านบาท' เป็นงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อช่วย 4 กลุ่มหลักคือ SME, Start-up, วิสาหกิจชุมชน และ Venture Capital เงื่อนไขผ่อนปรนและดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าได้
'กองทุนเครดิตประชาชน' (กองทุนคนตัวเล็ก) ให้สิทธิกู้เงินเพื่อ ล้างหนี้นอกระบบ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เริ่มต้น 5,000 ถึง 50,000 บาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 1% ต่อเดือน เพื่อให้ประชาชนมีเงินตั้งตัวและไม่ต้องถูกทวงหนี้โหด
'พักหนี้-แก้เครดิตบูโร-พักหนี้เสีย' (รหัส 21) ที่เกิดจากช่วงโควิดเป็นเวลา 3 ปี และพักดอกเบี้ย 2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาเข้าถึงระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง
3. นโยบาย 'บำนาญประชาชน' 3,000 บาท ไม่ใช่แค่เงินสงเคราะห์ แต่คือเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอได้รับเงิน 3,000 บาทต่อเดือนถ้วนหน้า เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต และลดภาระของลูกหลาน
เป้าหมายเศรษฐกิจ เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้จ่ายในชุมชนทันที เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น (Local Multiplier) และช่วยลดงบประมาณการรักษาพยาบาลในระยะยาวจากการที่ผู้สูงอายุสุขภาพดีขึ้น
@ รถไฟฟ้า-รถเมล์สูงสุดไม่เกิน 30 บาทตลอดสาย
การลดต้นทุนและภาษี Regulatory Guillotine (การกิโยตินกฎหมาย) เสนอพักการใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินกว่า 1,000 ฉบับ ภายใน 1 ปี เพื่อให้ SME เริ่มต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องรอใบอนุญาตซับซ้อน หรือโดนรีดไถจากเจ้าหน้าที่รัฐ
'ภาษีคนตัวเล็ก' ปรับฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยรายได้สุทธิไม่เกิน 300,000 - 400,000 บาทต่อปี (หรือประมาณ 40,000 บาท/เดือน) ไม่ต้องเสียภาษี เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ชนชั้นกลางและล่าง ภาษี SME ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ SME เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ธุรกิจมีกำไรมาสะสมทุนในช่วงฟื้นตัว
5. พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ค่าไฟไม่เกิน 3.50 บาท รื้อ สัญญาทาส ทางพลังงานและปรับโครงสร้างค่าการกลั่นน้ำมัน/แก๊ส เพื่อให้ราคาพลังงานเป็นธรรมกับคนไทยมากขึ้น
Solar House สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1% ให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อลดค่าไฟและสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้รัฐได้ทุกเดือน
ค่าเดินทาง 30 บาท กำหนดเพดาน 'ค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถเมล์สูงสุดไม่เกิน 30 บาทตลอดสาย' เพื่อลดค่าครองชีพคนทำงานในเมือง
6. การสร้างรายได้จากโลกใหม่ Tokenize Thailand ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและโทเคนเพื่อเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงทรัพยากรและทุนในรูปแบบใหม่ๆ Green Economy ส่งเสริมอุตสาหกรรมสะอาดและคาร์บอนเครดิต เพื่อให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในเวทีโลกที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม

@ โอกาสใหม่ : สวัสดิการถ้วนหน้า-เศรษฐกิจรักษ์โลก
พรรคโอกาสใหม่ 'พรรคน้องใหม่' ของการเลือกตั้งปี 69 ที่มี 'ปลัดตุ๋ม' จตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็น 'หัวหน้าพรรค' มาแนวนโยบายเศรษฐกิจแบบ 'สวัสดิการถ้วนหน้า' ตามสไตล์ 'ข้าราชการมือเก๋า' เน้น คุณภาพชีวิตและความยั่งยืน แต่ 'ทันสมัย-เท่าทันโลก' ด้วยนโยบายที่ 'เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม'
1. เศรษฐกิจดิจิทัลและการยกระดับ SME (Digital Opportunity) พรรคเน้นการเปลี่ยนผ่าน SME ไทยให้เท่าทันโลกด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้าง โอกาสใหม่ ในการแข่งขัน
SME ยุคดิจิทัลด้วย AI สนับสนุนให้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธุรกิจรายย่อย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์การตลาดขั้นสูง
เชื่อมต่อแพลตฟอร์มระดับโลก ผลักดันและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระดับสากล เพื่อขยายตลาดจากในประเทศไปสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกอย่างเต็มตัว
นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเศรษฐกิจ ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ให้ทันสมัย เน้นทักษะที่ใช้ได้จริงในยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูงรองรับการลงทุน
2. การจัดการหนี้และเสถียรภาพทางการเงิน มุ่งเน้นการ คืนชีวิตใหม่ ให้ประชาชนและผู้ประกอบการผ่านระบบที่เป็นธรรม แก้หนี้สินอย่างเป็นระบบ พรรคมีนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจรายย่อยแบบครบวงจร เพื่อปลดล็อกพันธนาการทางการเงินให้ประชาชนกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง
การกำกับดูแลตลาดทุนที่โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและประชาชนด้วยการกำกับดูแลตลาดทุนอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ เพื่อให้ตลาดทุนเป็นแหล่งเงินทุนที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน
3. สวัสดิการรายได้และคุณภาพชีวิต การสร้างความมั่นคงในชีวิตคือพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สวัสดิการรายได้พื้นฐาน (Basic Income) พรรคชูนโยบายสร้าง สวัสดิการถ้วนหน้า ควบคู่ไปกับการจัดตั้งระบบ สวัสดิการรายได้พื้นฐาน เพื่อให้คนไทยทุกคนมีหลักประกันขั้นต่ำในการดำรงชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
คุ้มครองผู้ด้อยโอกาส เน้นการสร้างระบบสวัสดิการที่คุ้มครองผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นธรรม
4. การปรับโครงสร้างต้นทุนและพลังงาน ปรับโครงสร้างพลังงาน มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน (น้ำมัน, ไฟฟ้า) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและลดต้นทุนการผลิตให้ภาคธุรกิจ
ส่งเสริมพลังงานสะอาด สร้างแรงจูงใจและการบริหารจัดการพลังงานทางเลือกอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
5. เศรษฐกิจที่เป็นธรรมและโปร่งใส บังคับใช้กติกาการค้าที่รัดกุม เพื่อให้ คนตัวเล็ก เติบโตได้ พรรคเน้นการป้องกันการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้รายย่อยเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น
หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบ (Polluter Pays Principle) ในมิติเศรษฐกิจสีเขียว พรรคเน้นให้ผู้ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต้องแบกรับต้นทุน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่สะอาดและยั่งยืน
บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ใช้ระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ (Digital Government) เพื่อลดการทุจริตซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยมานาน

@ พรรคเศรษฐกิจ : เศรษฐกิจไทยเชื่อมโลก
4.พรรคเศรษฐกิจ หรือ พรรคเส้นด้ายเดิม พรรคใหม่ 'แกะกล่อง' ที่มี 'พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์' เป็นหัวหน้าพรรค
1. รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมโลก ไทยต้องเป็นศูนย์กลางการขนส่งของอาเซียนเพื่อสร้างรายได้มหาศาล เชื่อมต่อ Belt and Road Initiative (BRI) ผลักดันรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมจีน ลาว เมียนมา อินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก
นิคมเกษตรและอุตสาหกรรมข้างทางรถไฟ ตลอดแนวเส้นทางรถไฟจะจัดตั้งนิคมเกษตรที่มีโรงผลิตปุ๋ยของตัวเอง มีศูนย์โดรนและรถเก็บเกี่ยวที่รัฐลงทุนให้ประชาชนเช่าใช้ในราคาถูก เพื่อลดต้นทุนเกษตรกร
โรงสีและตลาดต่างประเทศ รัฐบาลจะออกใบรับรองมาตรฐานและเป็นผู้ติดต่อตลาดต่างประเทศให้โดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป
2. โครงการ OCEAN LINK (เชื่อมสองฝั่งทะเล) เชื่อมอันดามัน-อ่าวไทย เปิดเส้นทางเดินเรือใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการค้าและการท่องเที่ยวชายฝั่ง ดึงดูดกลุ่มทุน BRICS ตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มประเทศ BRICS (บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน, แอฟริกาใต้) เข้ามาในเขตอุตสาหกรรมเกษตรริมทะเล เป้าหมายรายได้ ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้ประชาชนเพิ่มเป็น 20,000 เหรียญสหรัฐฯ/ปี (ประมาณ 7 แสนบาท) ภายใน 10 ปี
3. ZERO CORRUPTION (ปราบโกงเพื่อเศรษฐกิจ) พรรคมองว่าการทุจริตคือต้นทุนแฝงที่ทำลายเศรษฐกิจ โทษประหารชีวิต เสนอกฎหมายใหม่ให้ข้าราชการที่ทุจริตตาม ม.157 มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยไม่มีการลดโทษ (ให้เวลาอุทธรณ์ 1 ปี)
สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน มาตรการนี้มุ่งสร้างความโปร่งใสแบบ 100% เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการระบบที่ไม่มีการเรียกรับสินบน
4. ปฏิรูประบบยุติธรรมเพื่อการแข่งขัน แยกหน้าที่ตำรวจ ให้ตำรวจมีหน้าที่จับกุม แต่การสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานให้เป็นหน้าที่ของ กรมใหม่ ที่จะตั้งขึ้น เพื่อสร้างความยุติธรรมและลดอิทธิพลมืดที่ขัดขวางการทำธุรกิจของคนตัวเล็ก

@ รวมไทยสร้างชาติ : ปฎิวัติราคาพลังงาน (อีกครั้ง)
ปิดท้ายด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี 'พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค' อดีตรมว.พลังงาน สมัยรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เป็นหัวหน้าพรรค พรรคที่ถูกวางตำแหน่งเป็น 'พรรคอนุรักษนิยม' เน้นนโยบายแบบ 'แข็งกร้าว' ทั้งในเรื่อง 'ทรัพยากรแห่งชาติ' อย่าง 'นโยบายพลังงาน' หรือ 'นโยบายรักชาติ' เช่น ยกเลิก MOU 43 – MOU 44 สร้างรั้วไทย-กัมพูชา
1. ปฏิวัติราคาพลังงาน ถือเป็นนโยบายเรือธงที่เน้นการ ทุบ โครงสร้างเดิมที่พรรคมองว่าไม่เป็นธรรม น้ำมัน 25 บาท ประกาศยกเลิกการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและเลิกอิงราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นตามตลาดสิงคโปร์ เพื่อกดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลให้ลงมาอยู่ที่ประมาณ 25 บาทต่อลิตร
ค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3.30 บาท รื้อโครงสร้างค่า Ft และจัดการกับ ค่าพร้อมจ่าย (Availability Payment) ของโรงไฟฟ้าเอกชน เพื่อให้ราคาไฟฟ้าเป็นธรรมและต่ำกว่า 3.30 บาทต่อหน่วยอย่างยั่งยืน
ไทยศูนย์กลางพลังงานอาเซียน มุ่งเน้นการจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ และการเจรจาพื้นที่ทับซ้อน (แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานเขตแดนที่ชัดเจน) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
2. ทลายขุมทรัพย์ธนาคาร ลดส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread) เข้าไปกำกับดูแลและปฏิรูปโครงสร้างดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดช่องว่างระหว่าง ดอกเบี้ยเงินฝาก กับ ดอกเบี้ยเงินกู้ ให้ประชาชนและ SME กู้เงินได้ในต้นทุนที่ต่ำลง
แก้หนี้แบบเด็ดขาด ใช้กฎหมายและมาตรการของรัฐเข้าบีบให้สถาบันการเงินปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่แท้จริงของลูกหนี้
3. ความมั่นคงทางทรัพยากร พรรคนี้เชื่อมโยงเรื่อง ความมั่นคง เข้ากับ เศรษฐกิจ อย่างชัดเจน ยกเลิก MOU 43 – MOU 44 ยืนหยัดในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนที่ไทยเสียเปรียบ เพื่อปกป้องทรัพยากรใต้ทะเลที่ควรเป็นของคนไทย
สร้างรั้วไทย-กัมพูชา ขีดเส้นแบ่งเขตแดนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาการรุกรานพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน และส่งเสริมการค้าชายแดนที่โปร่งใส
4. สวัสดิการและการเพิ่มรายได้ทหาร ทหารเกณฑ์สมัครใจ 30,000 บาท เปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ 100% โดยให้เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเริ่มต้นที่ 30,000 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจและลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว เงินรางวัลการรบ 200,000 บาท มอบเงินรางวัลพิเศษต่อรอบภารกิจสำหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อเชิดชูความเสียสละและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวทหาร
5. นโยบาย พิฆาตคนชั่ว โกงชาติ = ประหารชีวิต ชูนโยบายปราบคอร์รัปชันด้วย ยาแรง โดยเสนอกฎหมายลงโทษประหารชีวิตข้าราชการหรือนักการเมืองที่ทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติและลดการรั่วไหลของงบประมาณแผ่นดิน
ศาลที่ดิน จัดตั้งศาลเฉพาะทางเพื่อพิจารณาคดีที่ดินทำกินโดยเฉพาะ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิในที่ดินและออกโฉนดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอการพิสูจน์สิทธิ์ที่ยาวนาน
คำเตือน นโยบายหาเสียงทุกพรรค ไม่ว่าพรรคใหญ่-กลาง-เล็ก ก่อตั้งใกล้ร้อยปี หรือ เพิ่งแปะป้ายพรรคยังไม่ทันข้ามปี ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น เพราะหลายนโยบายของพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยมีพรรคการเมืองที่ทำได้ทั้งหมดครบ 100 %
โปรดใช้วิจารณญาณในการลงคะแนน!!!
อ่านประกอบ : 5 พรรคใหญ่ ประชัน นโยบายเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ-แก้หนี้-เติมเงินพลัส

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา