
'ชูชีพ เอื้อการณ์' สว. ตั้งกระทู้ถามเป็นหนังสือ-ขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา 'อนุทิน' นายกฯ-รมว.มหาดไทย 5 ข้อ มาตรการป้องกัน-ปราบปราม 'ต่างด้าว' ถือครองที่ดิน ผ่าน 'นอมินี' ในจังหวัดท่องเที่ยว ภูเก็ต-กระบี่-พังงา-สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย-พะงัน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ตั้งกระทู้ถามเป็นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการถือครองและควบคุมที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านนอมินีในจังหวัดท่องเที่ยว จำนวน 5 คำถาม และขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา ดังนี้
1. รัฐบาลมีนโยบายมอบหมายให้หน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันและปราบปรามการถือครองหรือควบคุมที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านนอมินีและนิติกรรมอำพราง และจะกำหนดแผนปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย และเกาะพะงัน ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาใด
2. รัฐบาลมีแนวทางในการจัดตั้งระบบข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลที่ดิน ผู้ถือหุ้น กรรมการ แหล่งเงินทุน การโอนเงินจากต่างประเทศ การเสียภาษี สถานะการพำนัก และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริจริงหรือไม่ อย่างไร หากมีการจัดตั้งจะให้หน่วยงานใดรับผิดชอบและจะเปิดใช้งานระบบเมื่อใด
3. รัฐบาลมีมาตรการขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่าย ตั้งแต่ผู้ลงทุนและผู้ควบคุมกิจการชาวต่างชาติ คนไทยที่เป็นนอมินี นายหน้า ผู้ให้บริการจัดตั้งบริษัท สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร และจะนำมาตรการยึด อายัด หรือริบทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินมาใช้ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณะเป็นระยะอย่างไร
4. รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขกฎหมายโดยกำหนดให้บทลงโทษสัมพันธ์กับมูลค่าทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่ได้รับ และกำหนดความรับผิดทางอาญา ทางปกครอง และทางวิชาชีพแก่ผู้สนับสนุนเครือข่ายนอมินีหรือไม่ อย่างไร และภายในกรอบเวลาใด
5. รัฐบาลมีมาตรการเฉพาะสำหรับจังหวัดท่องเที่ยวอย่างไร เพื่อป้องกันการเก็งกำไรที่ดิน การรุกล้ำพื้นที่สาธารณะและทรัพยากรธรรรมชาติ ควบคุมผลกระทบด้านน้ำ ขยะ น้ำเสีย และที่อยู่อาศัย ตลอดจนคุ้มครองโอกาสของประชาชนและผู้ประกอบการไทย และก่อนขยายสิทธิการเช่าที่ดินหรือการถือครองห้องชุดของคนต่างด้าว รัฐบาลจะกำหนดหลักประกันและตัวชี้วัดว่าประเทศและประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา